หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: U Drink I Drive กับข้อพิพาทที่เหล่า Start Up ควรศึกษา  (อ่าน 43 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ก.ย. 19, 20:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เรื่องราวก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรมาก เป็นการฟ้องร้องหุ้นส่วนที่ผลประโยชน์ไม่ลงตัว ถ้าเรื่องมันเป็นดังที่กล่าวมาข้างต้น ก็คงจะไม่น่าติดตามอะไร จนกระทั่งมีการเพิกถอนคำสั่งคุ้มครอง และพบความผิดปกติในทางบัญชี
ล่าสุด เมื่อวันที่ 22 ก.ย. แหล่งข่าวทางบริษัทยูดริ้งค์ฯ แจ้งว่าได้มอบหมายให้ทนายนำหลักฐานความเป็นจริงทั้งหมดไปดำเนินการยื่นคำร้อง เพิกถอน คำสั่ง ในวันเดียวกัน ศาลได้มีคำสั่งเพิกถอนคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในทันที เนื่องจากคำเบิกความที่ น.ส.สิรโสมย์ บริสุทธิ์สุวรรณ์ ได้ยื่นให้ศาล อันซึ่งทำให้ได้มาซึ่งความคุ้มครองดังกล่าวนั้นเป็นเท็จ และคุณสิรโสมย์ ก็ถูกฟ้องในคดีอาญา ฐานเบิกความเท็จต่อศาลด้วย
และทางบริษัท ยูดริ้งค์ฯ ได้มีการชี้แจงประเด็นที่คุณสิรโสมย์ เคยออกมาให้ข่าว ในประเด็นการขายบริษัทยูดริ้งค์ฯ ในราคา 3 ล้าน โดยเรื่องราวทั้งหมดเกิดขึ้นตั้งแต่เดือน กันยายน ปี 61 จนมาถึงเดือน มิถุนายน ปี 62 ทางยูดริ้งค์ฯ จึงได้แจกแจงประเด็นได้กระจ่างมากกว่าตอนที่คุณสิรโสมย์ออกมาให้ข่าวในครั้งแรก (รายละเอียดแนะนำให้ไปอ่านลิ้งค์ข่าวจากเว็บเดลินิวส์ นะคะ)
เนื่องจากมีความยาวมาก จะขอเล่าสรุปแบบกระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้ว่า
• ทางยูดริ้งค์ฯ ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่องทางการเงิน ก็พยายามที่จะแก้ไขปัญหาด้วยการหานักลงทุนมาลงทุน แต่ก็ไม่มีใครเข้ามาเพราะงบบัญชีของทางบริษัทไม่ถูกต้อง
• และในขณะที่บริษัทกำลังมีปัญหา คุณสิรโสมย์ก็ขอลาออกจากตำแหน่ง CEO โดยขอเป็นแค่ผุ้ถือหุ้นและคณะกรรมการเท่านั้น บริษัทยูดริ้งค์ฯ จึงอยู่ภายใต้การบริหารงานของหุ้นส่วนอีก 2 คนแทน
• โดยระหว่างนั้นก็ได้มีการระดมเงินทุนเพิ่มไปถึง 2 ครั้ง จากหุ้นส่วน ครั้งแรก 300,000 บาท และครั้งที่สอง 700,000 บาท
• แล้วทางคุณพ่อของอภินาราในฐานะผู้ใหญ่ของทั้ง 2 ฝ่ายได้แนะให้ลองหารือกับบริษัท เอเชียพลัส แอสซิสแทนท์ จำกัด คู่ค้าของบริษัท เอเชียประกันภัย ให้มาร่วมลงทุน โดยอาศัยความน่าเชื่อถือของคุณพ่อ เพราะถ้าดูจากบัญชี นักลงทุนทั่วไปคงไม่กล้าลงทุน
• จากนั้นก็ได้มีการประชุมผู้ถือหุ้น โดยมีวาระพิจารณางบดุลปี 2561 ซึ่งคุณสิรโสมย์) ในฐานะ CEO & CFO ไม่ยอมเซ็นต์รับรองงบดุลที่ตนเองเป็นคนทำไว้ตั้งแต่ก่อนที่ น.ส.อภินารา และนายจิรายุจะขึ้นมาดูแลแทน
• ในการประชุมครั้งนี้คุณอภินารานำข้อเสนอบริษัทเอเชียพลัสฯ ซึ่งดีลคือ ตีมูลค่าบริษัทที่ 20 ล้านบาท จ่ายก่อน 3 ล้านบาทที่เหลือจะจ่ายตาม KPI
• แต่คุณสิรโสมย์ บอกว่าข้อเสนอจากเอเชียพลัสยังไม่ดีพอ และตนเองมีข้อเสนอที่ดีกว่า ทางน.ส.อภินารา จึงบอกว่า ให้นำข้อเสนอดังกล่าว มาเป็นเอกสารที่ถูกต้อง และ หากเราตกลงจะได้เซ็นกลับไปให้ได้เลย
• ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นครั้งที่ 1/2562 วาระ: อนุมัติงบดุล และเซ็นต์รับรองงบดุลโดย น.ส.อภินารา และนายจิรายุ เพราะไม่เช่นนั้นบริษัทฯ จะโดนปรับเป็นงบดุลปี 2561
• แล้วคุณสิรโสมย์ก็ไม่มีข้อเสนอที่ดีกว่าเอเชียพลัส มาเสนอที่ประชุม
• ต่อมาคุณสิรโสมย์ขอให้คณะกรรมการเรียกประชุมผู้ถือหุ้นอีกครั้งเพื่อ พิจารณาวาระเดิมเรื่องข้อเสนอขายให้บริษัทเอเชียพลัสฯ และขอให้พิจารณาโอนหุ้นให้พี่สาวของตนครึ่งหนึ่ง ซึ่งแจ้งว่าได้ดำเนินการโอนเรียบร้อยแล้ว
• ความเห็นของเลขานุการที่ประชุมแจ้งกับคุณสิรโสมย์ว่า ถ้าอยากทำก็ไม่มีสิทธิห้าม แต่ไม่น่าจะถูกต้องกับข้อบังคับของบริษัทฯ ข้อ 5 “บริษัทจะถือหุ้นหรือรับจำนำหุ้นของบริษัทเองไม่ได้ และหากผู้ถือหุ้นต้องการขายหุ้น จะต้องประกาศขายให้กับบุคลลภายในก่อน และหากบุคคลภายในไม่ซื้อ จึงจะขายให้บุคคลภายนอกได้ และจะต้องได้รับการอนุมัติจากที่ประชุมเสียงข้างมากก่อน” แต่ถ้า ยืนยันจะทำ ก็ให้ไปทำและให้นำเอกสารมาให้เรียบร้อย เพื่อเสนอในการประชุมครั้งต่อไป
• ในวันที่ 31 พ.ค. 62 คุณสิรโสมย์ ยื่นขอคำสั่งศาลห้ามชั่วคราวในการขายให้บริษัทเอเชียพลัสฯ ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นเมื่อ 7 พ.ค.62 แต่ศาลยกคำร้อง
• ทางบริษัทยูดริ้งฯ ได้มีการติดตามบัญชีงบดุล ในสมัยที่คุณสิรโสมย์เป็น CEO
• พบเห็นความพิรุธ ในเส้นทางการเงิน เพื่อจะตรวจสอบ ในประเด็นหลัก คือ
1. เงินหายไปไหน จนบริษัทขาดทุนและขาดสภาพคล่องอย่างมาก ทั้งที่ตามที่ น.ส.สิรโสมย์ กลับแจ้งเองต่อสรรพากรเองว่าบริษัทมีรายได้มากมาย2. เงินหายไปได้อย่างไร 3. จำนวนเงินเบื้องต้นเท่าไร ที่หายออกไปและหากพบว่ามีการทุจริต ฉ้อฉล ซึ่งน่าจะใช้เวลาไม่นาน จะดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดให้แก่ผู้กระทำผิด
เรื่องราวของ Start Up ที่ดูน่าสนใจในครั้งนี้จะจบเช่นไรเราก็ต้องคอยติดตามกันต่อไป และในการที่เราเอามาเขียนเป็นกระทู้ครั้งนี้เพื่ออยากให้เป็นกรณีศึกษาสำหรับการทำธุรกิจให้แก่ Start Up ไม่ว่าจะเป็นกับเพื่อนหรือใคร เมื่อร่วมธุรกิจกันแล้วควรที่จะมีระบบที่ตรวจสอบได้ คานอำนาจซึ่งกันและกัน และหวังว่าเรื่องนี้จะจบด้วยดี เราเสียดายที่ธุรกิจคอนเซปดีดีแบบนี้ต้องหายไปจากตลาด และก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ยูดริ้งไอไดร์ฟ จะกลับมาแข็งแรง เป็นที่นิยมเหมือนอย่างพวกแกร้ป และไลน์แมนนะคะ

ที่มา: พันทิป
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 27 ต.ค. 19, 16:35 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น่าเสียดายธุรกิจกำลังเติบโตและน่าจะขยายไปได้อีกตามจังหวัดใหญ่ๆ แล้วยังช่วยลดอุบัติเหตุเมาไม่ขับ ยังไงๆก็สู้ต่อไปนะ อยากให้ธุรกิจยังคงอยู่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 3 พ.ย. 19, 19:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เงินไม่เข้าใครออกใคร ต่อให้เก่งและฉลาดแค่ไหน บริหารงานไม่เป็นก็พังกันมาเยอะแล้ว แล้วนี่ก็เห็นว่าอดีต CEO โดนฟ้องกลับข้อหายักยอกทรัพย์มีการไปให้ข่าวว่ามูลค่าธุรกิจนี่หลักร้อยล้าน ถ้ามีมูลค่าจริงทำมัยต้องระดมทุนจากผู้ถือหุ้นล่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม