หน้า : พิมพ์หน้านี้ - DTI ชี้ “อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” โอกาสบนความท้าทาย...เติบโตได้อย่างยั่งยืน

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ห้องข่าว => ข้อความที่เริ่มโดย: Benjarat ที่ 3 ส.ค. 15, 10:06 น

DTI ชี้ “อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” โอกาสบนความท้าทาย...เติบโตได้อย่างยั่งยืน


กระทู้: DTI ชี้ “อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” โอกาสบนความท้าทาย...เติบโตได้อย่างยั่งยืน
เริ่มกระทู้โดย: Benjarat ที่ 3 ส.ค. 15, 10:06 น
DTI ชี้ “อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” โอกาสบนความท้าทาย...เติบโตได้อย่างยั่งยืน
           “พัฒนาและเสริมสร้างงานของกองทัพและระบบป้องกันประเทศให้ทันสมัย มีความพร้อมในการรักษาอธิปไตย และผลประโยชน์ของชาติ ส่งเสริมและพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อนำไปสู่การพึ่งพาตนเองในการผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ สามารถบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนในอุตสาหกรรมป้องกันประเทศได้”
          นี่คือหนึ่งในนโยบายด้านการรักษาความมั่นคงของรัฐและการต่างประเทศในระยะเร่งด่วนที่นายกรัฐมนตรี                พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แถลงต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เมื่อวันศุกร์ที่ 12 กันยายน 2557 
อุตสาหกรรมป้องกันประเทศนั้นมีความสำคัญอย่างไร?
หากพูดถึงคำว่า “อุตสาหกรรมป้องกันประเทศ” คนส่วนใหญ่อาจนึกถึง การผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ในการป้องกันประเทศ ซึ่งในยุคปัจจุบันหลายคนมองข้ามว่าเป็นสิ่งสำคัญ เลือกที่จะใช้การเจรจาเป็นหลักเพราะไม่ต้องใช้อาวุธไปรบกับใคร ไม่เกิดการสูญเสีย แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกประเทศมีการวางแผนเรื่องการป้องกันประเทศเพื่อสนับสนุนชาติด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง ในระดับอาเซียนนั้น ประเทศสิงคโปร์ถือเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีป้องกันประเทศ รองลงมาคืออินโดนีเซีย ประเทศเขายังคิดเรื่องสงครามอยู่ตลอดเวลาหรือ? นั่นคงไม่ใช่คำตอบทั้งหมด แต่น่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมมากกว่า เพราะถ้าเราขาดการพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ให้มีความทันสมัย ความสามารถในการป้องกันประเทศก็จะน้อยตามไปด้วย และเราก็อาจจะเป็นประเทศที่อ่อนแอ ไม่มีอำนาจในการต่อรองและเสียเปรียบเรื่องการแข่งขันในหลายด้าน           
พลเอก สมพงศ์ มุกดาสกุล ผู้อำนวยการสถาบันเทคโนโลยีป้องกันประเทศ หรือ DTI กล่าวว่า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยมีโอกาสเติบโตได้ จากสถิติผลงานวิจัย-พัฒนาที่ผลิตออกมาใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม หน่วยงาน  (DTI) มีแนวคิดที่จะผลักดันให้เกิดการสร้างและผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ป้องกันประเทศให้มีความมั่นคง สามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน 
               “ที่ผ่านมา สิ่งที่เราขาดในเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศให้มีความยั่งยืน ก็คือความต่อเนื่องของบุคลากรที่คิดค้นงานวิจัยนั้นๆ โครงสร้าง และ ยศ ตำแหน่ง ของทหารมีการเปลี่ยนแปลงโยกย้ายบ่อย พอย้ายที่ทำงานใหม่ก็ทำให้งานที่คิดค้นวิจัยมานั้นต้องหยุดไป  ไม่มีการสานต่อซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดาย DTI จึงก่อกำเนิดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ทำให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนขึ้นในประเทศ โดยแนวคิดของเราคือการถ่ายทอดเทคโนโลยีไปยังภาคอุตสาหกรรมเพื่อส่งเสริมภาคเอกชนให้มีการเติบโตขึ้น ซึ่งก็สามารถสร้างงาน สร้างรายได้ ให้แก่ประชาชนเช่นเดียวกับอุตสาหกรรมประเภทอื่น และเมื่ออุตสาหกรรมป้องกันประเทศเติบโตขึ้นก็จะมีประโยชน์ต่อภาคเศรษฐกิจโดยรวม ไม่ต้องเสียดุลทางการค้าในการนำเข้าอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ที่สำคัญยังเป็นการสร้างความมั่นคงในด้านการทหารอีกด้วย”