หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: 5 โรคร้ายควรระวัง อันตรายสำหรับคนขับรถ  (อ่าน 4 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 30 มิ.ย. 20, 15:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

การปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัดมีส่วนสำคัญต่อการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก ผู้ที่ต้องการจะขับขี่ยานพาหนะไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถสาธารณะ จะต้องเข้ารับการอบรมและสอบใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ให้ผ่านเกณฑ์ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ พร้อมแนบหลักฐานการตรวจร่างกายจากแพทย์ และแม้ว่ากรมขนส่งทางบกจะไม่ได้มีข้อห้ามเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บสำหรับผู้ทำใบขับขี่ แต่โรคเรื้อรังบางชนิดก็ส่งผลกระทบต่อผู้ใช้รถใช้ถนนได้รับอันตรายจากการขับขี่ได้เช่นกัน

1. โรคทางสายตา ไม่ว่าจะเป็น ต้อหิน ต้อกระจก หรือจอประสาทตาเสื่อม ล้วนเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นได้ชัดระหว่างขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับรถในเวลากลางคืน ส่วนคนเป็นต้อหินก็จะทำให้มุมมองทางสายตาแคบลง มองเห็นภาพรอบข้างได้ไม่ดี และตาอาจพร่ามัวหากต้องมองแสงไฟบอกทาง หรือไฟหน้ารถ

2. โรคทางสมอง โดยเฉพาะโรคหลอดเลือดในสมอง จะส่งผลให้แขนขาไม่มีแรง ทั้งการเหยียบคันเร่ง เหยียบเบรกหรือเปลี่ยนเกียร์ บางคนมีอาการเกร็งจนขากระตุกเวลาเหยียบคันเร่งหรือเบรก ขณะที่บางคนประสานงานแขนกับขาได้ไม่ดี หรือสมองสั่งให้แขนขาทำงานไม่ได้ดีเหมือนเดิม ความไวของการตอบสนองต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ ลดลง ผู้ขับขี่ที่ยังมีอาการไม่มากก็จะมีอาการหลงลืม ขับรถหลงทางในบางครั้ง การตัดสินใจช้าและสมาธิไม่ดี

3. โรคลมชัก ผู้ป่วยที่มีการชักชนิดที่หมดสติหรือล้มลงกับพื้น จะมีอาการชักเกร็งและกระตุก จนถึงขั้นไม่รู้สึกตัว มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุได้บ่อย เพราะมีการสูญเสียการควบคุมสติ ทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ แต่หากเป็นการชักเฉพาะบางส่วนของร่างกายและผู้ป่วยยังมีสติดีก็จะเกิดอุบัติเหตุได้น้อยมาก

4. โรคหัวใจ มีสาเหตุมาจากหลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจเกิดการตีบตัน จนทำให้เลือดไม่สามารถไปหล่อเลี้ยงอวัยวะส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้ตามปกติ โรคหัวใจสามารถเกิดขึ้นได้กับบุคคลทุกเพศทุกวัย หากละเลยไม่ใส่ใจดูแลสุขภาพทั้งเรื่องอาหารการกิน การออกกำลังกาย การพักผ่อนนอนหลับ และความเครียด แต่อาการที่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการขับรถโดยตรง คือ หน้ามืด ตาลาย มองเห็นภาพไม่ชัดเจน หรือหมดสติชั่วขณะและหมดสติ

5. โรคเบาหวานชนิดร้ายแรง ชนิดที่ต้องฉีดอินซูลีน หากระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ จะมีอาการหน้ามืด วิงเวียนศีรษะ สายตาพร่ามัว เหงื่อออกมาก ใจสั่น และหมดสติ หากอาการไม่รุนแรงยังสามารถขับรถได้ แต่หากอาการรุนแรง ห้ามขับรถโดยเด็ดขาด หากจำเป็นต้องขับรถควรเตรียมอาหาร ลูกอม น้ำหวานไว้รับประทาน เพื่อป้องกันภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ ทำให้หมดสติ จนก่อให้เกิดอุบัติเหตุได้

เมื่อต้องนั่งอยู่หลังพวงมาลัย ทุกชีวิตที่โดยสารมาด้วย ล้วนมีส่วนสำคัญต่อผู้ขับขี่ทุกคนบนท้องถนน ที่ต้องให้ความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะเมื่อต้องดื่มสุราหรือได้รับการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ จนอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุขณะขับรถ และอาจสร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ทั้งต่อตัวเองและผู้คนรอบข้าง

ขอบคุณข้อมูลจาก เฮง ไดเร็ค โบรกเกอร์ประกันรถยนต์ออนไลน์ เบี้ยถูก โปรแรง www.hengdirect.co.th

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม