หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: วิชัย ศรีวัฒนประภา โมเดลเปลี่ยนประเทศ  (อ่าน 22 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 17 พ.ย. 18, 09:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

“ความตายของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา จะนำไปสู่การเปลี่ยนใหญ่ประเทศไทยได้อย่างไร?”

อาจารย์หมอประเวศ วะสี ราษฎรอาวุโส ย้ำว่า ความตายของคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา เป็นข่าวโด่งดังไปทั่วประเทศและทั่วไปในโลก ก่อให้เกิดความสลดใจโดยทั่วกัน ถ้าเราสามารถทำให้ความสูญเสียเศร้าสลดเป็นจุดเปลี่ยนของบางสิ่งบางอย่างที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติและมหาชน ก็จะเป็นกุศลอันใหญ่หลวง

เมื่อเร็วๆนี้ คุณเอ็นนู ซื่อสุวรรณ ปรารภกับผมว่า จากรายงานของนิตยสารฟอร์บส์ ประเทศไทยมีมหาเศรษฐีที่มีเงินเกิน 1 พันล้านดอลลาร์ หรือราวๆ 33,000 ล้านบาทขึ้นไปอยู่ 28 คน...คนเหล่านี้มีศักยภาพสูง

เราน่าจะคิดถึงเรื่อง “อนาถบิณฑิกเศรษฐีไทย กับการลดความเหลื่อมล้ำ”

คำว่า “อนาถบิณฑิกเศรษฐี” ชื่อนี้ติดมาในประวัติศาสตร์พุทธศาสนา ในพระไตรปิฎกมีพระสูตรเป็นจำนวนมากที่เริ่มต้นว่า...สมัยหนึ่งพระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่เมืองสาวัตถี ณ เชตวัน อันเป็นอารามของอนาถบิณฑิกเศรษฐี สมญานามอนาถบิณฑิกะก็มาจากการที่ชอบสงเคราะห์คนอนาถาไร้ที่พึ่ง อนาถบิณฑิกเศรษฐีจึงเป็นมงคลนาม ทว่า...“ความเหลื่อมล้ำ” เป็นปัญหาใหญ่ของไทยและของโลก ประเทศที่พัฒนาแล้วส่วนใหญ่นำโดยสหรัฐอเมริกา กำลังเกิดความเหลื่อมล้ำสุดๆ ส่วน...“ประเทศไทย” ได้ชื่อว่ามีความเหลื่อมล้ำสูงเป็นที่ 2 หรือที่ 3 ในโลก แน่นอนว่า... ความเหลื่อมล้ำที่มากเกินไปคือความไม่เป็นธรรมทางสังคม

...นำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพ ปัญหาทางสังคมนานัปการ เช่น อัตราตายในทารก อายุขัยการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ปัญหาสุขภาพจิต ยาเสพติด อาชญากรรม ความรุนแรง รวมทั้งปัญหาทางการเมือง

เช่น ปรากฏการณ์ทรัมป์ในสหรัฐอเมริกา ปัญหาต่างๆเหล่านี้แก้ไขไม่ได้ถ้าไม่สามารถลดความเหลื่อมล้ำ แต่ความเหลื่อมล้ำก็แก้ได้ยากสุดๆ

“การพัฒนาเศรษฐกิจไปเรื่อยๆอย่างเดิม แก้ความเหลื่อมล้ำไม่ได้ แต่ยิ่งเพิ่มความเหลื่อมล้ำมากขึ้น ฉะนั้นการลดความเหลื่อมล้ำจึงเป็นเรื่องใหญ่ของประเทศที่ท้าทายความสามารถของประเทศไทย”

ในสังคมปัจจุบันคนเก่งๆไปอยู่ในภาคธุรกิจมากที่สุด ไม่ได้อยู่ในระบบราชการ หรือมหาวิทยาลัยอีกต่อไป ยังมองไม่เห็นว่าระบบราชการ หรืออุดมศึกษา หรือการเมือง โดยลำพังตัวเองจะมีศักยภาพในการลดความเหลื่อมล้ำได้อย่างไร...เป็นเหตุผลว่าทำไมภาคธุรกิจควรเข้ามามีบทบาทในการลดความเหลื่อมล้ำ

หลายสิบปีมาแล้วผมเคยปรารภกับเพื่อนชาวอินเดียชื่อแบเนอจี ซึ่งเป็นนักวิชาการสายมาร์กซิสต์ ถึงความคิดเรื่องบทบาทของภาคธุรกิจกับการพัฒนา แบเนอจีตอบผมว่า “ดร.ประเวศ you can never train tiger to be vegetarian!”–คุณไม่สามารถฝึกเสือให้เป็นมังสวิรัติได้หรอก แต่ผมไม่เคยเชื่อแบบแบเนอจี เพราะผมไม่เชื่อว่าอะไรมีธรรมชาติที่ตายตัว

ถึงตรงนี้ อาจารย์ประเวศ อรรถอธิบายตอกย้ำถึงอนาถบิณฑิก-เศรษฐีไทยกับการลดความเหลื่อมล้ำทำได้อย่างไรบ้าง เริ่มจาก...กลุ่มบริษัทส่งเสริมการพัฒนาอย่างบูรณาการโดยเอาพื้นที่เป็นตัวตั้ง ถ้าคิด 28 กลุ่มบริษัท ต่อ 76 จังหวัด...ก็เท่ากับ 1 กลุ่มบริษัทต่อ 3 จังหวัด



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 18 พ.ย. 18, 19:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แต่...กลุ่มบริษัทที่มีทรัพย์สินน้อยกว่า 1 พันล้านดอลลาร์ก็ทำเรื่อง “อนาถบิณฑิกเศรษฐีไทยกับการลดความเหลื่อมล้ำ” ได้ ฉะนั้นจึงเป็นไปได้ว่า 1 กลุ่มบริษัทส่งเสริม 1 จังหวัดเท่านั้น...เพื่อเป็นการระลึกถึงคุณวิชัย กลุ่มคิง เพาเวอร์อาจเริ่มต้นก่อน 1 จังหวัด ซึ่งขอบเขตพื้นที่เป้าหมายชัดเจนจะทำให้ทำงานง่ายขึ้น

แยกย่อยต่อไปให้เห็นภาพ...ใน 1 จังหวัดขนาดกลาง โดยเฉลี่ยประกอบด้วย 100 ตำบล และ 1,000 หมู่บ้าน...1 : 100 : 1,000 คือหน่วยของการส่งเสริม ระดับจังหวัดคือประชาคมจังหวัด ระดับตำบล คือประชาคมตำบล ระดับหมู่บ้านหรือชุมชน คือสภาผู้นำชุมชนหรือองค์กรชุมชน

ประชาคมจังหวัด ประชาคมตำบล และสภาผู้นำชุมชน ควรได้รับการส่งเสริมให้มีความเข้มแข็งสามารถจัดการพัฒนาจังหวัดอย่างบูรณาการ โดยมีชุมชนท้องถิ่นเป็นตัวตั้ง 8 เรื่องเชื่อมโยงอยู่ในกันและกัน คือ... “เศรษฐกิจ–จิตใจ–สังคม–สิ่งแวดล้อม–วัฒนธรรม–สุขภาพ–การศึกษา–ประชาธิปไตย”

“ทรัพยากรเพื่อการพัฒนา” ในแต่ละพื้นที่และที่จะดึงมาได้จากนอกพื้นที่นั้นมีมากมายมหาศาล แต่ทรัพยากรเหล่านี้อยู่อย่างกระจัดกระจาย ขาดวิสัยทัศน์ เป้าหมายร่วม จึงขาดความมุ่งมั่นร่วมกันจึงไม่มีพลังในการพัฒนา กลไกที่เป็นทางการไม่สามารถรวมพลังเหล่านี้ได้ เพราะความเป็นทางการเน้นกฎหมาย กฎระเบียบ การควบคุม...แต่ “ภาคธุรกิจ” มีจุดแข็งที่ความคล่องตัวในการจัดการไปสู่ความสำเร็จ

ซึ่งอาจเรียกว่า “สัมฤทธิศาสตร์” อาจารย์ประเวศ บอกว่า สัมฤทธิศาสตร์เป็นส่วนที่ขาดหายไปในระบบที่เป็นทางการ และเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศ ภาคธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจะมีจุดแข็งเรื่อง สัมฤทธิศาสตร์มากที่สุดที่ภาคอื่นๆไม่มี จึงควรใช้จุดแข็งนี้เข้ามาอุดช่องโหว่ของระบบที่เป็นทางการ

