หน้า : พิมพ์หน้านี้ - ซีพีแก้ภาพลักษณ์หมอกควันภาคเหนือ:ลงสัตยาบันแก้ปัญหาวิกฤตป่าต้นน้ำ

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ข่าวประชาสัมพันธ์ => ข้อความที่เริ่มโดย: rammun ที่ 16 พ.ย. 15, 17:03 น

ซีพีแก้ภาพลักษณ์หมอกควันภาคเหนือ:ลงสัตยาบันแก้ปัญหาวิกฤตป่าต้นน้ำ


กระทู้: ซีพีแก้ภาพลักษณ์หมอกควันภาคเหนือ:ลงสัตยาบันแก้ปัญหาวิกฤตป่าต้นน้ำ
เริ่มกระทู้โดย: rammun ที่ 16 พ.ย. 15, 17:03 น
(http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201511/15/2326d5a2.jpg)

นับเป็นการก้าวรุกทางการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของซีพีที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องการทำธุรกิจเมล็ดพันธุ์ข้าวโพดภาคเหนือและเป็นต้นเหตุให้เกิดปัญหาหมอกควันในภาคเหนือมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในช่วงปีที่ผ่านมาจากการประสานของเสี่ยปั้น บัณฑูร ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารกสิกรไทย ที่ดึง CEO ของซีพีลงมาแก้สถานการณ์ภาพลักษณ์และปัญหาสิ่งแวดล้อมของต้นน้ำ เขาหัวโล้นที่เกิดจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ข้าวโพดในภาคเหนือที่ลุกลามสู่ปัญหาสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเศรษฐกิจโดยรวม โดยได้ประสาน ดึงศุภชัย เจียรวนนท์ กรรมการบริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานคณะผู้บริหาร บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น มานั่งโต๊ะจับเขาคุยกันใน "งานคืนผืนป่า หนึ่งในความเพียรพยายามรักษ์ป่าน่าน" เมื่อกลางปีที่ผ่านมา



(http://f.ptcdn.info/724/035/000/1442981710-p010627085-o.jpg)

เสี่ยปั้นพูดถึงซีพีว่า "เขาควรจะมีสำนึกและเริ่มคิดว่าเขาควรจะมีบทบาทที่ดีกว่านี้ ไม่อย่างนั้นก็โดนยำทุกวัน ใช่ไหม อย่างนี้ดีกว่า ศุภชัยเขาตั้งใจฟัง ที่ผ่านมาลูกน้องอาจจะไปบอกว่าเราไม่ได้ซื้ออะไรมากมาย แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ประเด็นอยู่ที่ว่าสังคมเขามองภาพซีพีกลายเป็นลบ มันต้องแก้ การแก้ไม่ใช่การลงโฆษณา ภาพพจน์ที่ยั่งยืนต้องลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเขาเริ่มจะทำ อันนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี แล้วซีพีก็มีศักยภาพมีทรัพยากรที่จะช่วยสังคมเยอะเลย ขอให้พูดถูกประเด็น ศุภชัยเขาก็มาเอง คุณธนินท์คอยแบ็กอยู่ข้างหลัง" (ประชาชาติธุรกิจ)

"อย่างน้อยท่านประธานธนินท์ก็ถามผมว่าเรื่องนี้ควรจะทำอย่างไร ผมบอกว่าให้ส่งศุภชัยมา แล้วผมพาลงให้ดูประเมินสถานการณ์ว่าเป็นอย่างนี้ ยูก็ต้องมีส่วนมาช่วยเพราะยูถูกมองว่ายูไปทำให้เขาเสียใช่ไหม เท็จจริงยังไงสังคมเขามองอย่างนี้ ยูจะต้องแก้ อย่างน้อยเขาก็ฟัง ไม่ใช่มาเถียง ไม่ได้ทำมากมาย มันไม่มีใครได้ยิน ค่อยๆ เริ่มอย่างนี้ถูกต้องแล้ว"
 

(http://www.isranews.org/images/2015/thaireform/08/natdanai2220858.jpg)

ครั้งนั้น ศุภชัย เจียรวนนท์  กล่าวว่า จะเข้ามาช่วยในเรื่ององค์ความรู้ และการตลาด ซึ่งข้าวโพดเป็นพืชที่เพาะปลูกได้ง่ายในฤดูแล้ง แต่การจะทำให้เกษตรกรเปลี่ยนอาชีพการเพาะปลูก เพื่อลดการทำลายพื้นที่ป่านั้น ต้องหาทางเลือกให้ โดยซีพีพร้อมสนับสนุนเรื่องเหล่านี้ โดยเฉพาะองค์ความรู้ด้านพืชและปศุสัตว์ ซึ่งเราน่าจะมองได้ชัดเจนทั้งในและต่างประเทศว่าต้องการอะไร


โดยแนวทางความร่วมมือของภาคเอกชนในการร่วมคืนผืนป่าน่านนั้น มีดังนี้ 1.สนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืช/สัตว์สร้างผลผลิตมาตรฐานสูง 2.ถ่ายทอดความรู้และเทคโนโลยีการผลิตครบวงจร 3.สนับสนุนอุปกรณ์เครื่องมือด้านการเกษตร 4.พัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเกษตรที่เพียงพอตลอดปี 5.ส่งเสริมการตลาด/ออกแบบผลิตภัณฑ์/หีบห่อ/ขนส่ง 6.สนับสนุนเงินดำรงชีพในเบื้องต้น รับซื้อผลผลิตการเกษตร และรับประกันรายได้ และ 7.เงินอุดหนุนเพื่อการฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรม


(http://www.oknation.net/blog/home/user_data/file_data/201511/15/23267e44.jpg)

นายศุภชัย ยังระบุถึงบริษัทฯ มักถูกมองจากคนบางกลุ่มว่าเป็นต้นเหตุของการทำลายพื้นที่ป่าน่าน โดยการจัดซื้อข้าวโพดทำอาหารสัตว์นั้น ซีพีไม่ใช่ผู้ซื้อข้าวโพดรายใหญ่ของประเทศ มีสัดส่วนเพียงร้อยละ 25 แต่ไม่อยากเอ่ยชื่อบริษัทนั้น อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมา บริษัทยอมรับไม่ได้ตรวจสอบแหล่งที่มาของผลผลิต หรือการจัดซื้อที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่มักมองเฉพาะคุณภาพข้าวโพดเป็นหลัก


ล่าสุดเป็นการตอกย้ำการรุกแก้ไขปัญหาของค่ายซีพี ที่มีการลงนามสัตยาบรรณ ระหว่างพลเอกแป้ง มาลากุล ณ อยุธยา มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ร่วมกับ มหาวิทยาลัยในภาคเหนือ 9แห่ง ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนาภาคพายัพ มหาวิทยาลัยนอร์ทเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยฝากอิสเทิร์น มหาวิทยาลัยพะเยา มหาวิทยาลัยเนชั่นลำปาง มหาวิทยาลัยราชภัฎลำปาง และภาคเอกชน ได้แก่ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ นายกสมาคมผลิตและส่งออกสินค้าหัตถกรรมภาคเหนือ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่ สมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมด้วย เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยคุณศุภชัย เจียรวนนท์ บริษัท เนชั่นบรอดแคสติ้งคอร์ปอเรชั่นจำกัด(มหาชน)โดยคุณวีระศักดิ์ พงษ์อักษร รวมถึงองค์กรศาสนาจากโครงการพระธรรมจาริก ได้ประกาศเจตนารมณ์และลงสัตยาบันร่วมกันของมหาวิทยาลัยในภาคเหนือ เพื่อแก้ปัญหาวิกฤตป่าต้นน้ำ ในวันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน 2558 เวลา 9.00 -11.00 น. ณ ห้องประชุมพระยาศรีวิสารวาจา สำนักงานมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่



การประชุมและพิธีลงสัตยาบันดังกล่าว จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนโครงการฟื้นฟูสภาพป่าภาคเหนือตอนบน บริเวณ 7 พื้นที่ลุ่มน้ำ ปิง วัง ยม น่าน แม่กก แม่ลาว และสาละวิน ที่ถูกทำลาย จนเป็นเหตุให้เกิดความเปลี่ยนแปลงสภาวะแวดล้อมทางธรรมชาติ อาทิ ความแห้งแล้งอย่างรุนแรง สภาวะน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งส่งผลกระทบไปสู่ทุกภาคส่วน โดยพลเอกแป้ง มาลากุล ณ อยุธยา เป็นประธานเปิดการประชุม และคณะทำงาน นำโดย รองศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ดา จงแก้ววัฒนา จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และพลเอกธนยศ พริ้งทองฟูชี้แจง“ปัญหาวิกฤต และแนวคิดการแก้ไขปัญหา” เพื่อให้ผู้เข้าประชุมให้ความคิดเห็น และร่วมกันพิจารณาร่างหนังสือเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี


ประกาศเจตนารมณ์ดังกล่าวระบุว่าจะร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือสนับสนุนรัฐบาลเสริมสร้างความมั่นคงบนพื้นที่สูงของจังหวัดภาคเหนือตอนบนที่กำลังประสบปัญหาขั้นวิกฤตด้วยการพัฒนาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการตามแนวทางโครงการพัฒนาดอยตุงจังหวัดเชียงรายอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยยึดถือหลักการพัฒนาตามแนวพระราชดำริและหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ น้ำและดิน ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่สูงอย่างยั่งยืนอันเป็นการขจัดปัญหาภัยแล้งปัญหาความยากจนปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ปัญหาหมอกควันจากการเผาเศษซากพืช ปัญหาป่าไม้ รวมถึงปัญหาโลกร้อน

การลงมาของซีพีแบบคลุกวงในครั้งนี้ต้องจับตาดูฤดูหมอกควันภาคเหนือในปลายปีนี้ต่อต้นปีหน้าว่าจะลดลงหรือปัญหาจะลดลงหรือไม่โปรดติดตามอย่างใกล้ชิด

อ้างอิง : http://www.isranews.org/thaireform-news-environment/item/40811-thaireform220858.html

www.facebook.com/Pr.CPgroup