หน้า : 1  พิมพ์หน้านี้ - ศึกชิง “ดิวตี้ฟรี” สำคัญมากกว่าสร้างรายได้เข้ารัฐ

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ชุมชนนักลงทุน => ข้อความที่เริ่มโดย: infin_infine ที่ 28 พ.ค. 19, 11:36 น

ศึกชิง “ดิวตี้ฟรี” สำคัญมากกว่าสร้างรายได้เข้ารัฐ


กระทู้: ศึกชิง “ดิวตี้ฟรี” สำคัญมากกว่าสร้างรายได้เข้ารัฐ
เริ่มกระทู้โดย: infin_infine ที่ 28 พ.ค. 19, 11:36 น
ขับเคี่ยวกันสนุกแน่ ศึกชิงสัมปทาน “ดิวตี้ฟรี-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” หลังเหลือเอกชนเพียง 4 ราย เข้ายื่นข้อเสนอ TOR ใน 2 โครงการหลัก และสอบผ่านการพิจารณาคุณสมบัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 22 พ.ค.62 ที่ผ่านมา โดยการประมูลสัมปทาน “โครงการพัฒนาพื้นที่ร้านค้าปลอดภาษี” หรือ “ดิวตี้ฟรี-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” เหลือผู้เข้าแข่งขัน 3 รายคือ 1.บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด 2.บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และ 3.บริษัท รอยัลออคิด เชอราตัน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ส่วนการประมูลสัมปทาน “โครงการพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” เหลือผู้แข่งขันเพียงแค่ 2 ราย คือ 1.บริษัท คิงเพาเวอร์สุวรรณภูมิ จำกัด และ 2.บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด โดย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท.นัดเอกชนทั้ง 4 รายพร้อมพันธมิตร มานำเสนอผลงานในวันที่ 27 พฤษภาคมนี้ ก่อนประกาศผลการประมูลในวันที่ 31 พ.ค.62 มีอายุสัมปทานทั้ง 2 โครงการ ตั้งแต่ ก.ย.63 – มี.ค.74 รวมระยะเวลา 10 ปี !!!

บรรทัดนี้ “ตาพญา” ขอโฟกัสไปตรวจดูความพร้อมของเอกชนทั้ง 4 ราย ใครมี “จุดแข็ง-จุดอ่อน” อย่างไร และใครมีความพร้อมมาก-น้อยแค่ไหน โดยเริ่มที่เจ้าแรก “กลุ่มคิงเพาเวอร์” ที่ลงสนามแข่งขันทั้ง 2 โครงการ ภายใต้การนำของแม่ทัพใหญ่ “อัยยวัฒน์ศรีวัฒนประภา” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร โชว์ความแข็งแกร่ง ลุยเดี่ยว ไม่มีพันธมิตรร่วม เป็นธุรกิจสัญชาติไทยแท้ อาศัยที่มีประสบการณ์มายาวนาน ภาพลักษณ์บริษัทดี ชื่อเสียงไม่เคยมีประวัติเสียหาย มีฐานะทางการเงินมั่นคง มีสถานที่ตั้งมั่นอยู่ที่ “คิง เพาเวอร์ คอมเพล็กซ์” ซอยรางน้ำใจกลางเมืองหลวง คอมเพล็กครบวงจรบนพื้นที่หลายหมื่นตาราเมตร สามารถรองรับนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติได้จำนวนมาก เพียบพร้อมไปด้วย “ร้านค้าแบรนด์เนม” ระดับโลก มีศูนย์อาหารชื่อดังหลากหลาย มีโซนการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยเสริมทัพด้วย "บัตรสมาชิกคิง เพาเวอร์" ที่มีการจัดโปรโมชั่นดีๆออกมาเอาใจลูกค้าตลอดเวลา ขณะที่สินค้าล้วนได้รับการคัดสรรอย่างมีคุณภาพและราคาเป็นธรรม มีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติมาอย่างต่อเนื่อง จัดกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างสม่ำเสมอแถมด้วย “จุดเด่น” ด้านการให้บริการแบบใจถึงใจ มี “จุดแข็ง” ทั้งความเชี่ยวชาญ ทั้งประสบการณ์ยาวนานตลอดจนความพร้อมของทีมงาน..ครบครัน ที่สำคัญเป็นเจ้าของแชมป์ “ตาพญา” ถือว่าฟิตพร้อมสมบูรณ์สุดขีด !!!

