หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เปิดกลโกงเช่าซื้อ-จำนำทะเบียนรถ เย้ย พรบ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา!  (อ่าน 27 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 4 เม.ย. 18, 11:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
ข่าวครึกโครมเมื่อช่วงต้นปี 2561กรณีที่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) บุกเข้ารวบตัว “เสี่ยวิชัย ป้ันงาม” เจ้าพ่อเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ย่านปทุมธานี ดำเนินคดีหัวหน้าอั้งยี่และปล่อยกู้นอกระบบในอัตราเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พร้อมกับส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินการยึดทรัพย์สิน อาคารบ้าน ที่ดิน รถยนต์ จักรยานยนต์ เงินสดและเงินฝากในธนาคารและทรัพย์สินอื่นๆ รวมกว่า 800 ล้านบาท

แม้เครือข่ายของเสี่ยวิชัยที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่ม วี 8” จะถูกรวบไปแล้ว โดยมีประชาชนผู้เสียหายที่ต้องตกเป็นเหยื่อของเครือข่ายนี้กว่า 100,000 คน มูลค่าความเสียหายทั่วประเทศราว 1,000 ล้านบาทนั้น

แต่กรณีดังกล่าวอาจกลายเป็นเรื่องเด็กๆไปเลย เมื่อเทียบกับบรรดาธุรกิจปล่อยเงินกู้ จำนำทะเบียนรถที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดทั้งที่เป็นธุรกิจห้องแถว เต้นท์รถ ลิสซิ่งเช่าซื้อ หรือที่จดทะเบียนขึ้นมาประกอบการเป็นนิติบุคคลโดยตรง บางรายนั้นเป็นถึงบริษัทลูกของแบงก์ยักษ์ที่มีสาขาอยู่ทั่วประเทศนับพันสาขา โชว์ใบอนุญาตประกอบธุรกิจหราแต่พฤติกรรมการปล่อยกูู้้ที่กระทำไว้กับประชาชนนั้น ไม่ต่างไปจากสัญญาเงินกู้ที่เสี่ยวิชัยกระทำไว้กับลูกหนี้ จะแตกต่างกันก็แค่ที่ “เสี่ยวิชัย”นั้น ไม่ได้ขอใบอนุญาตประกอบการโดยตรงเท่านั้น

ทำไมธุรกิจเหล่านี้ถึงได้เฟื่องฟูกันนัก ? เหตุใดผู้คนถึงหันมาจับธุรกิจจำนำทะเบียนรถ ปล่อยเงินกู้กันมากมายก่ายกองนับแสนรายมากกว่าร้านสะดวกซื้อหรือ “โมดิร์นเทรด” ท้ังประเทศรวมกันเสียอีก!

ลูกหนี้ตกเป็นเหยื่อทั่วประเทศ

สำหรับผู้คนโดยท่ัวไปที่กำลังเดือดร้อนเลือดเข้าตานั้น ธุรกิจปล่อยเงินกู้ จำนำทะเบียนรถ เต้นท์รถที่ผันตนเองมารับตึ๊งเล่มทะเบียน หรือจะลิสซิ่งเช่าซื้อที่ผุดขึ้นมาเป็นดอกเห็ดกระจายอยู่ท่ัวประเทศนั้น ธุรกิจเหล่านี้เป็นเสมือน “ที่พึ่งสุดท้าย” ของผู้คนที่ไม่สามารถจะเข้าถึงระบบสถาบันการเงินได้

เพราะหากจะให้กันไปกู้นอกระบบดอกเบี้ยร้อยละ10-20 ต่อวันนั้น ชะตากรรมลูกหนี้เงินกู้นอกระบบจุดจบเป็นอย่างไรทุกฝ่ายรู้แก่ใจกันดี ขณะที่ธุรกิจรับจำนำทะเบียนรถที่ทำได้ง่ายเป็นที่พ่ึงยามยากยิ่งกว่าโรงรับจำนำ จึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ผู้คนนิยมใช้บริการกันจะเงินติดล้อ เสี่ยสั่งได้ เงินกู้ทันใจอะไรก็ตามแต่ แค่เอาทะเบียนมาทิ้งไว้รับเงินสดทันใจผ่อนดอกเบี้ยกันไป 12-28% เป็นอันจบง่ายย่ิงกว่าปลอกกล้วยเข้าปากซะอีก!

อย่างไรก็ตามการบากหน้าไปขอกู้ธุรกิจเหล่านี้ ไม่มีใครฉุกคิดกันเลยว่าสัญญากู้ยืมเงินที่ไปเซ็นไว้กับผู้ประกอบการสินเชื่อส่วนบุคคล เต้นท์รถที่ผันตัวมารับจำนำทะเบียน ธุรกิจเช่าซื้อหรือลิสซิ่งทั้งหลายนั้น จะมีรายการแร่แปรธาตุหมกเม็ดสัญญาอะไรหรือไม่

เพราะสัญญาเหล่านี้มีการปฏิบัติกันมาอย่างกว้างขวาง ยาวนานไปที่ไหนก็เห็นจนชินตา!

หากจะถามว่าพอร์ตสินเชื่อเงินกู้เหล่านี้ทั้งระบบมีมากน้อยแค่ไหน เท่าที่ “กลุ่มพิทักษ์สิทธิ์ลูกหนี้” ซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของบรรดาลูกหนี้ที่ทนการถูกเอารัดเอาเปรียบจากธุรกิจเงินกู้นอกลู่เหล่านี้ไม่ไหวจึงรวมตัวกันเพื่อยื่นเรื่องเรียกร้องให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการได้ประเมินกันอย่างคร่าวๆ เบื้องต้นพบว่า

พอร์ตเงินกู้นอกระบบของธุรกิจเหล่านี้น่าจะมีมากกว่าแสนล้านบาท และมีประชาชนที่ต้องตกเป็นเหยื่อมากกว่าล้านรายขึ้นไป “พอร์ตระดับแสนล้านบาทน้ัน เอาเฉพาะดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่ผู้ประกอบการเหล่านี้เอาเปรียบประชาชนคนไทยทั้งระบบไป ก็คิดเป็นมูลค่านับหมื่นล้านบาทขึ้นไปแน่ ขณะที่ภาครัฐและกระทรวงการคลังเองต้องสูญเสียรายได้จากภาษีแวตไปนับพันล้านบาทเช่นกัน”

เผยกลโกงลิสซิ่ง-จำนำทะเบียนรถ

ในข้อเท็จจริงหากตรวจสอบให้ลึกลงไปถึงสัญญาเงินกู้ที่ผู้ประกอบธุรกิจลิสซิ่งทั้งที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ มีพอร์ตเงินกู้มากกว่า 35,000-40,000 ล้าน รวมทั้งธุรกิจที่อ้างว่าให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ ทั้งเงินติดล้อ เงินด่วน คาร์ ฟอร์ แคช ทั้งที่เป็นบริษัทลูกของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ และธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน(นอนแบงก์)

สัญญาเงินกู้ที่ธุรกิจเหล่านี้ทำไว้กับลูกหนี้ร้อยทั้งร้อยหาได้เป็นสัญญาเช่าซื้อแบบลีสซิ่งตามประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) หรือสินเชื่อรายย่อยภายใต้การกำกับแบบนาโน/พิโก้ ไฟแนนซ์ ตามที่กระทรวงการคลังให้ใบอนุญาตไปก่อนหน้า

ทุกรายล้วนจัดทำเป็น “สัญญาเงินกู้แบบมีหลักประกัน” ที่”มัดมือชก”กำหนดให้ลูกหนี้ต้องนำหลักทรัพย์ ทรัพย์สิน รถยนต์ จักรยานยนต์ หรือทรัพย์สินมีค่าอื่น ๆมาเป็นทรัพย์ค้ำประกันด้วยกันทั้งสิ้นซึ่งถือเป็นสัญญาเงินกู้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์(ปพพ.)มาตรา 654 ที่ต้องอยู่ในบังคับพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราปี 2475 ที่แก้ไขเพิ่มเติมปี 2560

“ไม่มีใครฉุกคิดกันเลยว่าประเทศไทยเรามีการตรา “พรบ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา”พ.ศ.2475 บังคับห้ามเจ้าหนี้ขูดรีดดอกเบี้ยเอากับลูกหนี้ ซึ่งได้มีการแก้ไขต่อเนื่องกันมาเป็น พรบ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2535 ,พ.ศ.2558 และล่าสุด พ.ร.บห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราพ.ศ. พ.ศ.2560 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 15 มกราคม2560 เป็นต้นมา”

ในเมื่อธุรกิจเหล่านี้ไม่ใช่สถาบันการเงิน ไม่ได่อยู่ในกำกับของแบงก์ชาติ หรือกระทรวงการคลัง และสัญญาที่จัดทำขึ้น ยังเป็นสัญญาเงินกู้ปกติที่มีหลักประกัน จึงต้องอยู่ในบังคับของปพพ.มาตรา 654และพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ.2475 และที่แก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ.2560 ที่กำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงสุดไม่เกินร้อยละ 15 เท่านั้น เกินกว่าน้ันถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งทางแพ่งและอาญา!!!

เผย “ไฮเวย์-ทิสโก้” ยอมทำตามกฏหมาย

แหล่งข่าวในวงการลิสซิ่งได้ตั้งข้อสังเกตุถึงบรรดาสัญญาเงินกู้ยืม สัญญาเช่าซื้อ ตลอดจนสัญญาจำนำทะเบียนรถที่บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจ ”นอน-แบงก์”ทั้งหลายกระทำกับลูกหนี้ จะเห็นได้ว่า มีเพียงบางบริษัทอย่าง บริษัทไฮเวย์ จำกัดในเครือธนาคารทิสโก้ที่จัดทำสัญญาเช่าซื้อ“ถูกกฎหมาย” โดยใช้สัญญมาตรฐานตามที่คณะกรรมการว่าด้วยสัญญา สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค(สคบ.)กำหนด ขณะที่ผู้ประกอบการรายอื่น ๆ รวมทั้งลิสซิ่งรายใหญ่ของเมืองไทย ล้วนแล้วแต่หลบเลี่ยงไปทำเป็น “สัญญาเงินกู้แบบมีหลักประกัน” ที่กำหนดให้ลูกหนี้ ต้องนำสินทรัพย์มาค้ำประกันทั้งสิ้น

พฤติกรรมการจัดทำสัญญาปล่อยเงินกู้ของธุรกิจปล่อยเงินกู้ ลิสซิ่ง หรือเต็นท์รถที่กระทำกับลูกหนี้ผู้กู้ยืมเหล่านี้ จึงล้วนแล้วแต่ขัดกฎหมาย พรบ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราทั้งสิ้น

อ่านเพิ่มเติม : http://www.logisticstime.net/archives/10338
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม