หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: พรินซิเพิล เพิ่มทุนกอง ‘พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม’ เป็น 3 หมื่นล้าน  (อ่าน 12 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 2 ก.ค. 19, 12:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
บลจ.พรินซิเพิล มองทิศทางการลงทุนครึ่งปีหลัง ยังมีความไม่แน่นอนจากแนวโน้มเศรษฐกิจผันผวน หลังธนาคารกลางสหรัฐฯ มีโอกาสปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายและการเจรจาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ – จีน ซึ่งคาดว่าจะยังไม่มีข้อสรุปในเร็ววันนี้ แนะกระจายพอร์ตลงทุนบางส่วนในสินทรัพย์กลุ่ม Property Fund และ REITs ขณะที่กองทุนเปิด ‘พรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม’ ได้รับอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 3 หมื่นล้านบาท จากเดิม 1.5 หมื่นล้านบาท รองรับนักลงทุนที่สนใจ โชว์ผลงานกองทุนฯ ย้อนหลังให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 10% ต่อปีนับตั้งแต่จัดตั้ง และมีผลการดำเนินงานรายปีเป็นบวกตลอด 5 ปีที่ผ่านมา รวมถึงจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส (รวม 29 ครั้ง) รวม 5.66 บาทต่อหน่วย ล่าสุดประกาศจ่ายเงินปันผลหน่วยละ 0.25 บาท แก่ผู้ถือหน่วยลงทุนที่ลงทุนก่อนวันที่ 28 มิถุนายน 2562


นายจุมพล สายมาลา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด (“บลจ.พรินซิเพิล”) เปิดเผยว่า บลจ.พรินซิเพิล ประเมินทิศทางการลงทุนช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ยังมีความไม่แน่นอนจากแนวโน้มเศรษฐกิจที่ผันผวน โดยมีปัจจัยมาจากผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ FOMC ครั้งล่าสุด ที่แม้ว่ามีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาดการณ์ที่ระดับ 2.25 - 2.50% ด้วยคะแนนเสียง 9 ต่อ 1 อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการ FOMC ได้ให้ความสำคัญกับปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากความไม่แน่นอนทางภาคเศรษฐกิจและภาคการเงิน โดยประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานธนาคารกลางสหรัฐของเซนต์หลุยส์ แสดงมุมมองต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ที่เหมาะสมว่าควรอยู่ในระดับต่ำกว่าปัจจุบัน 0.25% จึงเพิ่มความเป็นไปได้ต่อการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ในอนาคต

ส่วนประเด็นความขัดแย้งจากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อ ภายหลังการพบกันของสองผู้นำ ‘นายโดนัล ทรัมป์’ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และ’นายสีจิ้น ผิง’ ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีน ในการประชุม G20 ที่ประเทศญี่ปุ่นเมื่อวันที่ 28-29 มิถุนายนา 2562 ออกมาดีตามคาด โดยทั้งสองฝ่ายยอมกลับเข้ามาสู่ขั้นกระบวนการเจรจาการค้าครั้งที่ 12 อีกครั้ง ภายหลังที่ยุติการเจรจาไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยระหว่างการเจรจาครั้งนี้ สหรัฐฯ ยังคงใช้วงเงินภาษีเดิมที่ระดับ 25% บนวงเงิน 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ สหรัฐฯ ผ่อนปรนกฎให้บริษัทในสหรัฐสามารถกลับมาทำธุรกิจกับ Huawei จีนกลับมานำเข้าสินค้าเกษตรจากสหรัฐฯ และจีนแถลงเปิดประเทศมากขึ้นโดยจะอนุญาตให้บริษัทในสหรัฐและนานาชาติสามารถถือครองหุ้นส่วนใหญ่ในประเทศ ทำให้เรามีมุมมองเชิงบวกต่อภาพรวมและผลลัพธ์การประชุมครั้งนี้ แต่ยังคงต้องติดตามผลการเจรจารอบใหม่ว่าจะทำได้จริงหรือไม่

ด้วยปัจจัยดังกล่าว ประเมินว่าจะส่งผลดีต่อการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีลักษณะเป็น Yield Play Assets หรือ สินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนจากการจ่ายเงินปันผล ซึ่งรวมถึงสินทรัพย์ในกลุ่มกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ (Property Fund) และกองรีทส์ (REITs) โดยภาพรวมอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลทั่วโลกที่อยู่ในระดับต่ำเป็นปัจจัยดึงดูดกลุ่มนักลงทุนหลายกลุ่มที่มุ่งแสวงหาผลตอบแทน (Search for Yield) เข้าลงทุนใน Property Fund และ REITs ที่จ่ายเงินปันผลจากกระแสเงินสดแก่นักลงทุนในอัตราเงินปันผลเฉลี่ยในปัจจุบัน 4.6%–5.4% ต่อปี เพื่อช่วยลดผลกระทบเชิงลบในช่วงที่ตลาดลงทุนเกิดความผันผวน

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ. พรินซิเพิล กล่าวว่า จากมุมมองดังกล่าวจึงแนะนำทยอยลงทุนในกองทุนเปิดพรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม หรือ Principal Property Income Fund (PRINCIPAL iPROP) ในสัดส่วน 10 – 20% ของพอร์ตลงทุนรวม เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้างผลตอบแทนในภาวะที่ตลาดการเงินโลกยังไม่ชัดเจน โดยเมื่อวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา กองทุนเปิดพรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี้ อินคัม (PRINCIPAL iPROP) ได้รับอนุมัติเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 3 หมื่นล้านบาท จากเดิม 1.5 หมื่นล้านบาท เนื่องจากกองทุนมีขนาดเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและเพื่อรองรับนักลงทุนสามารถเข้าซื้อหน่วยลงทุนเพิ่มเติม

ทั้งนี้ กองทุน PRINCIPAL iPROP มีนโยบายลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ทั้งในและต่างประเทศ โดยใช้กลยุทธ์คัดเลือกสินทรัพย์รายตัวในลักษณะ Bottom-up โดยเฉพาะกลุ่มที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีเครือข่ายผู้จัดการกองทุนของ บลจ. พรินซิเพิล เน้นการศึกษาเชิงลึกเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่มีคุณภาพดี มีสภาพคล่องเพียงพอ และยังคงซื้อขายในราคาที่เหมาะสม

ขณะที่ผลการดำเนินงานกองทุนฯ สามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีมาโดยตลอด เฉลี่ยประมาณ 10% ต่อปีนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุนฯ และมีประวัติจ่ายเงินปันผลอย่างต่อเนื่องทุกไตรมาสนับตั้งแต่ไตรมาส 2/2555 จนถึงปัจจุบัน โดยจ่ายเงินปันผลแล้วทั้งสิ้น 29 ครั้ง รวม 5.66 บาทต่อหน่วย โดยในครั้งนี้กองทุนได้ประกาศจ่ายเงินปันผลกองทุน PRINCIPAL iPROP-D ชนิดจ่ายเงินปันผล และรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติสำหรับกองทุน PRINCIPAL iPROP-R ชนิดขายคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติ ในอัตราหน่วยละ 0.25 บาท (สำหรับงวดบัญชี 31 พฤษภาคม 2562) แก่ผู้ที่ถือหน่วยลงทุนกองทุนดังกล่าว ก่อนวันที่ 28 มิถุนายน 2562

สำหรับนักลงทุนที่สนใจสามารถขอหนังสือชี้ชวนและรายละเอียดกองทุนได้ที่ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ธนาคารทหารไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือผู้สนับสนุนการขายฯ และบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน พรินซิเพิล จำกัด โทรศัพท์ 0 2686 9595 www.principal.th

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  principal  กองทุน  การลงทุน 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม