หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: คอลัมน์ พลังงานเพื่อความยั่งยืน ความถูกต้องของการกำหนดราคาน้ำมันโรงกลั่นไทย  (อ่าน 29 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 25 ก.ค. 14, 11:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

อดีตข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ
ในช่วงที่ผ่านมามีผู้ให้ความเห็นเรื่องราคาน้ำมันบ้านเราว่าแพงเกินไป มีสาเหตุ มาจากการกำหนดราคาน้ำมันในประเทศโดยสมมุติว่าประเทศต้องนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากสิงคโปร์ จึงบวกค่าใช้จ่ายเทียมจากค่าขนส่งและประกันภัยทั้งที่ไม่ได้นำเข้าจริง การกำหนดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่ถูกต้องควรเป็นราคาน้ำมันส่งออก ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดว่ามีความถูกต้อง สามารถปฏิบัติได้จริง ภายใต้ระบบตลาดเสรี
กลับไปย้อนรำลึกกับคำถามสามัญ ทำไมราคาน้ำมันบ้านเราต้องอิงสิงคโปร์ ทุกรัฐบาลที่เข้ามาก็บอกว่าจะมาจัดการแต่ก็หน้าหงายไปทุกชุด เพราะมันเป็นความจริงที่ว่า สิงคโปร์เป็นตลาดซื้อขายน้ำมันที่ใหญ่สุดในย่านเอเชียแปซิฟิก ธุรกรรมซื้อขายน้ำมันเกิดขึ้นที่สิงคโปร์ ซึ่งราคาซื้อขายคือราคาตามกลไกตลาด ที่สะท้อนจากอุปสงค์อุปทาน ของน้ำมันในย่านเอเชียแปซิฟิก ราคาน้ำมันที่สิงคโปร์จึงเป็นฐานอ้างอิงที่ผู้ค้าขายในย่านเอเชียแปซิฟิกใช้ในการกำหนดราคา
หากให้โรงกลั่นกำหนดราคาน้ำมันตามต้นทุน คงเป็นที่ชื่นชอบของโรงกลั่น เพราะมันหมายถึงการรับประกันรายได้ ไม่จำเป็นต้องดิ้นรนแข่งกันปรับปรุงประสิทธิภาพเพื่อลดต้นทุน และในขณะเดียวกันคงไม่สามารถดำเนินการได้โดยง่าย เนื่องจากแต่ละโรงกลั่นมีต้นทุนที่ต่างกัน ช่วงปี พ.ศ. 2541-2546 ที่ค่าการกลั่นตกต่ำจากกำลังการกลั่นมีมากกว่าความต้องการ ราคาน้ำมันสำเร็จรูปขึ้นน้อยและลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบ หากกำหนดราคาตามต้นทุนการผลิตในช่วงนั้น หมายถึงราคาน้ำมันที่จะแพงกว่าราคาตลาด
เมื่อประเทศเป็นผู้ส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปแล้ว จึงมีผู้เห็นว่าการกำหนดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นบ้านเราควรเป็นราคาส่งออกและแสดงวิธีคิดว่า ราคาน้ำมันส่งออกคือการส่งออกน้ำมันไปขายที่ตลาดสิงคโปร์ ดังนั้น ราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นบ้านเราจึงเสนอเป็น ราคาน้ำมันสิงคโปร์ลบค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และอื่นๆ จากสิงคโปร์มาถึงไทย เพราะไทยจะไปขายที่สิงคโปร์ นิยามราคาส่งออกตามแนวคิดนี้ผิดโดยสิ้นเชิง
ในการส่งออกโรงกลั่นไทยจะแข่งขันกับคนขายที่สิงคโปร์ ด้วยราคาน้ำมันสิงคโปร์บวกค่าขนส่งจากสิงคโปร์ไปยังประเทศที่ไทยจะส่งออก ดังนั้น ราคาส่งออกไปยังแต่ละประเทศจะแตกต่างกันตามค่าขนส่งที่ใกล้-ไกล เช่น หากส่งไปญี่ปุ่นและเกาหลี เราสู้สิงคโปร์ไม่ได้ เพราะเขาใกล้กว่าทำให้ค่าขนส่งเขาถูกกว่า แต่ส่งออกไปจีนพอแข่งขันได้ เพราะค่าขนส่งใกล้เคียงกัน และสำหรับตัวเลขการส่งออกน้ำมันสำเร็จรูปของไทยไปยังสิงคโปร์ที่สูงกว่าทุกประเทศ ที่อาจสร้างความเข้าใจผิดว่าเป็นการส่งออกเพื่อไปจำหน่ายต่อ นั้น เกือบทั้งหมดเป็นการส่งออกน้ำมันเบนซินออกเทนต่ำ ดีเซลพื้นฐาน และน้ำมันเตา ที่ผู้ค้าน้ำมันและโรงกลั่นน้ำมันในสิงคโปร์ นำไปเป็นวัตถุดิบในการกลั่นหรือผสมต่อเป็นน้ำมันสำเร็จรูป
สำหรับราคาสมมุติหรือราคาเทียมที่ถูกกล่าวขาน นั้น แท้จริงแล้วก็คือราคาตลาดนั่นเอง ไม่ใช่การสมมุติแต่อย่างใด แต่เกิดจากการแข่งขันหรือกลไกตลาด ภายใต้ระบบตลาดเสรีโรงกลั่นน้ำมันไทยต้องแข่งขันกับการนำเข้าน้ำมันจากสิงคโปร์ นโยบายการเปิดให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนสร้างโรงกลั่น นั้น ราคาน้ำมันยังคงเป็นไปตามราคาตลาด โดยรัฐหรือประเทศได้ประโยชน์ คือ ไม่ต้องรับภาระการลงทุน แต่ได้ความมั่นคงด้านการจัดหาน้ำมันของประเทศ และเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ มูลค่าของส่วนต่างของราคาน้ำมันสำเร็จรูปและราคาน้ำมันดิบ หมายถึง มูลค่าดุลการค้าที่ประเทศประหยัดจากการนำเข้าน้ำมันดิบแทนน้ำมันสำเร็จรูป อันหมายถึงความมั่นคงหรือเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ
ประเด็นการกำหนดคุณภาพน้ำมันสะอาด มาตรฐานยูโร 4 ทำให้ราคาน้ำมันต้องสูงขึ้นส่วนหนึ่ง นั้น ต้องเข้าใจว่า นโยบายพลังงานมีมิติด้านสิ่งแวดล้อมด้วย การเผาไหม้พลังงานสร้างมลพิษที่ส่งผลต่อสุขภาพอนามัยของผู้บริโภคและผู้อยู่แวดล้อม การกำหนดคุณภาพน้ำมันสะอาดของไทยมีวัตถุประสงค์ในการคุ้มครองผู้บริโภค เพื่อคุณภาพชีวิตและสุขภาพอนามัยที่ดี โดยเฉพาะกับผู้มีรายได้น้อยที่มีความเสี่ยงกับมลพิษบนท้องถนนมากกว่าผู้มีรายได้มาก คุณภาพอากาศบ้านเราที่ดีในวันนี้ ล้วนมีผลมาจากการปรับปรุงคุณภาพน้ำมันที่ผ่านมา อันได้แก่ น้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่ว น้ำมันดีเซลกำมะถันต่ำ และน้ำมันเบนซินและดีเซลมาตรฐานยูโร ที่มีค่าสารอะโรมาติกซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งต่ำ
หากรัฐจะกลับมาควบคุมการกำหนดราคาน้ำมัน เพื่อกำหนดให้ราคาหน้าโรงกลั่นต่ำกว่าราคาตลาดหรือราคานำเข้า นั่นหมายถึง การเปลี่ยนแปลงนโยบายบริหารประเทศด้านเศรษฐกิจโดยสิ้นเชิง ซึ่งรัฐธรรมนูญหมวดนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐได้กำหนดไว้ว่า รัฐจะสนับสนุนระบบเศรษฐกิจแบบเสรีโดยอาศัยกลไกตลาด นอกจากนั้น ยังเป็นการเปลี่ยนแปลงข้อตกลงที่เคยให้ไว้กับภาคเอกชนที่ลงทุนสร้างโรงกลั่น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติต่อประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันการที่ ปตท. ได้ถือหุ้นในกิจการการกลั่นน้ำมัน ซึ่งเฉพาะในส่วนของบริษัทที่ ปตท. มีอำนาจเข้าไปบริหารจัดการองค์กรได้ (ไทยออยล์ PTTTGC และ IRPC) ก็มีกำลังการกลั่นเกิน 50% ของกำลังการกลั่นรวม ก็เข้าข่ายการผูกขาดทางธุรกิจการกลั่น การที่ ปตท. อยู่ในฐานะที่ได้เปรียบการถือครองตลาด จึงเป็นอุปสรรคต่อระบบการแข่งขัน นอกจากนั้น ความไม่ชัดเจน/ไม่โปร่งใส ก็ทำให้เกิดคำถามที่เป็นข้อสงสัยกับสังคมได้ตลอด การปรับบทบาท ปตท. ต่อธุรกิจการกลั่นของประเทศจึงเป็นเรื่องจำเป็น
ภายใต้ระบบตลาดเสรี แม้ว่าจะลดการผูกขาดของ ปตท. ในกิจการการกลั่นแล้ว แต่การแข่งขันกับการนำเข้าจากสิงคโปร์ ก็ยังคงทำให้โรงกลั่นน้ำมันไทย ตั้งราคาตามการนำเข้าจากสิงคโปร์ ยกเว้นแต่รัฐจะตั้งโรงกลั่นและกำหนดราคาเอง ซึ่งรัฐจะมีความสามารถในการลงทุนและบริหารได้หรือไม่ การพัฒนาอุตสาหกรรมการกลั่นของประเทศในอดีต ซึ่งส่งเสริมให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ใช้เงินลงทุนสูง ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ และต้องการการบริหารที่คล่องตัว ที่สามารถปรับกลยุทธ์ตามสถานการณ์พลังงานที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
จากการที่พลังงานมีความเกี่ยวพันในหลายด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม ทำให้การกำหนดนโยบายด้านพลังงาน ไม่สามารถจำกัดแค่เพียงข้อมูลด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งความครบถ้วนของข้อมูลและการคำนึงถึงผลกระทบให้รอบด้าน จัดเป็นเรื่องสิ่งที่สำคัญยิ่ง
'นโยบายการเปิดให้เอกชนเป็นผู้ลงทุนสร้างโรงกลั่นนั้น ราคาน้ำมันยังคงเป็นไปตามราคาตลาด'

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม