หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ผู้ใหญ่หมู ฮีโร่ผู้พิทักษ์ชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน  (อ่าน 54 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 23 เม.ย. 15, 15:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ผู้ใหญ่หมูเล่าให้ฟังว่าก่อนที่จะคิดตั้งศูนย์เรียนรู้นี้ สัตว์น้ำทะเลจำพวกกุ้ง หอย ปู ปลา ตามธรรมชาติมีเยอะมาก ชาวบ้านจับมาได้มากมาย แต่ระยะหลังสัตว์จำพวกนี้ลดน้อยลงไปมาก จึงเกิดความสงสัยว่าสาเหตุเป็นเพราะอะไร จึงเริ่มต้นศึกษาจากตำราต่างๆ สำรวจพื้นที่และจัดทำข้อมูล ก็พบว่าสาเหตุที่สัตว์น้ำพวกนี้ลดน้อยลงหรือหายไปจากพื้นที่ ก็เพราะเกิดจากฝีมือของมนุษย์นั่นเอง เนื่องจากการใช้ทรัพยากรแบบแข่งขันกันใช้ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำ หรือป่าชายเลน

การเดินทางของตะกอนเลนถูกปิดกั้นด้วยเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ ตะกอนไม่ลงมาสะสมที่ชายฝั่ง อันนี้เราเอาข้อมูลของนักวิชาการเขามา คือตะกอนมันไม่เดินทางเข้ามาเสริมเพิ่มเติม เมื่อคลื่นลมมามันก็เริ่มการกัดเซาะ ประกอบกับช่วงที่เขาทำบ่อเลี้ยงกุ้งกุลาดำ เขาทำประตูปิดกันน้ำที่บ่อกุ้งก็ตัดทำลายป่าออกไป เพื่อให้ดึงน้ำทะเลเข้ามาในบ่อกุ้ง ช่วงที่เปิดน้ำเข้าทำให้ตะกอนจากชายฝั่งเข้ามาด้วย พอบ่อกุ้งตื้นเขินเขาก็ขายหน้าดินตะกอนในบ่อกุ้งนั้น ขุดแล้วขายเพื่อให้บ่อกุ้งลึก มันก็เหมือนกับขุดตะกอนจากชายฝั่งไปถมที่อื่น ตะกอนก็เดินผิดที่ผิดทาง แผ่นดินมันก็ร่นเข้ามา มันก็คือเหตุผลที่ว่า เราทำงานบนความโลภของมนุษย์ แล้วก็ห้ามเขาไม่ได้ เพราะว่าในที่ดินของเขามีเอกสารสิทธิ์ เขาจะทำอย่างไรก็ได้ แต่เราอยากจะติงให้ฟังว่าวันหนึ่งถ้าป่ามันขาดหรือชายฝั่งมันขาด น้ำทะเลมันจะเข้าไปถึงถนน คุณจะหนีไปหนึ่งกิโลเมตร ชายฝั่งมันก็จะถูกรุกไปหนึ่งกิโลเมตร นั่นคือเรื่องที่จะเป็นอันตรายในอนาคต ก็อย่างที่ผมพูดนั่นแหละ เราทำงานบนความโลภของมนุษย์ ฉะนั้นคนที่หากินชายฝั่งหรือเรียกว่าชุมชนชายฝั่ง เขาจะเข้าใจถึงทรัพยากรและเข้าใจการทำงานของเรา เวลาเราพูดเขาจะฟัง แต่ผู้เพาะเลี้ยงชายฝั่ง ซึ่งก็คือผู้ที่มีที่อยู่อาศัยที่ชายฝั่งทำอาชีพเพาะเลี้ยง พวกนี้จะไม่ค่อยฟังเรา เพราะเขาไม่เดือดร้อนจากฐานทรัพยากรที่เสียหาย แต่พวกชุมชนชายฝั่งเขาเดือดร้อนจากฐานทรัพยากร ถ้าทรัพยากรไม่มีแล้วเขาอยู่ไม่ได้ เราก็ใช้กุศโลบายนี้คุยกับเขาว่าอย่าลืมนะ ณ.ปัจจุบันนี้ บรรดาลูกๆ ที่ส่งไปเรียน ก็ไม่ได้จบปริญญากันทุกคน บางคนก็กลับมาอยู่ที่บ้าน ฉะนั้นต้องหันมามองฐานทรัพยากรที่จะเป็นเครื่องเลี้ยงชีพเขาในอนาคต ถ้าทุกคนช่วยกันทรัพยากรก็ฟื้น ถ้าทุกคนใช้อย่างเดียวมันก็หมด ธรรมชาติไม่สามารถที่จะเติมเต็มขึ้นมาได้ทัน

เริ่มแรก เราศึกษาปัญหาการกัดเซาะ เราต้องศึกษาด้วยว่าน้ำเป็นสสาร เราต้องศึกษาธรรมชาติตัวนี้ให้เข้าใจก่อน เวลาน้ำอยู่นิ่งๆ น้ำจะไม่เกิดพลังงาน แต่เมื่อขยับตัวมันจะเกิดพลังงาน เมื่อพลังงานเกิดมันจะไม่สูญหาย และมันจะมีจุดจบว่าพลังงานจะไปจบที่ไหน ในทะเลมันก็จะต้องจบที่ชายฝั่ง พลังงานที่เดินทางไกลๆ เราต้องออกไปตั้งรับก่อน ชะลอก่อนที่จะเข้าหาชายฝั่ง การชลอน้ำจะสามารถดักตะกอนที่มากับน้ำได้ ไม้ไผ่เป็นรูปทรงกระบอก เวลาน้ำวิ่งเข้ามามันก็จะถูกถ่ายทอดพลังงานไปสองข้าง เมื่อเราปักลำที่ 2 ลำที่ 3 ให้พอเหมาะกับระดับพลังงานของกระแสน้ำ จากลำแรกมันก็จะถ่ายไปลำที่ 2-3 คิดง่ายๆ จากแรง 100 มันก็จะเหลือข้างละ 50 จาก 50 มันก็จะเหลือข้างละ 25 ระหว่าง 25 เมื่อมันแตกออกมันก็วิ่งมาปะทะกันเองอยู่ในกลุ่มไม้ไผ่ แรงก็สลายลง นี่คือแนวคิด เดิมเลยเราใช้ท่อ PVC ทดลอง แต่ท่อ PVC ทำงานยาก แพงและโดนขโมย ก็ได้มีโอกาสไปที่จังหวัดปราจีนบุรี ไปเจอเขาตัดไผ่ทิ้ง เขาบอกว่าถ้าไม่ตัดหน่อไม้จะไม่โต ทีนี้ก็เลยสนใจว่ามันเป็นวัสดุเหลือใช้ ก็เลยคิดว่าถ้าทำโครงการไปซื้อไม้ไผ่เขา ชาวบ้านทางนู้นก็ได้สตางค์ เมื่อเอามาปักที่นี่ก็จ้างแรงงานในท้องถิ่น ชาวบ้านที่นี่ก็ได้สตางค์ มันเป็นโครงการที่น่าสนใจก็เลยเริ่มทดลอง เอามาปักหลายๆ รูปแบบ จนท้ายที่สุดเราได้รูปแบบที่หยุดคลื่นได้ อย่างปีที่แล้วเราไปช่วยทำโครงการที่ หมู่ 6 บางหญ้าแพรก เดือนพฤษภาคม พอถึงเดือนสิงหาคม สามารถปลูกป่าได้เลย เพราะตะกอนมันสะสมตัวเร็วมาก ขออย่างเดียวหลังไม้ไผ่อย่าให้กระแสน้ำมันกระเพื่อม เอาตะกอนเลนออกไป

สิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดก็คือ มนุษย์ใช้ธรรมชาติมากเกินไป ตอนนี้เรารู้แล้วความผิดพลาดในอดีตมันจะเป็นอย่างไร เราต้องช่วยกันฟื้นฟู ชุมชนชายฝั่งทั่วประเทศต้องร่วมมือกัน มองวิธีการที่จะแก้ไขปัญหาในแต่ละพื้นที่ ประเทศไทยมีนักพูดเยอะ แต่ไม่มีนักปฏิบัติ อยากให้มีนักปฏิบัติมากๆ คิดแล้วปฏิบัติโดยนำบทเรียนมาศึกษาว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร มันจะดีหรือไม่ ถ้าไม่ดีต้องเปลี่ยนรูปแบบ อย่าลืมว่าสิ่งที่ถูกทำลายไป คุณอยู่กับชายฝั่ง ทรัพยากร ถ้าคุณไม่ทำคุณจะให้ใครมาช่วย คุณต้องลงมือทำ ช่วยกันฟื้นทรัพยากร ฉะนั้นบทเรียนหนึ่งก็คือว่ามนุษย์ใช้ทรัพยากรได้ ทำลายทรัพยากรได้ มนุษย์ก็สามารถสร้างทรัพยากรได้ ฟื้นฟูทรัพยากรได้ ถ้าทรัพยากรฟื้น คุณจะต้องระมัดระวังการใช้ทรัพยากร คำว่าอนุรักษ์ที่นี่ไม่ใช่ว่าไม่ใช้เลย เราใช้ทรัพยากรอย่างมีคุณค่าให้เหมาะสมกับวัยของทรัพยากรนั้นๆ ถ้าคุณเก็บหมด ตัวเล็กตัวน้อย พรุ่งนี้คุณก็ไม่มีอะไรจะกิน ถ้าคุณเลือกแต่ตัวใหญ่ วันพรุ่งนี้ก็มีตัวใหญ่ที่เข้ามาแทนที่ให้คุณจับอีก ทรัพยากรก็จะอยู่คู่กับคุณตลอดไป

จากการที่ได้เข้าไปสัมผัสกับพื้นที่ที่เกิดปัญหา ทำให้ผู้เขียนเกิดความคิดที่ว่า กระบวนการและวิธีการแก้ไขปัีญหาต่างๆ นั้นเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุทั้งสิ้น ตราบใดที่มนุษย์ยังไม่หยุดที่จะเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ชายฝั่ง ปัญหาดังกล่าวก็ยังจะเกิดขึ้นโดยไม่มีที่สิ้นสุด มนุษย์ควรที่จะตระหนักได้หรือยังว่า การอยู่ร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยไม่พยายาม ที่จะไปเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่จนเกินพอดีนั้น จะทำให้เราสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน
[/youtube]



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  ผู้ใหญ่หมู  วรพล ดวงล้อมจันทร์  ปลูกป่าชายเลน  อ่าวไทย  รักษาธรรมชาติ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม