หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: พ่อขุนรามคำแหงมหาราช กษัตริย์นักปราชญ์ ที่ทรงทำให้ไทยเป็นไทย  (อ่าน 508 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 12 มิ.ย. 15, 08:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
‘แค่เพียงเสียงระฆังเล็กๆ พระองค์ท่านจะเสด็จมาจริงหรือ?..’ คือคำสงสัยของเด็กน้อยในสมัยพ่อขุนรามคำแหง

แม้เวลาจะผ่านล่วงเลยมาถึงสมัยรัตนโกสินทร์ ซึ่งก็หลายร้อยปีมากแล้ว แต่จากศิลาจารึก ทำให้อนุชนรุ่นหลังได้ทราบพระราชประวัติของพ่อขุนรามคำแหง รวมถึงเรื่องเล่าของราษฎรในสมัยนั้น ก็ยังคงติดตรึงมาจวบจนสมัยนี้...เพราะทุกๆ เสียงของปวงราษฎร จะมีทุกๆ ความห่วงใยของพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งทรงเมตตา และแก้ไขปัญหาประดุจพ่อปกครองลูก



รัชสมัยของพระองค์รุ่งเรืองยิ่งกว่ารัชกาลใด ๆ ในราชวงศ์พระร่วง พื้นที่ปกคองมีราชอาณาเขตแผ่ขยายไปกว้างขวาง ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขอย่างที่เรียกกันว่า “ไพร่ฟ้าหน้าใส” การพาณิชย์เจริญก้าวหน้า ศิลปวิทยาเจริญรุ่งเรืองหลายประการ

และอาณาจักรสุโขทัย ก็ถือเป็นอาณาจักรแรกแห่งความเป็นไทย พระองค์ทรงประดิษฐ์ลายสือไทย จารึกไว้ในหลักศิลา เป็นภาษาประจำชาติ

พ่อขุนรามคำแหงทรงใช้รูปแบบการปกครองแบบ พ่อปกครองลูก กล่าวคือ พระองค์ทรงดูแลเอาใจใส่ในทุกข์สุขของราษฎร์เหมือนพระองค์เป็นพ่อ ส่วนราษฎรหรือไพร่ฟ้าคือลูก เมื่อราษฎรมีเรื่องเดือดร้อนก็ให้มาสั่นกระดิ่งที่หน้าประตูวัง แล้วพระองค์ก็จะเสด็จออกมารับฟังเรื่องราว เพื่อทรงตัดสินปัญหาด้วยพระองค์เอง

นอกจากนี้ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงทำสงครามขยายอาณาเขตออกไปอย่างกว้างขวางมากกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในสมัยสุโขทัย


วีรกรรมสำคัญ ที่นำมาซึ่งพ่อขุนรามคำแหงมหาราช

http://www.emaginfo.com/wp-content/uploads/2015/06/e-fighti-079f.jpg

ในช่วงพระชนมายุ 19 พรรษา ที่ยังทรงพระนามว่า รามราช ช่วงนั้นเป็นที่กล่าวขานกันมากในวีรกรรมของพระองค์ เนื่องจากพระองค์ได้เสด็จตามพระราชบิดาไปทำสงครามแย่งชิงเมืองตากกับขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด

แล้วปราฏว่า พระองค์รบชนะขุนสามชน ถือว่าทรงกล้าหาญ และทรงมีพระปรีชาสามารถมากๆ ซึ่งหลังจากชนะศึก พระบิดาของพระองค์จึงเฉลิมพระนามให้ว่า รามคำแหง เป็นที่มาแห่งชื่อพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ซึ่งหมายถึง รามผู้กล้าหาญเข้มแข็งในการรบ

หลังจากศึกครั้งนี้เข้าใจว่าฐานะทางการเมืองของสุโขทัยมีความมั่นคงเพิ่ม ขึ้น และคงมีการทำสงครามเพื่อขยายอาณาเขตสุโขทัยให้กว้างขวางออก

นับว่าพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์นักรบที่มีพระปรีชาสามารถในด้านการทำศึกสงครามตั้งแต่ยังไม่ได้ครองราชย์

ศิลาจารึก ให้ไทยเป็นไทย มีภาษาไทยประจำชาติ

หากเอ่ยถึงพระนาม ‘พ่อขุนรามคำแหง’ ก็ต้องนึกถึงศิลาจารึกไทย อย่างเป็นแน่


ท่านผู้รู้นักประวัติศาสตร์หลายท่าน คาดกันว่า เริ่มจากแบบอักษรคฤนถ์ของอินเดียใต้ ได้ถูกนำมาดัดแปลงเป็นอักษรขอม อักษรขอมนี้นำมาเขียนภาษาบาลี สันสกฤตได้สะดวก แต่พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงเห็นว่าการนำมาเขียนเป็นภาษาไทยนั้นไม่สะดวก เพราะไม่มีวรรณยุกต์เป็นเครื่องหมายกำหนดเสียงสูงต่ำและมีสระน้อย ไม่เพียงพอจะเขียนภาษาไทยได้ตามต้องการ พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริแก้ไขแบบอักษรเสียใหม่ให้เป็นลักษณะอักษรไทย (ซึ่งถ้าสังเกตถ้อยคำในศิลาจารึก จะเห็นคำว่า"นี้" อยู่ต่อคำว่า "ลายสือ" ทุกแห่ง คงจะมีความหมายว่าตัวอักษรแบบนี้ยังไม่เคยมี) พระองค์ทรงแก้รูปตัวอักษรให้เขียนได้รวดเร็วกว่าอักษรขอม ทั้งสระและพยัญชนะก็จะเขียนอยู่ในบรรทัดเดียวกัน

แม้ว่าพ่อขุนรามคำแหงมหาราชจะมิได้เป็นผู้ทรงประดิษฐ์รูปอักษรขึ้นโดยพระองค์เองก็ตาม แต่การที่พระองค์ทรงแก้ไขตัวอักษรเสียใหม่ในสมัยกรุงสุโขทัยนั้น นับเป็นการสำคัญ เป็นการพัฒนาต่อยอดทางความคิด คือ การนำภูมิความรู้ทั้งหลายที่มีอยู่เดิมในขณะนั้นมาพัฒนาให้เกิดความเหมาะสม ให้มีความสะดวกในการจารึกและอ่าน อีกทั้งเสียงที่ใช้นั้นก็มีความครบถ้วนตามลักษณะเสียงที่ใช้ในภาษาไทย สิ่งนี้นับเป็นคุณประโยชน์อย่างมหาศาล เป็นวิวัฒนาการ อันทำให้เกิดความเจริญก้าวหน้าทางความรู้และวิทยาการในสมัยนั้นเป็นอย่างยิ่ง แสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยะภาพในเชิงภาษาศาสตร์และความเป็นนักปราชญ์ของพระองค์

นับเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระปรีชาสามารถในหลาหลายด้าน และเป็นกษัตริย์องค์สำคัญพระองค์หนึ่ง ที่ให้ไทยเป็นไทย จวบจนทุกวันนี้

และในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้กองทัพบกจัดสร้างอนุสาวรีย์พ่อขุนรามคำแหงมหาราช ในอิริยาบถทรงยืน ความสูง 13.90 เมตร ขึ้นมา เป็นหนึ่งในอนุสาวรีย์สมเด็จพระบูรพกษัตริย์แห่งสยาม 7 พระองค์ ณ “อุทยานราชภักดิ์” อุทยานที่สร้างขึ้น ด้วยความจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ เพื่อเป็นการเทิดทูนและประกาศเกียรติคุณสมเด็จพระมหากษัตริย์แห่งสยาม ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ทรงสร้างคุณูปการที่ยิ่งใหญ่ต่อประเทศชาติ อันนำมาสู่ความเจริญรุ่งเรืองและความเป็นปึกแผ่นของชาติไทยตราบจนทุกวันนี้



สิ่งที่สำคัญ ในการจัดสร้างอุทยานครั้งนี้ คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนและภาคเอกชน ได้ร่วมกันบริจาค เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในผู้จัดสร้าง และได้แสดงความจงรักภักดี ด้วยการ ทำให้ อุทยานราชภักดิ์ แห่งนี้เป็นอนุสรณ์แก่อนุชนรุ่นหลัง เพื่อเผยแพร่พระราชประวัติของกษัตริย์แห่งสยามที่ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานัปการต่อไป

หากประชาชนคนไทยท่านไหน หรือ หน่วยงานไหน ต้องการร่วมบริจาคสมทบทุน สามารถโอนเงินเข้าบัญชีกระแสรายวัน ธนาคารทหารไทย สาขา บก.ทบ. ชื่อบัญชี “กองทุนสวัสดิการกองทัพบก” หมายเลข 077-1-07474-7 และสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้



อยากให้คนไทยเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างอุทยานราชภักดิ์แห่งนี้ ‘ให้อุทยานราชภักดิ์แห่งนี้ เป็นอุทยานของคนไทย เพื่อคนไทยและประเทศไทย’

ข้อมูลจาก WeLoveRTA
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 12 มิ.ย. 15, 08:09 น โดย parkoa » noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม