หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เขตนำร่องการพัฒนากับบทบาทสำคัญในการเปิดเสรีภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน  (อ่าน 26 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 21 ธ.ค. 17, 14:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ทางรถไฟที่เชื่อมระหว่างเมืองหุนชุน ในมณฑลจี๋หลิน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน และเมืองมาคาลีโน ในประเทศรัสเซีย นับเป็นเส้นทางการขนส่งที่สำคัญที่รองรับเขตนำร่องการพัฒนาฉางชุน-จี๋หลิน-ถูเหมิน (Changchun-Jilin-Tumen Development Pilot Zone) ตามแผนยุทธศาสตร์ของจีน ดังเห็นได้จากปริมาณการขนส่งสินค้าในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 ที่เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.66 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นถึง 49% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

ขบวนรถไฟขนส่งสินค้าระหว่างประเทศจากเมืองฉางชุน เมืองหลวงของมณฑลจี๋หลิน ไปยังทวีปยุโรป ผ่านทางเมืองหม่านโจวหลี่ ซึ่งเป็นเมืองท่าทางบกในเขตปกครองตนเองมองโกเลีย ทางภาคเหนือของจีน มีจุดรับส่งสินค้า 80 แห่งตลอดเส้นทางในรัสเซีย ซึ่งเชื่อมสถานีรถไฟหลัก 18 สถานีในหกประเทศยุโรป สินค้าที่บรรทุกมีปริมาณเพิ่มขึ้นสามเท่าจากปีที่แล้ว และมีการเติบโตเป็นอันดับหนึ่งในบรรดาขบวนรถไฟขนส่งสินค้าระหว่างจีน-ยุโรป

หลังได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลจีนในปี 2552 เขตนำร่องการพัฒนาฉางชุน-จี๋หลิน-ถูเหมิน ก็ได้มีบทบาทสำคัญกับการมีส่วนร่วมของจีนในความร่วมมือระดับนานาชาติตามเส้นทางแม่น้ำถูเหมิน ผ่านทางการพัฒนาแบบบูรณาการระหว่างเมืองฉางชุนและเขตปกครองตนเองชนชาติเกาหลีเหยียนเปียนในมณฑลจี๋หลิน เขตนำร่องแห่งนี้ครอบคลุมพื้นที่ 30,000 ตารางกิโลเมตร และมีประชากร 7.7 ล้านคน

เขตนำร่องการพัฒนาฉางชุน-จี๋หลิน-ถูเหมิน มีเป้าหมายที่จะผลักดันการเปิดประตูสู่ภายนอกมากขึ้น และให้ความสำคัญอย่างเท่าเทียมต่อความร่วมมือในประเทศและต่างประเทศ เขตนำร่องแห่งนี้ถือเป็นพื้นที่สนับสนุนที่สำคัญสำหรับระเบียงเศรษฐกิจจีน-มองโกเลีย-รัสเซีย ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ Belt and Road Initiative ซึ่งเป็นพื้นที่หลักสำหรับความร่วมมือระดับภูมิภาคในเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ และเป็นพื้นที่สาธิตสำหรับการเปิดเสรีภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

โดยได้มีการวางแผนสร้างถนนระหว่างประเทศ ซึ่งเริ่มต้นจากเมืองหุนชุน ผ่านเมืองฉางชุน เมืองชอยปาลซานของมองโกเลีย และประเทศรัสเซีย ก่อนที่จะขยายต่อไปยังประเทศอื่นๆ ในยุโรป ทางผ่านนี้จะเชื่อมต่อกับเส้นทางสายไหมทางบก นอกจากนี้ มณฑลจี๋หลิน ยังเชื่อมต่อกับเส้นทางสายไหมทางทะเล ผ่านทางท่าเรือซารูบิโนของรัสเซีย และท่าเรือไรจินและชงจินของเกาหลีเหนือ โดยมีเมืองหุนชุนเป็นจุดเริ่มต้น

สำหรับเส้นทางคมนาคมร่วมทางบก-ทางทะเล จากเมืองหุนชุนไปยังท่าเรือปูซานในเกาหลีใต้นั้น เปิดใช้งานแล้ว ขณะที่ทางผ่านข้ามชายแดนจากเมืองหุนชุนไปยังเมืองชายฝั่งทางใต้ของจีน โดยผ่านท่าเรือของเกาหลีเหนือ ได้รับการอนุมัติเพื่อรองรับการขนส่งสินค้าระหว่างกัน

เขตนำร่องการพัฒนาฉางชุน-จี๋หลิน-ถูเหมิน ได้สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจที่กว้างไกลออกไป ผ่านทางการก่อสร้างพื้นที่พัฒนาหลายแห่ง

เศรษฐกิจที่มุ่งเน้นการส่งออกของจี๋หลินมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งภาคอุตสาหกรรมที่เฟื่องฟูได้แก่ การขนส่งระหว่างประเทศ การท่องเที่ยว การแปรรูปทรัพยากรจากต่างประเทศ และการค้าชายแดน

โดยในปี 2559 มูลค่าการค้าต่างประเทศของมณฑลจี๋หลินแตะที่ 1.217 แสนล้านหยวน เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบรายปี หรือสูงกว่าตัวเลขเฉลี่ยของทั้งประเทศ 4.7% สำหรับในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2560 การค้าชายแดนของจี๋หลินขยายตัวขึ้นเกือบสี่เท่าสู่ระดับ 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม