หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: งานนี้ต้องมี “อะไร” เรื่องสัมปทานดิวตี้ฟรีฉบับใหม่  (อ่าน 6 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 9 เม.ย. 19, 13:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

หลัง คณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ “บอร์ด ทอท.” ยอมตัดสินใจปรับแผนการประมูลโครงการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร (ดิวตี้ฟรี) จากเดิมที่รวม 4 สนามบิน เป็น “สัญญาเดียว” แล้วแยกใหม่เป็น 2 สัญญา คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 1 สัญญา และ ท่าอากาศยานภูมิภาค ประกอบด้วย ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่ อีก 1 สัญญา ทำให้เราเห็นภาพอะไรชัดเจนขึ้น!!!

เพราะงานนี้ บอร์ด ทอท. ยังยืนยันที่จะไม่เปิดประมูลในลักษณะ “กลุ่มสินค้า” หรือ By Category ตามที่มี “บางกลุ่ม” พยายามเรียกร้อง ด้วยการอ้างเรื่องการผูกขาด โดยลืมข้อเท็จจริงในเรื่องการแข่งขันทางการค้า

ยิ่งได้เห็นข้อคิดเห็นของ “วรวุฒิ อุ่นใจ” ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ที่ออกมาเขียนวิพากษ์วิจารณ์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมสร้างวาทกรรมว่า “ทีโออาร์ที่ออกมานี้ เอื้อประโยชน์ให้ผู้เข้าประมูลบางราย” โดยเน้นติติงเรื่องเกณฑ์ประเมินในทีโออาร์ ที่กำหนดคะแนนด้านเทคนิค 80% และคะแนนด้านผลตอบแทนประเทศ 20% ยิ่งสะท้อนว่า งานนี้ต้องมี “อะไร” แน่นอน ???

เมื่อไล่ไปดูในเอกสารทีโออาร์ จากหน้าเฟซบุ๊กของ “วรวุฒิ อุ่นใจ” เอง ทำให้พบว่า มีความจงใจที่จะหยิบในส่วนที่ตัวเองต้องการถ่ายทอดให้สาธารณะรับทราบเพียง “ด้านเดียว” แต่ไม่ได้พูดถึงองค์ประกอบรวมทั้งหมด

เพราะในรายละเอียดที่ปรากฏ ระบุชัดเจนว่า แบ่งเป็น...ข้อ 1.ประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในเชิงธุรกิจของผู้ยื่นข้อเสนอ มี 15 คะแนน ข้อ 2.แผนการดำเนินงาน เช่น แนวคิดหลักในการบริหารจัดการกิจการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร, การออกแบบตกแต่งสถานที่ และระยะเวลาดำเนินงาน, แผนการจัดร้านค้าและบริการ และแผนการตลาด มี 40 คะแนน ข้อ 3.แผนธุรกิจ เช่น ประมาณการรายได้ของผู้ยื่นข้อเสนอและประมาณการกำไรขาดทุน, ประมาณการงบดุลและงบประมาณการลงทุน, การวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของโครงการ และความสามารถในการระดมทุน การชำระหนี้ และ D/E ratio มี 25 คะแนน และ ข้อ 4.ค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายปี (Minimum Guarantee) ที่เสนอให้ ทอท. มี 20 คะแนน

แยกแยะกันออกมาเช่นนี้ ทำให้สะท้อนถึงมุมมองและแนวคิดของผู้ที่ต้องการติติงเรื่อง ทีโออาร์ ซึ่งเอาแต่พูดเรื่อง สมการ เทคนิค 80% และ ผลตอบแทน 20% ได้เป็นอย่างดีว่า คิดอย่างไร และมีเจตนาอะไร ???

หากมองด้วยข้อเท็จจริง ข้อแรก ในเรื่องประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ หรือพูดภาษาชาวบ้านคือ เคยมีประสบการณ์การทำ “ดิวตี้ฟรี” มาก่อน ก็ให้คะแนนแค่ 15% เท่านั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก เมื่อเทียบกับข้ออื่นๆ โดยเฉพาะพวกที่มักคิดว่า ทีโออาร์ นี้เอื้อให้กับผู้ลงทุนรายเดิม

ส่วน ข้อสอง เรื่องแผนการดำเนินงาน ที่ให้น้ำหนักถึง 40% นั้น เมื่อมาไล่ดูรายละเอียดจะพบว่า มีตั้งแต่เรื่องการออกแบบตกแต่งสถานที่, แผนการจัดร้านค้าและบริการ, แผนการตลาด ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำธุรกิจ ว่าจะไปรอดหรือไม่??? คิดง่ายๆ หากเสนอการออกแบบตกแต่งออกมาเลิศหรูอลังการ แต่บอกว่าใช้งบประมาณน้อยเกินจริง ก็เป็นไปไม่ได้ในเชิงปฏิบัติ

เมื่อพิจารณาถึง ข้อสาม เรื่องแผนธุรกิจ ยิ่งถือเป็นเรื่อง Common Sense ที่ใครคิดจะลงทุนโครงการใหญ่แบบนี้ ย่อมต้องมีการศึกษา “ความเป็นไปได้ทางธุรกิจ” (FEASIBILITY ANALYSIS) กันอยู่แล้ว ว่าจะมีการลงทุนเท่าใด คาดว่าจะมีการขายได้เท่าใด ต้นทุนเท่าใด จะมีกำไรเท่าใดภายในกี่ปี ทุกอย่างต้องมีการประเมินความเป็นไปได้ แล้ววิเคราะห์ออกมาเป็นตัวเลขโดยประมาณการ

ยกตัวอย่าง... ข้อเสนอของ ทีม A เสนอลงทุน 2,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีงบดุลกำไรภายใน 5 ปี ขณะที่ ทีม B เสนอลงทุน 1,000 ล้านบาท คาดว่าจะมีงบดุลกำไรภายใน 5 ปีเช่นกัน เมื่อมาพิจารณาถึงรายละเอียดข้อเสนอด้านเทคนิคใน ข้อที่ 4 ที่กำหนดค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำรายปี ให้ ทอท. หากคิดเพียงแค่ 20% จากเงินลงทุน จะพบว่า ทีม A จะได้ 400 ล้านบาท ทีม B จะได้ 200 ล้านบาท

ดังนั้นหากมอง ข้อ 3 เรื่องแผนธุรกิจ ที่ให้น้ำหนักไว้ 25% จึงสมเหตุสมผล เพราะจะส่งผลให้ ข้อ 4 เรื่องค่าตอบแทนขั้นต่ำรายปี มีผลตอบแทนที่ชัดเจนมากขึ้น

นี่จึงไม่ใช่สมการ 80 : 20 ตามที่เอ่ยถึง แต่ควรจะเป็นสมการ 15 : 40 : 25 : 20 ที่ถูกต้องมากกว่า !!!

มากไปกว่านั้นคือ จากข่าวที่ปรากฏตามสื่อสารมวลชน พบว่า “ประสงค์ พูนธเนศ” ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานบอร์ด ทอท. ระบุว่า “เมื่อวันที่ 1 เม.ย. 2562 ทอท.ได้เปิดขายซองคัดเลือกผู้ประกอบการโครงการจำหน่ายสินค้าปลอดอากร และโครงการบริหารจัดการกิจกรรมเชิงพาณิชย์ (ดิวตี้ฟรี) 2 สัญญา คือ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 1 สัญญา และท่าอากาศยานภูมิภาค ได้แก่ ท่าอากาศยานภูเก็ต ท่าอากาศยานเชียงใหม่ และท่าอากาศยานหาดใหญ่รวมอีก 1 สัญญา โดยได้รับรายงานว่า กลุ่มห้างเซ็นทรัล เป็นรายแรกที่เข้ามาซื้อซองประมูล”

แต่คล้อยหลังเพียงวันเดียว ที่เซ็นทรัลกรุ๊ปเข้าซื้อซองประมูล ทาง “วรวุฒิ อุ่นใจ” ก็เขียนลงเฟซบุ๊ก พร้อมโชว์ภาพรายละเอียดข้อเสนอด้านเทคนิค ในแต่ละหัวข้อที่มีคะแนนต่างกัน แต่กลับเลือกพูดเพียงแค่ สมการ 80 : 20

ณ วันนี้ “วรวุฒิ อุ่นใจ” สวมหมวก 2 ใบ ใบแรกเป็น “ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย” อีกใบเป็น “ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีโอแอล จำกัด (มหาชน)” หรือ COL ในเครือเซ็นทรัลกรุ๊ป

คงเห็นชัดเจนว่า ทำไม “สมาคมผู้ค้าปลีกไทย” ถึงต้องออกตัวแรงในเรื่องสัมปทานดิวตี้ฟรีฉบับใหม่ แทนที่จะไปช่วยเหลือ หรือ “ต่อยอด” ให้กับธุรกิจร้านค้าปลีก เพื่อให้เกิดการแข่งขันที่สมดุลและเป็นธรรม...มากกว่า

หรือว่านี่คือภารกิจจำเป็นที่ต้องเล่น หรือถูกสั่งให้เล่น

แต่ระวังจะเป็นเผือกร้อน ย้อนกลับใส่ตัวเองนะ !!!

ลิ้งก์ https://www.dailynews.co.th/article/703026




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ดิวตี้ฟรี  สุวรรณภูมิ  สัมปทาน 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม