หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ภาษีกับความเป็นอยู่อย่างพอเพียง มั่นคง  (อ่าน 219 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 12 มิ.ย. 15, 15:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
       เริ่มต้นเราควรทำความเข้าใจเกี่ยวกับเวลาที่ใช้หาเงินกับเวลาที่เราต้องใช้เงินกันก่อนครับ สมมุติถ้าเราเริ่มทำงานที่อายุ 21 ปี และเกษียณที่อายุ 60 ปี ก็เท่ากับว่าเรามีเวลาทำงานหาเงิน 39 ปี ซึ่งค่าเฉลี่ยคนทั่วไปขณะนี้จะมีอายุถึงประมาณ 89 ปี นั่นคือถ้านับจากวันที่เริ่มทำงานหาเงินถึงวันสุดท้ายของชีวิต เราต้องใช้เงิน 68 ปี และที่สำคัญใช้เงินตอนเกษียณแล้ว หาเงินไม่ได้แล้ว  29 ปี  ยิ่งถ้าเราเริ่มคิดเก็บเงอนเพียง 29ปี สำหรับการใช้เงิน 68 ปีทีเดียว

       สรุปแล้วเราต้องทำงานและแบ่งบางส่วนเก็บออมลงทุน 1 ปี เพื่อใช้เงิน 2 ปี โดยประมาณ ทางที่ดีต้องมีวินัยถึงจุดที่กันเงินได้แต่ต้นเดือนไว้เลยว่าไปลงทุนเท่าไร ใช้เท่าไร ไม่ใช่ถ้าเหลือก็จะลงทุน คิดถึงชีวิตหลังเกษียณมากๆ ตอนนั้นท่านจะต้อง เปลี่ยนแปลงการดำรงชีวิตอีกหลายๆ อย่าง รายได้เพิ่มเติมก็จะหมดไป รายจ่ายใหม่ๆ จะเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะรายจ่ายด้านสุขภาพการรักษาพยาบาลจะสูงขึ้น รายจ่ายประจำก็ยังคงอยู่ ท่านคิดว่าเมื่อเกษียณแล้วท่านต้องใช้จ่ายประมาณเดือนละเท่าไร หรือร้อยละเท่าไรของเงินเดือนเดือนสุดท้ายยามเกษียณงาน  ซึ่งน่าจะประมาณร้อยละ 70 และข้อที่ต้องระวังให้ดีก็คือ อย่าใช้เงินมากกว่าที่หาได้ ไม่งั้นไม่นานก็หมด และถ้าใช้เท่ากับที่หาได้เพิ่มเจอ Inflation ก็หด ดังนั้น ต้องหาให้ได้ใช้ให้เป็น แบ่งเบาส่วนตั้งแต่ต้นเพื่อการลงทุนอย่างน้อยร้อยละ 25 หรือ 1 ใน 4 ก็ยังดี ใหม่ๆ ก็หนักหน่อย ทำไปเรื่อยๆ 3 ใน 4 ที่เหลือก็จะมากพอที่จะให้ความสุขอย่างพอเพียงมั่นคงยั่งยืนได้

       การวางแผนการลงทุนเพื่อการสร้างความเป็นอยู่อย่างพอเพียงและมั่นคงในโลกของการลงทุนมีวิธีให้ลงทุนหลายประเภท แต่ละประเภทก็มีอัตราผลตอบแทน (Return) และอัตราความเสี่ยง (Risk) แตกต่างกัน ผลตอบแทนและความเสี่ยงมักจะแปรผัน ผลตอบแทนมากมักจะมีความเสี่ยงสูง ความเสี่ยงมีความหมายง่ายๆ หมายถึงความผันผวน ความไม่แน่นอนของผลตอบแทน ถ้าผลตอบแทนเท่ากันก็ต้องเลือกลงทุนที่ความเสี่ยงต่ำกว่า ความสามารถในการรับความเสี่ยงของแต่ละบุคคลไม่เท่ากัน เกิดจากปัจจัยต่างๆ เช่น อายุ รายได้ ทัศนคติ รสนิยม การตัดสินใจ ซึ่งในการลงทุนแต่ละประเภทนอกจากจะมีผลตอบแทนและความเสี่ยงที่ไม่เท่ากันแล้ว ภาระภาษีก็ต่างกันด้วย จึงขอสรุปแยกประเภทภาระภาษีผ่านการลงทุน ดังนี้

การฝากเงินผ่านสถาบันการเงิน
ดอกเบี้ยทั่วไป หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% และได้สิทธิเลือกไม่รวมคำนวณปลายปี
ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ ยกเว้นภาษี สำหรับดอกเบี้ยไม่เกิน 20,000 บาทต่อปี
ดอกเบี้ยเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ ยกเว้นภาษี
ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์พิเศษของ ธกส. ยกเว้นภาษี

       ดอกเบี้ยเงินฝากประจำแบบผูกพัน ยกเว้นภาษี สำหรับการฝากเท่ากันทุกเดือนติดต่อกันไม่น้อยกว่า 24 เดือนโดยไม่เกินเดือนละ 25,000 บาท และวงเงินรวมกันไม่เกิน 600,000 บาท
ดอกเบี้ยเงินฝากประจำสำหรับผู้สูงอายุ ยกเว้นภาษี สำหรับผู้ฝากเงินอายุ 55 ปีขึ้นไปที่มีดอกเบี้ยเงินฝากประจำทุกประเภทรวมกันแล้วไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี

ตราสารทุน (หุ้น, หุ้นสามัญ, หุ้นบุริมทรัพย์, Warrant)
เงินปันผล (Dividend) หักภาษี ณ ที่จ่าย 10%  และมีสิทธิเลือกไม่รวมคำนวณปลายปี
กรณีเลือกคำนวณปลายปี ได้สิทธิเครดิตภาษีเงินปันผล
กำไรจากการขาย (Capital Gain) ขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้รับการยกเว้นภาษี หากขายนอกตลาดหลักทรัพย์ฯ หักภาษีในอัตราก้าวหน้าและรวมคำนวณปลายปี

ตราสารหนี้ (พันธบัตร, หุ้นกู้, ตั๋วเงิน, บัตรเงินฝาก)
ดอกเบี้ย หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ตามระยะเวลาที่ถือครองและมีสิทธิเลือกไม่คำนวณปลายปี
ส่วนลด หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% เฉพาะผู้ทรงคนแรก และสิทธิเลือกไม่รวมคำนวณปลายปี
กำไรจากการขาย (Capital Gain) กรณีตราสารที่มีดอกเบี้ย หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ตามระยะเวลาที่ถือครอง
ส่วนกรณีตราสารที่ไม่มีดอกเบี้ย ยกเว้นภาษีเฉพาะกรณีที่มีการหักภาษี ณ ที่จ่ายจากผู้ทรงคนแรกแล้ว

ตราสารอนุพันธ์ Derivatives (Forward, Future, Options, Swap)
ดอกเบี้ย (Interest) หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ตามระยะเวลาที่ถือครองและมีสิทธิเลือกไม่คำนวณปลายปี
ส่วนลด (Discount, Zero) หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% เฉพาะผู้ทรงคนแรกและมีสิทธิเลือกไม่คำนวณปลายปี
กำไรจากการขาย (Capital Gain) หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ตามระยะเวลาที่ถือครอง
เงินปันผล (Dividend) หักภาษี ณ ที่จ่าย 10%  และมีสิทธิเลือกไม่รวมคำนวณปลายปี
ค่าธรรมเนียม (Premium) หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% สำหรับผู้ออกตราสารอนุพันธ์

การลงทุนในกองทุนรวม
เงินลงทุน ไม่สามารถหักเป็นค่ารถหย่อนทางภาษี
ผลตอบแทน
-   เงินปันผลถูกหักภาษี 10% และมีสิทธิเลือกไม่รวมคำนวณปลายปี
-   ผลประโยชน์จากการขายหน่วยลงทุน ได้รับการยกเว้นภาษี

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)
เงินลงทุน หักเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้เท่าที่ลงทุนจริง แต่ต้องไม่เกิน 15 % ของเงินได้ และเมื่อรวมกับเงินได้ที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนครู ต้องไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
ผลตอบแทน ได้รับยกเว้นภาษี ถ้า 1. เหตุสูงอายุ (ลงทุน 5 ปี + อายุ 55 ปี) 2. ทุพพลภาพหรือตาย 3. ถือหน่วยลงทุนมาไม่น้อยกว่า 5 ปี

กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)
เงินลงทุน หักเป็นค่าลดหย่อนภาษีได้เท่าที่ลงทุนจริง แต่ต้องไม่เกิน 15% ของเงินได้และไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี
ผลตอบแทน ได้รับยกเว้นภาษี ถ้า 1. ถือหน่วยลงทุนมาไม่น้อยกว่า 5 ปีปฏิทิน (เศษของปีนับเป็น 1 ปี) 2. ทุพพลภาพหรือตาย

ประกันชีวิต
เบี้ยประกันชีวิต เบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตที่กรมธรรม์มีอายุ 10 ปีขึ้นไป หักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 100,000 บาท ต่อปี

       เบี้ยประกันชีวิตแบบบำนาญ เบี้ยประกันภัยสำหรับการประกันชีวิตแบบบำนาญที่กรมธรรม์มีอายุ 10 ปีขึ้นไป และมีการกำหนดช่วงอายุการจ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญเมื่อผู้มีเงินได้อายุ 55 ปีขึ้นไป หักลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริงในอัตราไม่เกิน 15% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อนับรวมกับเงินได้ที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ กองทุนครู และเงินที่ได้จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) แล้วต้องไม่เกิน 500,000 บาท ค่าสินไหมทดแทน ได้รับการยกเว้นภาษี

สนใจข้อมูล สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนไทยประกันชีวิต หรือ โทร 1124
Credit :  นิตยสาร ผาสุก ฉบับที่ 173 ประจำเดือน มกราคม-เมษายน 2554 ( www.thailife.com)   
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  ความพอเพียง ความรู้เรื่องภาษี 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม