หน้า : พิมพ์หน้านี้ - โบรกเกอร์วิพากษ์แผน"เอเฟกซ์" ไม่เอื้อตลาด-จำกัดฐานนักลงทุน โดยนายชานนทน์

เว็บบอร์ด webboard บอร์ด forum ฟอรั่ม กระดานข่าว กระดานสนทนา สนทนา กระทู้ ความคิดเห็น

หมวดหมู่ => ข่าวประชาสัมพันธ์ => ข้อความที่เริ่มโดย: Jennisa2553 ที่ 8 ธ.ค. 10, 18:53 น

โบรกเกอร์วิพากษ์แผน"เอเฟกซ์" ไม่เอื้อตลาด-จำกัดฐานนักลงทุน โดยนายชานนทน์


กระทู้: โบรกเกอร์วิพากษ์แผน"เอเฟกซ์" ไม่เอื้อตลาด-จำกัดฐานนักลงทุน โดยนายชานนทน์
เริ่มกระทู้โดย: Jennisa2553 ที่ 8 ธ.ค. 10, 18:53 น
โบรกเกอร์วิพากษ์แผน"เอเฟกซ์" ไม่เอื้อตลาด-จำกัดฐานนักลงทุน โดยนายชานนทน์ ภู่เจริญยศ

           เจเอสพี ฟิวเจอร์ ติงแผนขยายฐานนักลงทุนของเอเฟกซ์ขาดประสิทธิภาพ เพราะตลาดให้ความสำคัญผู้ประกันความเสี่ยงมากเกินไป มองข้ามความสำคัญของนักลงทุนเก็งกำไรลงทุนยาวที่สามารถทำให้ปริมาณสัญญาซื้อขายกับขนาดตลาดขยายตัวต่อเนื่องในอนาคต
นายชานนท์ ภู่เจริญยศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการบริษัท เจเอสพี ฟิวเจอร์ส ซึ่งเป็นโบรกเกอร์ที่มีปริมาณการซื้อขายสินค้าเกษตร สูงสุดเป็นอันดับหนึ่งในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า หรือเอเฟกซ์ กล่าวว่า แผนการขยายฐานนักลงทุนของตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าที่ผ่านมาไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากตลาดให้ความสำคัญกับผู้ประกันความเสี่ยง (Hedger) มากเกินไป
           ขณะที่ตัวแปรที่จะทำให้ปริมาณสัญญาซื้อขาย และขนาดตลาดขยายตัวได้ต่อเนื่อง คือนักลงทุนเก็งกำไรที่เน้นการลงทุนระยะยาว ซึ่งเป็นกลุ่มนักลงทุนที่ตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ไม่ได้ให้ความสำคัญมากนัก
           นอกจากนี้ บุคลากรภายในองค์กรของเอเฟกซ์ ยังมีปัญหาเรื่องความรู้ความเข้าใจด้านการลงทุนในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า เพื่อผลตอบแทนด้านการเงิน ทั้งนี้โดยส่วนตัวแล้ว นายชานนท์เข้าใจว่าตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าเป็นหนึ่งในหน่วยงานภาครัฐ จึงให้ความสำคัญกับการที่นักลงทุนเก็งกำไรมากไม่ได้ แต่อยากให้ตลาดมีความเข้าใจในกลุ่มผู้ประกอบการด้วย
           "เจ้าหน้าที่ทางการตลาดในองค์กรตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ควรตีโจทย์ให้แตกว่าจะเจาะกลุ่มนักลงทุนแต่ละกลุ่มอย่างไร ปัจจุบันตลาดมุ่งเน้นแต่ผู้ประกันความเสี่ยงเท่านั้น ถ้าผู้นำตลาดเข้าใจเกม และต้องการผลักดันให้ตลาดโตกว่านี้ก็ต้องมีวิสัยทัศน์กว้างกว่านี้ ไม่ใช่แค่ทำตามรัฐบาล" นายชานนท์ให้ความเห็น
           นายชานนท์กล่าวอีกว่า ในช่วง 1 ปี 6 เดือนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการโบรกเกอร์ในตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าปิดกิจการไปแล้ว 8 แห่ง จากที่เคยเปิดดำเนินกิจการทั้งหมด 17 ราย เนื่องจากไม่สามารถแบกผลประกอบการที่ขาดทุนได้ รวมทั้งมองไม่เห็นการทำกำไรได้ในอนาคต และประเมินว่าหากผู้บริหารตลาดไม่สามารถแก้ไขสถานการณ์ได้จะมีโบรกเกอร์ปิดกิจการอีกอย่างแน่นอน
           ในฐานะผู้ประกอบการ นายชานนท์ประเมินว่าตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า ต้องทำการประชาสัมพันธ์มากกว่านี้ และทางที่ดีควรร่วมกิจกรรมกับตลาดสินค้าอนุพันธ์แห่งประเทศไทย (TFEX) เนื่องจากวิธีการลงทุนใกล้เคียงกัน ต่างกันเพียงสินค้า ต้องมีสินค้าใหม่ๆ เข้ามาจูงใจนักลงทุนมากกว่านี้ และต้องเจาะกลุ่มนักลงทุนเก็งกำไร ที่มีพอร์ตการลงทุนขนาดใหญ่มากขึ้น
           ส่วนนายโนบุย่า ไซโตะ ตัวแทนผู้ถือหุ้นต่างชาติของบริษัท เจเอสพี ฟิวเจอร์ส กล่าวแสดงความเห็นว่า กลุ่มผู้ถือหุ้นต่างประเทศยังคงเห็นศักยภาพในการเติบโตของตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าของไทยอยู่ แต่ตลาดต้องมีการประชาสัมพันธ์ และให้ความรู้นักลงทุนมากกว่านี้ โดยเฉพาะนักลงทุนที่ต้องการเครื่องมือทางการเงิน
           นายไซโตะยกตัวอย่างตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าในจีน ซึ่งมีสินค้าหลักเป็นยางพาราเหมือนประเทศไทย มีการเติบโต 200 เท่าในช่วงเวลา 5 ปีหลังจากเปิดการซื้อขาย โดยกลยุทธ์ที่ดึงนักลงทุนคือการจัดสัมมนาให้ความรู้เฉลี่ย 400 ครั้งต่อปี
           อย่างไรก็ตาม นายไซโตะเตือนว่าภายในเวลา 2 ปีจากนี้ไป หากตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้าของไทยไม่มีศักยภาพในการเติบโตมากกว่านี้ ทางผู้ถือหุ้นต่างประเทศก็จะอาจจะถอนการลงทุนออกไป
 
จาก.. หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ประจำวันที่ 15 ตุลาคม 2550
Tags : ชานนทน์ ภู่เจริญยศ • เจเอสพี ฟิวเจอร์ส • โบรกเกอร์ • สินค้าเกษตรล่วงหน้า • afet