ขยับไปดูความพร้อมของ บริษัทการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ให้บริการสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ยื่นข้อเสนอการดำเนินงานมาในนาม “กิจการร่วมค้าการบินกรุงเทพ ล็อตเต้ดิวตี้ฟรี” (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ) มีพันธมิตรร่วมทีมประกอบด้วย บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ,บริษัท โฮเต็ล ล็อตเต้ จำกัดและ บริษัท บางกอกแอร์เวย์สโฮลดิ้ง จำกัด “ตาพญา” เห็นชื่อเสียงเรียงนามแล้ว ถือว่าไม่ธรรมดา มีฐานะการเงินมั่นคง โดยเฉพาะผู้นำอย่าง นพ.ปราเสริฐปราสาททองโอสถ ติดอันดับ TOP TEN มหาเศรษฐีเมืองไทยมาทุกยุคทุกสมัย มีทั้งธุรกิจโรงพยาบาล มีทั้งธุรกิจสายการบิน เป็นจุดแข็งธุรกิจล่าสุดได้เข้าเทคโอเวอร์ บริษัทมอร์แดนฟรี ที่ได้เปิดให้บริการร้านค้าปลอดอากร อยู่ที่สนามบินสมุย อู่ตะเภา สุราษฎร์ธานี และหลวงพระบาง แถมได้พันธมิตรอย่าง LOTTE Duty Free ยักษ์ใหญ่ข้ามชาติจากเกาหลี ที่มีประสบการณ์ตรงกิจการดิวตี้ฟรีมาช่วยเสริมทัพ ซึ่งยักษ์ใหญ่ข้ามชาติเกาหลีรายนี้ มีธุรกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง ขยายอาณาจักรธุรกิจออกนอกเกาหลีใต้ เริ่มจากร้านค้าปลอดอากรที่เกาะกวมและจาการ์ต้า สนามสนามบินคันไซและย่านกินซ่าของญี่ปุ่นและดานัง เวียดนาม ส่งผลให้ปัจจุบัน LOTTE Duty Free ครองอันดับธุรกิจ ดิวตี้ฟรีอันดับ 1 ในเกาหลีใต้ และอันดับ 2 ของโลก และตั้งเป้าขึ้นอันดับ 1 ของโลกภายในปี 2563 “ตาพญา” ยกให้ความพร้อม เป็นทีมที่แข็งแกร่งทั่วแผ่น !!!

หันไปดูความพร้อมของบริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ยื่นข้อเสนอการดำเนินงานในนามกิจการร่วมค้า มีพันธมิตรร่วมทีม ประกอบด้วย บริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป จำกัด และ WDFG UK LIMITED “ตาพญา” ถือว่าไม่ธรรมดาอีกเช่นกัน แม้ดูเหมือนมาเงียบๆแต่ต้องยอมรับความแข็งแกร่งรอบด้าน ฐานนะทางการเงินไม่แพ้ใคร เพราะบริษัทโรงแรมรอยัลออคิดเป็นบริษัทมหาชนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ มีมูลค่าหลักทรัพย์ทางตลาดหลายพันล้านบาท แถมได้พันธมิตรอย่าง บริษัท เอ็มไพร์ เอเชีย กรุ๊ป จำกัด มีประสบการณ์การประกอบกิจการคลังสินค้าทัณฑ์บน ประเภทร้านค้าปลอดอากร และจำหน่ายสินค้าปลอดอากรและยังได้พันธมิตรอันแข็งแกร่งอย่าง WDFG UK LIMITED ผู้ประกอบการดิวตี้ฟรีที่มีฐานธุรกิจในประเทศอังกฤษ มีสาขาดิวตี้ฟรีกว่า 600 สาขาทั่วโลกมาช่วยเสริมทัพ “ตาพญา” ยกให้เป็น “เสือซุ่ม” แอบฟิตซ้อมมาอย่างดีเหมือนกัน !!!

บรรทัดนี้ “ตาพญา” เสียดายที่ บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด กับพันธมิตรบริษัท ดีเอฟเอส เวนเจอร์ สิงคโปร์ จำกัด ไม่ร่วมประมูลสัมปทาน “ดิวตี้ฟรีสนามบินสุวรรณภูมิ” ซึ่งเป็น “สนามหลัก” แต่หันมาประมูลสัมปทานใน “โครงการพื้นที่เชิงพาณิชย์ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ” ซึ่งเป็น “สนามรอง” ท่ามกลางกระแสข่าวสะพัดจากแหล่งข่าวที่เข้าร่วมประมูลระบุว่า เดิมที บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด เตรียมความพร้อมนานาน โดยจะจับมือร่วมกับ WDFG UK LIMITED ซึ่งมีธุรกิจดิวตี้ฟรีที่ใหญ่ที่สุดในโลก แต่ WDFG UK LIMITEDมากลับลำในนาทีสุดท้าย โดยหันไปจับมือเป็นพันธมิตรกับ บริษัทโรงแรมรอยัลออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แทน ส่งผลทำให้ กลุ่มเซ็นทรัลฯ ต้องไปคว้าพันธมิตรอย่าง ดีเอฟเอส เวนเจอร์ สิงคโปร์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้ประกอบกิจการดิวตี้ฟรีในสนามบินชางฮี แต่ทว่าก็ยังเกิดติดขัดปัญหาบางประการ ประกอบกับไม่ถนัดในธุรกิจดิวตี้ฟรี จึงต้องขอ “ถอนตัว” ในนาทีสุดท้าย ทั้งที่อุตส่าห์ฟิตซ้อมมานาน เตรียมความพร้อมมาเต็มอัตราศึก กลับมา “ตกม้าตาย” ประสา “ตาพญา” เจ็บชอกช้ำระกำทรวงแทน !!!


กระทู้: ศึกชิง “ดิวตี้ฟรี” สำคัญมากกว่าสร้างรายได้เข้ารัฐ
เริ่มกระทู้โดย: infin_infine ที่ 2 มิ.ย. 19, 23:03 น
“ตาพญา” เทียบความพร้อม และการฟอร์มทีมของ 4 เอกชนยักษ์ใหญ่แล้ว เห็นว่าผู้เข้าประมูลทุกรายล้วนมีความสามารถ มีศักยภาพระดับโลกต่างฝ่ายต่างมีดีในตัวและยังได้พันธมิตรอันแข็งแกร่งมาร่วมทีมทั้งฐานะการเงิน ทั้งประสบการณ์ ทั้งความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ถึงตอนนี้ “ตาพญา” เห็นว่าทุกทีมเตรียมตัวมาดีกันพร้อมหน้าพร้อมตา คงได้ประชันข้อเสนอ TOR กันสนุกดุเดือด ไม่ว่าเอกชนรายเก่า-รายใหม่ก็ต้องต่อสู้กันอย่างเต็มที่ ถือว่าเป็นงานหนักของทุกคนทุกรายต้องทำการบ้านอย่างเต็มที่ เพราะคู่แข่งขันต่างฝ่ายต่างล้วนมีประสบการณ์ คงไม่ใช่งานประมูลที่จะคว้าสัมปทานไปครองง่ายๆ ทุกฝ่ายมีการวางแผนอย่างดี เพื่อเป้าหมายสู่ชัยชนะคว้างานประมูล “ขุมทรัพย์มหาศาล” ที่จะมีอายุสัมปทานยาวไปอีก 10 ปี ใครแพ้-ใครชนะ“ตาพญา” เปรียบเป็น“ม้าแข่ง”ก็คงต้องตัดสินกันด้วยปลายจมูก หรือหากเป็น”วิ่งแข่งขัน 100 เมตร” ก็ต้องตัดสินกันด้วยภาพถ่าย หากเป็นเกมกีฬา“ฟุตบอล” คงต้องต่อเวลาพิเศษและไปชี้ขาดกันด้วย “ดวลจุดโทษ” ใครเก่งกว่าก็คว้าชัยชนะ “ขุมทรัพย์มหาศาล” ไปครอง …000… จะว่าไปแล้ว บรรทัดนี้ “ตาพญา” เห็นใจ กลุ่มของ บมจ.การบินกรุงเทพ และ LOTTE Duty Freeอาจต้องเสียสมาธิไปบ้าง ในช่วงที่ นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถเจ้าของ บมจ.การบินกรุงเทพ หัวเรือใหญ่ค่ายนี้ ทั้งตัวเองและพวก ถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ดำเนินคดีด้วยมาตรการลงโทษ และปรับทางแพ่งผู้กระทำความผิด 3 ราย ได้แก่ 1.นพ.ปราเสริฐ ปราสาททองโอสถกว่า 257 ล้านบาท 2.นางสาวปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถกว่า235 ล้านยาท และ 3.นางนฤมล ใจหนักแน่นกว่า 7 ล้านบาทกรณีสร้างราคาหลักทรัพย์ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ต้องโดน“ลงโทษ”ถูกสั่งชำระค่าปรับทางแพ่งรวมกว่า 499 ล้านบาท และถูกสั่งห้ามเป็นกรรมการและผู้บริหารของบริษัทที่ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน เป็นคดีบกพร่อง“ธรรมาภิบาล” …000…ขณะเดียวกันพันธมิตรร่วมทีมอย่าง “บริษัท ล็อตเต้ กรุ๊ป” ก็มีภาพอดีตคดีอันอื้อฉาวเก่าๆตามหลอกหลอน เพราะเคยมีปัญหาเรื่องทุจริตคอรัปชั่นเป็นข่าวโด่งดังทั่วโลก “ชิน ดงบิน” ประธานบริษัท ล็อตเต้ กรุ๊ป ถูกคณะอัยการเกาหลีใต้ฟ้องคดีให้จำคุกเป็นเวลา 10 ปี ข้อหาทุจริต ยักยอกเงินในการบริหารกิจการ50 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 1,662 ล้านบาทแถมใช้ตำแหน่งเอื้อประโยชน์ทางธุรกิจให้แก่คนในครอบครัวอย่างผิดกฎหมาย สร้างความเสียหายให้แก่กลุ่มบริษัท ลอตเต้ กรุ๊ป ถึง 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3,990 ล้านบาทเป็นข่าวฉาวโฉ่ไปทั่วโลก แต่ “ตาพญา” ถือว่าก็ยังโชคดีเพราะเรื่องคดีความฉาวโฉ่เก่ารวมทั้งเรื่องภาพพจน์อื้อฉาว ไม่ถูกบรรจุเป็นคุณสมบัติ “ข้อห้าม” อยู่ในเงื่อนไขTORครั้งนี้ !!!!

อย่างไรก็ตาม ถ้าจะว่ากันตามเนื้อผ้าจริงๆ “หัวใจ” สำคัญของการประมูลครั้งนี้คงอยู่ที่การยื่นข้อเสนอตาม TOR ว่าเอกชนทั้ง 4 ราย ใครจะเสนอได้ไฉไลกว่ากัน “ตาพญา” ขอทบทวนลายละเอียด “สาระสำคัญ” ของ TOR อีกครั้งกับ “ข้อเสนอด้านเทคนิคและผลตอบแทนต่อรัฐ 100 คะแนน” ซึ่ง TOR ได้แบ่งสัดส่วนคะแนนออกเป็น 4 หัวข้อสำคัญคือ ข้อ 1.ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในเชิงธุรกิจที่ผ่านมา โครงสร้างองค์กรและแผนการพัฒนาบุคลากร งบการเงินที่ผ่านการรับรองหรือสอบทานจากผู้สอบบัญชีฉบับล่าสุด มีคะแนนจำนวน 15 คะแนน ข้อ 2.แผนการดำเนินงาน ประกอบไปด้วย แนวคิดหลักในการบริหารจัดการกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร การออกแบบตกแต่งสถานที่และระยะเวลาในการดำเนินงาน แผนการจัดร้านค้าและบริการ แผนการตลาด มี 40 คะแนน ข้อ 3.แผนธุรกิจ ประกอบด้วย ประมาณการรายได้ของผู้ยื่นข้อเสนอการดำเนินงานและประมาณการกำไรขาดทุน ประมาณการงบดุลและงบประมาณการลงทุน การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ และความสามารถในการระดมทุน การชำระหนี้ และ D/E ratio มี 25 คะแนน และ ข้อ 4.ค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายปี (Minimum Guarantee) ที่เสนอให้ ทอท. มี 20 คะแนน …000… ประสา “ตาพญา”ดูเนื้อหาลายละเอียด TOR แล้ว ต้องยอมรับ ทอท.ได้กำหนดเงื่อนไขการประมูล “ดิวตี้ฟรี” อย่างรัดกุมพอสมควร ในสมการ 15 : 40 : 25 : 20 โดยยืนอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก และข้อเสนอ TRO ทุกข้อ ก็ต้องสอดคล้องกัน ทำได้จริง ไม่ใช่มโนสร้างภาพเพื่อให้ดูดีอย่างเดียว ป้องกันไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเหมือนแข่งขันประมูลทีวีดิจิทัล ที่มุ่งเน้นแข่งขันด้าน “ตัวเงิน” จน “ล้มเหลว” ไม่เป็นท่า สร้างความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างใหญ่หลวง !!!

บรรทัดนี้ “ตาพญา” เห็นใจคณะกรรมการฯ ทอท. ที่ต้องพิจารณาลงในลายละเอียดในข้อเสนอ TOR ของเอกชนทั้ง 4 ราย เพราะต่างฝ่ายต่างได้มีการทำการบ้านกันมาอย่างเต็มที่ ต่างฝ่ายต่างเตรียมตัวมาอย่างดี ทั้งแผนธุรกิจทั้งแผนการดำเนินการทั้งข้อเสนอผลตอบแทนเป็นตัวเงินต่อรัฐ แม้แต่ “คิงเพาเวอร์” ในฐานะ “แชมป์เก่า” ก็ต้องเจองานหนัก เพราะผู้เข้าประมูลดิวตี้ฟรีและพื้นที่พาณิชย์ ต่างก็มีศักยภาพระดับโลก คงไม่มีใครลอยลำมาแน่นอน “ตาพญา” อ่านดู TOR เห็นว่าได้ตั้งอยู่บนผลประโยชน์ชาติอย่างแท้จริง ไม่มีใครได้เปรียบ-เสียเปรียบ ไม่ว่ารายใหม่-รายเก่า ทุกฝ่ายต่างได้รับความเป็นธรรมบน “กฎ-กติกา” เดียวกัน ดังนั้น “ตาพญา” เชื่อว่าการยื่นข้อเสนอตามTOR ทั้งหมดจึงสำคัญที่สุด ขึ้นอยู่กับว่า“กุนซือ”ใครวางแผนมาได้ดีกว่ากัน จุดนี้ต่างหากที่เป็น “หัวใจสำคัญ” ชี้ขาดพาทีมไปสู่ชัยชนะการประมูล !! …000… เมื่อกระบวนการประมูล “ดิวตี้ฟรีสนามบิน” มาถึงตรงนี้แล้ว โดย ทอท.ได้ดำเนินการมาอย่างรอบคอบผ่านการพิจารณากำหนดเนื้อหาการประมูลอย่างถี่ถ้วน ทั้งการให้คะแนนด้านเทคนิคและเงินตอบแทนต่อรัฐ 4 ข้อ ทั้งเรื่องของข้อกฎหมายต่างๆ ทั้งเรื่องของระยะเวลาการดำเนินการ ทั้งเรื่องการรับฟังข้อท้วงติง และได้มีการชี้แจงครบถ้วนบริบูรณ์แล้ว หวังว่าวันที่ 31 พ.ค.นี้ เมื่อทุกฝ่ายทราบผลการให้คะแนนออกมาแล้ว คงไม่หาเรื่องโทษโน้นโทษนี่เป็น “ขี้แพ้ชวนตี” “ตาพญา“ ขอให้ผู้เข้าแข่งขันทุกฝ่ายเคารพ “กฎ-กติกา” มีน้ำใจนักกีฬา “รู้แพ้-รู้ชนะ” อย่ามีใครเป็นตัวถ่วงความเจริญประเทศชาติ …000… บรรทัดสุดท้าย ประสา “ตาพญา” คนไทยชาตินิยม เห็นว่า หากเอกชน “สัญชาติไทย” ได้สัมปทานดิวตี้ฟรีครั้งนี้ไปครอง ไม่ใช่แค่เป็นการสร้างรายได้เข้ารัฐเท่านั้น แต่จะเป็นช่องทางใช้แรงงานไทยอย่างเต็มที่ เป็นช่องทางช่วยเปิดตลาดให้สินค้าไทยสู่สากล เป็นช่องทางตลาดขายสินค้าให้กับสินค้าชุมชนท้องถิ่น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์“OTOP” ที่ตั้งขายในร้านดิวตี้ฟรี และ “OTOP-ขึ้นเครื่อง” ในปัจจุบัน ได้ช่วยสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชุมชนมหาศาล หรือหากเราจะคิดแบบลบๆสุดขั้ว แม้ว่าเอกชนสัญชาติไทยที่ได้รับการประมูลไปแล้วประสบภาวะขาดทุน เปรียบไปก็เหมือน “เรือล่มในหนอง เงินทองก็ไม่ไปไหน” ผลประโยชน์ก็ยังตกอยู่กับคนไทย-เมืองไทย ยังดีกว่าดิวตี้ฟรี “สัญชาติต่างชาติ” ที่นำเงินตราไหลออกไปนอกประเทศ และก็ยังไม่รู้ว่าเขาจะสนับสนุนสินค้าชุมชนไทยและผลิตภัณฑ์ OTOP หรือไม่ และที่สำคัญพื้นที่ “ดิวตี้ฟรีสนามบิน”ถือว่าเป็นหน้าตาประเทศไทย เป็นภาพลักษณ์ประเทศไทยอย่างแท้จริง !!!!

ตาพญา

ลิ้งก์ http://www.banmuang.co.th/news/politic/152053 (http://www.banmuang.co.th/news/politic/152053)