“กลุ่มบริษัทควรสำรวจทรัพยากรเพื่อการพัฒนาทั้งหมดในจังหวัด...ที่จังหวัดจะดึงเข้ามาใช้ได้ ส่งเสริมให้เกิดวิสัยทัศน์ เป้าหมายร่วม...รวมพลังทั้งในระดับจังหวัด ระดับตำบล ระดับหมู่บ้าน เต็มพื้นที่จังหวัด”

ณ วันนี้ มีตัวอย่างเรื่องดีๆ กระจายอยู่ตามที่ต่างๆ เช่น เรื่อง...เกษตรพึ่งตนเอง วิสาหกิจชุมชน การจัดการท่องเที่ยวชุมชน การจัดการขยะ พลังงานชุมชน ธนาคารความดี การจัดการศึกษาโดยท้องถิ่น การดูแลผู้สูงอายุในชุมชน การมีสถาบันการเงินชุมชน ฯลฯ

ที่โดดเด่น...มีตัวอย่างสถาบันการเงินของชุมชนระดับตำบลที่จัดการได้ดี มีเงินหมุนเวียนในหนึ่งตำบลกว่า 100 ล้านบาททีเดียว...จุดสำคัญคือเป็นเครื่องมือของประชาชนในการออม การลงทุน การฝึกอบรม การอาชีพ สวัสดิการสังคม ซึ่งสถาบันการเงินของชุมชนเช่นนี้ควรมีในทุกตำบลทั่วประเทศ

ถึงตรงนี้แล้วเชื่อมั่นได้ว่า “ภาคธุรกิจ”...กลุ่มบริษัทควรศึกษาสำรวจทั่วประเทศว่าขณะนี้มีชุมชนท้องถิ่นใด มีความเข้มแข็งทำเรื่องดีๆอะไร แล้วนำ เรื่องดีๆทุกเรื่องมาส่งเสริมต่อยอดให้เกิดขึ้นเต็มพื้นที่จังหวัด ที่ตนส่งเสริม ซึ่งภาคธุรกิจชำนาญเรื่องการต่อยอดความสำเร็จอยู่แล้ว

นอกจากนี้ยังมีเรื่อง...ทรัพยากรทางการศึกษา...การพัฒนาอย่างบูรณาการ ระบบข้อมูลข่าวสารและการสื่อสารของพื้นที่ ในการพัฒนาจังหวัดอย่างบูรณาการโดยเอาชุมชนท้องถิ่นเป็นตัวตั้งควรมีข้อมูลข่าวสารเต็มพื้นที่ และสื่อสารให้รู้ถึงกัน รวมทั้งสื่อสารออกไปภายนอก

...ส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นมีอำนาจต่อรองเชิงนโยบาย...การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ ระหว่างทุกฝ่ายในสถานการณ์จริง คือเครื่องมืออันทรงพลังที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน...ความสำเร็จ

การเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน…ระดับบุคคล ระดับองค์กร ระดับสังคม ศักยภาพสูงสุดของความเป็นมนุษย์อยู่ที่สามารถเปลี่ยนแปลงขั้นพื้นฐาน

“ถ้ากลุ่มคิง เพาเวอร์เริ่มต้นหนึ่งจังหวัด เพื่อเป็นเครื่องรำลึกถึงคุณวิชัย ศรีวัฒนประภา ต่อไปก็จะมีกลุ่มบริษัทอื่นตามจนครบ 76 จังหวัด...อนาถบิณฑิกเศรษฐีไทยกับการลดความเหลื่อมล้ำ ก็จะเป็นความจริงให้โลกเห็นว่าหัวใจแห่งความเป็นมนุษย์เป็นธรรมชาติที่มีอยู่จริง”

“สังคมสันติสุข”... ที่มีการอยู่ร่วมกันอย่าง...“สันติสมดุล” ระหว่าง “คน” กับ “คน” และระหว่างคนกับธรรมชาติแวดล้อมได้ อันเป็นสังคมศรีอาริยะก็คงไม่ไกลเกินจริง.

from https://www.thairath.co.th/content/1418773

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  คิงเพาเวอร์  วิชัย  อัยยวัฒน์  ศรีวัฒนประภา 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม