หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: UFO จานบินและมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว....ตอนที่ 1  (อ่าน 692 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 13:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

UFO จานบินและมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว....ตอนที่ 1



ภาพจานบินที่มนุษย์สามารถถ่ายได้ตามที่ต่างๆนำมาลงให้ดูว่าเกิดจากอะไรใครสร้างและมาจากดาวดวงใด มายังโลกนี้ทำไม เป็นปริศนาคาใจชาวโลกมาโดยตลอด....



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 15:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

บทสัมภาษณ์มนุษย์ต่างดาว 2 คน!!!.....ศ.ดร.นพ.เทพนม เมืองแมน


**บทสัมภาษณ์ระหว่างนายแพทย์ไทยกับมนุษย์ต่างดาวจากดาวอังคาร ชื่อ พาราซิทัลและดาวศุกร์ ชื่อ เอ็ดดี้**

1.ถาม-(หมอเทพนมฯ) ทำไมท่านจึงมาติดต่อกับผม เพราะบังเอิญหรือเพราะอะไร?

ตอบ-การมาติดต่อกับท่าน ไม่ใช่เพราะเหตุบังเอิญ พวกเราติดต่อกับสายพันธุ์เดียวกันเท่านั้นหรือจะเรียกตามภาษามนุษย์ว่า มีกรรมพัวพันกันก็ได้ มนุษย์ต่างดาวจะมาที่โลกนี้ใน 3 รูปแบบ คือ

1)มาในรูปมนุษย์ต่างดาว อย่างพวกเราขณะนี้

2)มาในแบบถูกส่งมาจุติให้เป็นมนุษย์ ท่านได้ถูกส่งลงมายังโลกนี้ห้าพันกว่าปีแล้ว มีหน้าที่ประสานงานระหว่างมนุษย์กับต่างดาว

3)วิญญาณของมนุษย์ต่างดาวเข้าสิงอยู่ในตัวมนุษย์

2.ถาม-วิญญาณหรือจิต มีจริงหรือไม่?

ตอบ- วิญญาณ หรือจิต หรือพลังงานชีวิต มีจริง ในสิ่งที่มีชีวิตทั่วจักรวาล พลังชีวิตนี้ ไม่มีใครทำลายได้ เมื่อมนุษย์ตาย ร่ายกายเน่าเปื่อยไป แต่วิญญาณยังคงอยู่ และจะต้องไปจุติตามการกระทำ หรือกรรมที่ตนทำไว้ อาจไปเกิดเป็นสัตว์ก็ได้ พวกที่เกิดเป็นมนุษย์อีก มักเกิดใกล้สถานที่ที่กำเนิดในชาติก่อน มีจำนวนน้อยที่ไปเกิดข้ามทวีป และมีจำนวนน้อยมากอย่างยิ่ง ที่ไปเกิดในอีกดาวหนึ่ง......



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 15:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ภาพถ่ายแสงออร่าของหมอเทพนมฯขณะเข้าสมาธิจิตติดต่อกับมนุษย์ต่างดาว โปรดสังเกตุแสงสีขาวด้านบนแผ่กว้างคลุมโดยรอบ แสดงว่าสภาวะจิตสงบลึกมาก นิ่ง สว่าง มีภูมิจิตภูมิธรรมสูงมาก อยู่ในขั้นบรรลุธรรมขั้นสูงในระดับหนึ่งแล้ว....Webmaster

3.ถาม-ท่านนับถือศาสนาอะไร? มีศาสนาแบบมนุษย์ไหม?

ตอบ-พวกเรานับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดเหมือนกัน มีองค์เดียวที่สูงสุด และทุกชีวิตมาจากหนึ่งเดียวนี้ ตามความจริงซึ่งท่านจะได้เรียนรู้และทราบในศตวรรษใหม่ที่จะมาถึง ในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ มีพระผู้สร้าง หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์สูงสุดอยู่ 1 องค์ ที่สร้างทุกอย่างในจักรวาลขึ้นมาแต่เริ่มแรก แต่การบริหารจัดการกับสิ่งมีชีวิตต่างๆนั้น มีคณะกรรมการจัดการระหว่างดวงดาว ซึ่งบรรดาศาสดาต่างๆของโลกมนุษย์ก็เป็นกรรมการอยู่ ศาสนาทุกศาสนาสอนให้คนทำดี ไม่ควรมาเปรียบเทียบกันว่าศาสนาของฉันดีกว่าศาสนาของเธอ เพราะศาสดาทุกท่าน ก็มาจากที่เดียวกันหมด และถูกส่งลงมาช่วยพัฒนาจิตใจมนุษย์เป็นระยะๆไป.....

4.ถาม-ท่านอายุเท่าใด? และพวกท่านมีตายบ้างไหม?

ตอบ(ท่านพาราซิทัล)-เราอายุหลายพันปี ตั้งแต่เราเกิดมาจนถึงปัจจุบัน เคยเห็นพวกเราตายแค่ 3 คน ตายจากอุบัติเหตุยานอวกาศตก ทางด้านโรคต่างๆ เราสามารถพิชิตได้หมดแล้ว ขอให้ถามท่านเอ็ดดี้ ผู้ตรวจจักรวาลบ้าง

ท่านเอ็ดดี้- ท่านพาราซิทัลพูดถูกต้องแล้ว พวกเราอายุยืนมาก......


5.ถาม-ขอให้ท่านให้ความกระจ่าง เกี่ยวกับมนุษย์คู่แรกบนโลกนี้ว่า มาจากไหนกันแน่? มาจากลิงใช่หรือไม่?

ตอบ-มนุษย์ไม่ได้พัฒนามาจากลิงอย่างที่เข้าใจกัน ตามความเป็นจริง มนุษย์เพศชายคนแรกที่พวกท่านเรียกว่า"อาดัม"นั้น ถูกสร้างขึ้นมาที่ดาวนพเคราะห์ดวงหนึ่งนอกระบบสุริยะของท่าน พระผู้สร้างได้ให้พวกเรา นำมนุษย์ผู้นั้นมาไว้ยังโลกนี้ และต่อมาได้สร้างมนุษย์เพศหญิง ที่พวกท่านเรียกว่า "อีฟ" ขึ้นมาอีกคนหนึ่ง และให้นำมาอยู่ด้วยกัน จนสืบเชื้อสายมีลูกหลานกันมากมายไปทั่วโลก พวกเราเปรียบเสมือนบรรพบุรุษของพวกท่านเหมือนกัน มีหน้าที่คอยดูแลช่วยเหลือพวกท่านอยู่เสมอมา ในระยะ 200 กว่าปีที่ผ่านมา มนุษย์เจริญทางวิทยาศาสตร์ขึ้นมามาก แต่ทางด้านศีลธรรม และจริยธรรม กลับพัฒนาได้น้อยมาก เมื่อมนุษย์ค้นพบพลังงานใหม่ เช่นพลังปรมาณู ก็นำไปใช้สร้างอาวุธทำลายล้างกัน แทนที่จะนำไปใช้ในด้านพัฒนาสุขภาพและสันติภาพ......


6.ถาม-ถ้าพระผู้สร้างมีจริง และเป็นผู้สร้างทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งสิ่งที่มีชีวิต และสิ่งไม่มีชีวิตขึ้นมาจริงอย่างที่ท่านบอก สิ่งนี้ขัดแย้งกับกฎแห่งกรรมของพุทธศาสนาหรือไม่?

ตอบ- พระผู้สร้าง ได้สร้างทุกอย่างในจักรวาลขึ้นมา แต่ท่านได้ให้อิสระเสรีภาพกับมนุษย์ทุกคน ที่จะทำดี หรือทำชั่วก็ได้ หากทำดี ก็ได้รับผบตอบแทนที่ดี ทำชั่ว ก็ได้รับผลตอบแทนที่ไม่ดี นับว่ายุติธรรมที่สุดแล้วไม่ใช่หรือ? ฉะนั้น ไม่ขัดแย้งกับกฎแห่งกรรมของพุทธศาสนาเลย และนี่คือ ความจริงของกฎจักรวาล........



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 15:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

7.ถาม-สิ่งมีชีวิตในจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้ แบ่งเป็นระดับอย่างไรบ้าง? และพวกท่าน(มนุษย์ต่างดาว)เป็นผี หรือเทวดา หรืออะไรกันแน่?

ตอบ-พลังงานชีวิต หรือจิตวิญญาณในจักรวาลนี้ แบ่งเป็นระดับต่างๆมากมาย จะเรียกว่า "ภพภูมิ" หรือ"มิติ"ก็ได้ มนุษย์อยู่ในมิติที่ 3 มีความกว้าง ยาว ลึก แต่ไม่สามารถควบคุม"เวลา"ได้ พวกเราอยู่ในมิติสูงกว่าพวกท่านหลายมิติ เราอยู่สูงกว่ามิติ"ผี" แต่เราก็ยังไม่ใช่พวกเทพ หรือพรหม อย่างที่พวกท่านเชื่อว่ามี เราเป็น"มนุษย์"อีกชนิดหนึ่ง ที่อยู่ยังดาวดวงอื่น มีความเจริญทางวิทยาศาสตร์ และศีลธรรมสูงกว่าพวกท่านมาก ความโกรธ โลภ หลง ในพวกเรา แทบไม่มีเหลืออยู่เลย เรามีจิตวิญญาณที่เป็นอมตะแบบพวกท่าน แต่เราก็มี"ร่าง" ที่ไม่คล้ายกับพวกท่านนัก และมี"ยานบิน" ที่ทำให้เราเดินทางไปยังดาวต่างๆได้อย่างรวดเร็วกว่าแสง พวกเราเป็นสมาชิกของสมาคมระหว่างดวงดาว ซึ่งมนุษย์ยังไม่ได้เป็น แต่คาดว่า มนุษย์คงสามารถพัฒนาตัวเองให้เข้าเป็นสมาชิกได้ในศตวรรษที่ 21 นี้ หากมนุษย์สามารถลดกิเลส โกรธ โลภ หลง ลงได้ เทวดาและพรหมนั้นมีจริง เราสามารถติดต่อได้ทางจิต แต่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกัน พวกเขามักเรียกพวกเราว่า"มนุษย์พิเศษ" ส่วนผีนั้น ไม่มีร่างถาวร มีแต่จิต และส่วนมาก ไม่สามารถออกไปจากโลกนี้ได้เกิน 50 กม. เพราะมีสิ่งที่บังคับควบคุมไว้ แต่"มนุษย์ต่างดาว"ไม่มีข้อจำกัดนี้......


8.ถาม-มนุษย์ต่างดาว จะมายังโลกนี้ ต้องได้รับอนุญาตจากใครก่อนหรือเปล่า?

ตอบ- มนุษย์พิเศษจากดาวอื่นๆ จะมายังโลกนี้ ต้องขออนุญาตจากสมาคมระหว่างดวงดาวก่อนเสมอ หรือถูกส่งให้มาช่วยเหลือในบางเรื่อง แต่เมื่อมาถึงโลกนี้ ก็ยังต้องรายงานกับ"ผู้ตรวจโลก" ซึ่งมีหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยอยู่ มนุษย์ต่างดาวที่แอบมาก็มีเหมือนกัน คือ มาโดยไม่ขออนุญาตก่อน ส่วนมากพวกนี้เป็นพวก"ไม่ดี" ซึ่งมีอยู่เหมือนกัน แต่เป็นจำนวนน้อย ปีที่แล้ว มีพวกกลุ่มไม่ดี ได้แอบเข้ามาในโลกของท่าน ด้วยยานอวกาศลำใหญ่ขณะมิติเปิด ขณะนี้สำหรับประเทศไทย กลุ่มไม่ดีลอยอยู่ในบริเวณเขาผีปันน้ำ ในภาคเหนือของประเทศท่าน หากพบยานบินสีดำ อย่าไปยุ่งเกี่ยวด้วย อันตรายมาก......



9.ถาม-มนุษย์ต่างดาวเช่นพวกท่าน หน้าตาคล้ายพวกเราไหม? หายใจด้วยออกซิเจนหรือไม่? กินอาหารและขับถ่ายอย่างไร?

ตอบ-ผู้ที่มาจากดาวดวงอื่น ที่มีหน้าตาคล้ายมนุษย์มากที่สุด คือ พวกที่มาจากกลุ่มดาวลูกไก่ และดาวพระศุกร์ เราจากดาวอังคาร(ท่านพาราซิทัล) หน้าตาไม่เหมือนพวกท่าน ตาจะใหญ่ดำ คางแหลม แบบในรูปที่ท่านวาดไว้ สูงกว่ามนุษย์ มือมี 3 นิ้ว และไม่มีอวัยวะเพศทั้งชายและหญิง แต่รู้ว่าใครเป็นเพศชาย เพศหญิง มนุษย์ต่างดาวเพศชาย มักตัวโตกว่าผู้หญิง เราไม่หายใจด้วยออกซิเจน แต่หายใจด้วยคาร์บอนไดออกไซด์ ที่ได้รับการปรับปรุงแล้ว เรามีปากเล็กๆ จมูกเล็กๆ ไม่กินอาหารเหมือนพวกท่าน เรากินพลังงานชนิดหนึ่ง กินหนึ่งครั้งอยู่ได้หลายเดือน เราไม่มีกระเพาะอาหาร ลำไส้ ทวารหนัก ฉะนั้นพวกเราไม่ต้องขับถ่ายทั้งหนักและเบาระหว่างเดินทางในอวกาศ ความแตกต่างเหล่านี้ เป็นของธรรมดา "ท่านเอ็ดดี้" ก็หน้าตาเป็นสี่เหลี่ยม ตากลมใหญ่ แปลกไปจากเราอีก แต่เขาใจดีมากนะ หน้าตาแตกต่างกัน ไม่ได้หมายความว่าคุยกันไม่ได้.....



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 15:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

10.ถาม- ผมอยากถามว่า มาตรฐานของดาวอังคาร ดูเพศชายว่าหล่อ หรือเพศหญิงว่าสวย เหมือนมนุษย์ดูหน้าตาและรูปร่างหรือเปล่า?

ตอบ- ไม่ใช่เลย ความหล่อและความสวย ไม่มีความสำคัญในโลกของเราเลย เราดูความ"งาม"ของเพศตรงข้าม คือ 1)ดูว่ารัศมีออร่า ที่ออกมารอบตัวและศีรษะของเขา เป็นสีที่บริสุทธิ์ เช่น สีขาวมากน้อยแค่ไหน? 2)ดูที่ความคิดอ่านของเขา เวลาเขาคิด ก็ออกมาเป็นคลื่นไฟฟ้า ให้พิจารณาได้แล้วว่า คิดดี คิดบริสุทธิ์หรือไม่? ถ้าคิดดี คิดถูกต้อง วาจาและการกระทำที่ตามมาก็จะดีตาม พวกเราถือสัจจะสำคัญกว่าชีวิต ไม่มีการพูดปดกันหน้าตาเฉย อย่างในโลกมนุษย์เลย เพราะหากพูดปด อีกฝ่ายก็ทราบทันที และตัวเองก็ไม่กล้าทำเช่นนั้นเลย.......

11.ถาม-พวกมนุษย์สงสัยว่า ถ้าท่านไม่มีอวัยวะสืบพันธุ์ ท่านมีลูกกันได้อย่างไร? แต่งงานกันหรือไม่?

ตอบ- พวกเราเคยมีอวัยวะสืบพันธุ์ ตั้งนมนานมาแล้ว แต่หลังจากมีการพัฒนาทางด้านโคลนนิ่งมากเข้า เพศหญิงไม่ต้องอุ้มท้อง 9 เดือน แบบผู้หญิงของท่าน เพราะไม่ยุติธรรมต่อเพศหญิง เมื่อพัฒนาโน่นนี่กันมากขึ้น อวัยวะเพศก็หย่อนความสำคัญลงไป ไม่ค่อยได้ใช้กันบ่อย ขณะนี้ถ้าเราชอบพอกัน อยากไปใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน เราก็มีพิธีแต่งงานง่ายๆ มีคล้ายพระ ทำพิธีให้ และไปอยู่ด้วยกัน มีบ้านที่รัฐบาลสร้างไว้ให้แล้ว เมื่ออยากมีลูกกัน ทั้ง 2 คนก็ยืนจ้องตากัน เอา 2 มือแตะกัน "ปิ๊ง"เดียว ลูกตัวเล็กๆก็ลอยลงมาในแคปซูลน้อยๆ และก็เลี้ยงให้โตขึ้นมา ต้องไปเข้าโรงเรียนด้วย คล้ายของมนุษย์ ทุกครอบครัวถูกกำหนดว่า มีลูกได้ไม่เกิน 2 คน หากมีเกิน 2 คน จะถูกลงโทษ คือ ตายไปแล้ว ไม่ได้เกิดอีกเลย ซึ่งทุกคนกลัวมาก บางดาวแค่จ้องตากัน ก็มีลูกได้แล้ว แปลกไหม? ต่อไปโลกของท่าน อาจเป็นแบบของเราก็ได้........



12.ถาม-โลกดาวอังคารของท่าน ทำไมสหรัฐอเมริกา ส่งจรวดไปแล้ว ไม่เจอผู้คนเลย และท่านมีระบบการปกครองอย่างไร?

ตอบ-โลกของเรา เคยมีบรรยากาศ มีน้ำ เช่นโลกของท่าน แต่พวกเรากันเอง ก็ทำลายสิ่งแวดล้อมจนหมดสิ้น และทำสงครามกันด้วย คนต้องหนีลงไปอยู่ใต้ดินสำหรับผู้ที่รอดตาย เราอยู่ลึกลงไปหลายกิโลเมตร เรายังใช้ระบบบการปกครอง ที่มีหัวหน้า คล้ายพระเจ้าแผ่นดิน ทุกคนก่อนเกิด ถูกกำหนดไว้แล้วว่า ต้องเกิดมาเป็นเพศอะไร? และโตขึ้นทำอาชีพอะไร? เช่น เราถูกกำหนดให้เกิดเป็นทหาร จะเป็นอย่างอื่นไม่ได้ โลกของท่านดีกว่า ที่เกิดแล้วเลือกเรียนอะไรก็ได้ตามใจชอบ จะเป็นคนดีหรือคนชั่ว ก็ขึ้นอยู่กับตัวเอง โลกของเราต้องเป็นคนดีเท่านั้น เป็นคนเลวไม่ได้ คนเลวจะถูกกำจัดออกไปทันที และไม่ได้เกิดอีกเลย......

13.ถาม-โลกของท่านมีนรกและสวรรค์ไหม? และการกลับชาติมาเกิดมีจริงหรือไม่?

ตอบ-ในระบบสุริยะของพวกเรา ในทางช้างเผือก มนุษย์เป็นดาวนพเคราะห์ดวงเดียว ที่มีทั้งนรกและสวรรค์ ดาวนพเคราะห์อื่นๆไม่มี เพราะเขาทำดีกันหมด ไม่มีคนทำชั่ว ที่ต้องถูกไปลงโทษในนรก แต่โลกของท่าน ก็มีดี ที่ตายไปแล้วได้เกิดอีก ขึ้นอยู่กับการกระทำของท่าน ถ้าท่านทำดี ชาติต่อไป ก็ดีขึ้นกว่าเดิมม หากทำชั่ว ก็ตกนรก หรือเกิดเป็นสัตว์ หรือมนุษย์ที่แย่กว่าเดิม การกลับชาติมาเกิด มีจริง ส่วนมากจะเวียนว่ายตายเกิดในโลกของตัวเอง บางคนอาจจะเกิดข้ามดาว แต่มีน้อยมาก ที่จะทำได้เช่นนั้น ต้องพิเศษจริงๆ.....



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 15:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

14.ถาม-ผมมีรูปถ่ายจากแฟ้มลับของเคจีบี ที่เพิ่งเปิดเผย อ้างว่าเป็นภาพจานบินตกในรัสเซีย ราว 40 ปีมาแล้ว และมีมนุษย์ตัวเล็กๆสีเขียวตายอยู่ในนั้น และเขานำมาผ่าศพดู ท่านดูแล้วคิดว่าภาพเหล่านี้เป็นของจริงหรือภาพหลอกลวง?

ตอบ-จานบินตกทั่วโลกมาแยะแล้ว ในรัสเซีย ในจีนก็ตกหลายครั้ง ในประเทศไทยของท่าน ก็ตกที่ อ.สันกำแพง จ.เชีงใหม่ ในปี ค.ศ.1958 ท่านเอ็ดดี้รู้ดี เพราะรอดมาได้ รูปที่รัสเซียเปิดเผยนั้น เป็นรูปจริง มนุษย์ต่างดาวตัวเล็กๆเขียวๆ มี 4 นิ้ว ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ ถ้าเขามาจากดาวดวงอื่น จะให้รูปร่างหน้าตาเหมือนมนุษย์ คงเป็นไปไม่ได้ น่าสงสารเขานะ.....

15.ถาม-เพื่อนของผม ถ่ายภาพมนุษย์มีแสงออกมาจากตัว ที่ อ.บ่อพลอย จ.กาญจนบุรี เมื่อเดือนมีนาคม 2542 เวลากลางคืน ท่านบอกได้ไหมว่า เขาเป็นชาวบ้านหรือมนุษย์ต่างดาว หากเป็นมนุษย์ต่างดาว เขามาทำไมในป่าทึบ?

ตอบ- ผู้ที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ แต่มีแสงออกมาจากตัว ไม่ใช่มนุษย์แน่นอน จ.กาญจนบุรี เป็นพื้นที่ที่มิติเปิด คล้ายสามเหลี่ยมเบอมิวดา และบรรดายานอวกาศต่างๆ สามารถผ่านเข้า-ออกได้ง่าย นอกจากนี้ ยังเป็นแหล่งสำคัญแห่งหนึ่งของโลก ที่มีแร่ธาตุหายาก ที่ใช้ในการเดินทางในอวกาศ เราเคยบอกท่านแล้ว เกี่ยวกับแร่ธาตุชนิดนี้ ว่าคล้ายแร่ธาตุที่ท่านเรียกว่า"เหล็กไหล"ไงล่ะ เราจะไม่บอกว่า เขามาจากที่ไหน บอกแต่เพียงว่า เขาไม่ใช่มนุษย์และไม่ใช่ผี!!!......



16.ถาม-เมื่อ 6 สิงหาคม 2542ผมได้รับเชิญจากองค์การนาซ่าและInternational Space University ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งมาจัดประชุมอยู่เงียบๆอยู่ที่มหาวิทยาลัยสุรนารี ให้ไปพูดถึงเรื่อง"การศึกษาวิจัยเกี่ยวกับยูเอฟโอ และผู้ขับขี่ยานบินในประเทศไทย พ.ศ.2540-2542" และได้รับคำชมเชยจากฝรั่งนักวิชาการ 300 กว่าคนว่า ทำวิจัยได้ดีมาก ท่านคิดอย่างไรกับเรื่องที่นาซ่าคิดจะไปยึดดาวอังคารทำเหมืองแร่ และส่งคนไปอยู่ 50,000 คน ใน 20 ปีข้างหน้านี้ และทำไมจานบินของท่านมาแล้ว ไม่ยอมบินลงมาต่ำตามที่ขอร้องให้ฝรั่งเห็นทั่วกัน?

ตอบ-เราไปฟังอยู่ตลอดเวลา และไม่พอใจอย่างมาก ที่เขาคิดจะไปยึดดินแดนที่มีเจ้าของแล้ว เช่นที่เคยทำมาในโลกนี้ในอดีต ขอบอกสั้นๆว่า หากรบกัน ก็ไม่มีทางสู้พวกเราได้ ขอให้บอกแก่พวกเขา 3 ข้อ คือ

1)จานบินและมนุษย์ต่างดาวนั้น มีจริง และได้มาเยือนโลกนี้ เป็นเวลานานหลายพันปีแล้ว มนุษย์เปรียบเสมือนลูกหลานของเรา

2)มนุษย์ต่างดาว ไม่ต้องการมายึดครองโลกนี้ ในทำนองเดียวกัน มนุษย์ก็ไม่ควรคิด จะไปยึดครองดวงดาวของเรา เพราะมีเจ้าของแล้ว และไม่มีทางสู้เราได้

3)ขอให้มนุษย์ใช้สติปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาโลกนี้ดีกว่า รวมทั้งเตรียมรับภัยพิบัติทางธรรมชาติครั้งใหญ่หลวงที่จะเกิดขึ้นในโลกนี้ในปีหน้า(ค.ศ.2000 หรือ พศ.2543)

ยานอวกาศของเรา ได้บินไปให้ท่านและบางคนเห็นแล้ว เราไม่บินลงต่ำ เพราะคิดว่าจะไม่มีประโยชน์อะไรกับพวกที่คิดจะไปยึดดาวของเรา.....



17.ถาม- เมื่อ 19 มีนาคม 2539 มีผู้ถ่ายภาพประหลาดได้ ที่พระเมรุพระบรมศพสมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี แสงนั้นเป็นแสงอะไร?(จะนำลงภาพปาฏิหาริย์ในเว็บฯนี้ต่อไป-Webmaster)

ตอบ-ขอตอบสั้นๆว่า กลุ่มเทพชั้นสูงมาแสดงคารวะต่อพระบรมศพ ไม่ใช่จานบินมาอย่างที่เข้าใจกัน.....

18.ถาม-ผมได้รับเชิญให้ไปพูดในสัปดาห์วิทยาศาสตร์ของ ม.สงขลานครินทร์ เมื่อ 19 สิงหาคม 2542 ซึ่งท่านได้สั่งให้ผมไปพูดเตือนชาวใต้เกี่ยวกับปี 2000 แต่ทำไม"จานบิน" ไปปรากฏที่อ่างเก็บน้ำของ ม.สงขลาฯ ทุกคืน เป็นเวลาถึง 10 วัน ก่อนผมไปถึง ผมไม่ได้ร้องขอมากเพียงนั้น........



ตอบ-เราเป็นห่วงชาวใต้ของท่านมาก เกี่ยวกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ จึงไปหลายครั้ง ในปีหน้า เราจะพยายามช่วยให้หนักกลายเป็นเบา ได้ขอให้ท่านพูด อย่าให้เขาตกใจกลัว จนขาดสติ ที่บอกเขาว่า ให้ช่วยเหลือกัน มีความเมตตากรุณาต่อกันมากขึ้นนั้น ดีแล้ว ให้หมั่นสดับรับฟังข่าวสารต่างๆอยู่เสมอ รู้จักที่ๆปลอดภัย หากเกิดภัยพิบัติ อย่าประมาท เราหวังว่า ทุกท่านจะปลอดภัยในปีหน้า 2543 ส่วนคืนวีนที่ 19 สิงหาคม 2542 อากาศไม่ดี เราบินกันมา 3 ลำ ในระยะสูง แต่ให้ท่านถ่ายภาพได้ชัดๆ ตั้งแต่หัวค่ำแล้วไม่ใช่หรือ? ที่ดูคล้ายดวงอาทิตย์นั่นแหละ......

สรุปว่า ตั้งแต่ต้นปี จนถึงเดือนกันยายน 2542 ขณะเขียนต้นฉบับอยู่นี้ ผู้เขียนได้ติดต่อกับท่านพาราซิทัล และท่านเอ็ดดี้เป็นประจำ เดือนละ 1-2 ครั้ง เป็นอย่างน้อย ซึ่งครั้งล่าสุด เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2542 ยูเอฟโอ ได้มาปรากฏให้เห็น เวลา 20.15 น.ที่เหนือบ้านผู้เขียนใน กทม. มีผู้พบเห็น และถ่ายภาพได้จำนวนมาก ซึ่งจากการสื่อด้วยโทรจิต พวกเขาบอกว่า บินผ่านทางจึงแวะลงมาเยี่ยมเยียน......สิ่งที่นำมาเล่าให้ฟัง เป็นสิ่งที่ได้รับสื่อทางจิต จากผู้ที่อ้างว่าเขามากับยานบิน และยังมีรายละเอียดอีกมากมาย ที่ผู้เขียนได้จดบันทึกไว้

อย่างที่บอกกับท่านผู้อ่านไว้แล้วว่า สิ่งที่เล่ามาให้ฟัง ไม่เป็นวิทยาศาสตร์ เพราะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยัน เหมือนกับการถ่ายภาพยานบินได้ ก็ได้แต่บันทึกไว้ และรอเปรียบเทียบกับความจริงต่างๆ ที่จะค่อยเผยออกมาทีละน้อยๆ ในอนาคตอันใกล้นี้ "ความจริงเท่านั้น ที่จะช่วยให้มนุษย์เราหลุดพ้นจากความโง่เขลาทั้งปวง".......(จบบริบูรณ์)


ชัย แสงทิพย์

ChaiSangthip@www.com

www.buddhapoem.com

www.buddha-dhamma.com


เครดิต oknation



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 15:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

UFO จานบินและมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว....ตอนที่ 1




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 15:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

UFO จานบินและมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว....ตอนที่ 1

มีรูปทรงต่างๆมากมาย...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 15:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

UFO จานบินและมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว....ตอนที่ 1



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 15:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

UFO จานบินและมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว....ตอนที่ 1




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 15:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

UFO จานบินและมนุษย์ต่างดาวมาแล้ว....ตอนที่ 1



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 17:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มนุษย์ต่างดาว และ สิ่งลึกลับจากต่างดาว !!!...


เสียงจากนอกโลก.!@#$%^&
จากความพยายามที่จะค้นหาสิ่งมีชีวิตที่คาดว่าน่าจะมีอยู่ในจักรวาลที่ใดสักแห่งหนึ่ง จากประเทศญี่ปุ่นมุ่งหน้าศึกษาค้นคว้าหาโลกใบที่ 2 เพื่อที่จะได้แหล่งที่อยู่ใหม่ของอนุชนรุ่นต่อไป ด้วยเครื่องมือที่ลำสมัย ทั้งกล้องถ่ายภาพ เครื่องส่งสัญญาณเสียง และ เครื่องรับสัญญาณระยะไกล จากอุปกรณ์ที่ล้ำสมัยและศักยภาพในการทำงานได้ติดตั้งไปกับยาน Cassini-Huygens ได้ออกเดินทางสำรวจเสียงจากดวงจันทร์ เครื่องบันทึกสัญญาณได้ส่งสัญญาณเสียงกลับมายังหอบังคับการ เสียงที่ได้ยินจากดวงจันทร์เป็นเสียงที่เกิดจากการแกว่งไปมา ของสนามแม่เหล็กอะไรสักอย่างวิ่งผ่านอากาศด้วยความเร็วสูง

นอกจากเสียงที่ได้ดวงอาทิตย์ยาน Cassini-Huygens ก็บันทึกได้เช่นกันในลักษณะของเสียงดวงอาทิตย์จะคล้ายๆกับเสียงที่วิ่งผ่านอากาศ และ ความถี่ต่ำมาก และ เมื่อเวลาเปลี่ยนไปสัญญาณจากดวงอาทิตย์ได้ก็จะเปลี่ยนไป จะได้เสียงที่คล้ายเสียงนกร้องหาคู่ และ เสียงหวีดแหลมคล้ายคนผิวปาก

นอกจากนั้นยานก็ได้ไปสำรวจเสียงจากดาวเสาร์ เสียงที่ได้มาจากดาวเสาร์เป็นเสียงที่มีลักษณะเหมือนหุ่นยนต์ในภาพยนต์เรื่อง Star Wars และ เสียงคล้ายเสียงนกร้องพร้อมกันตอนเย็นๆยามจะเข้านอน

ถึงแม้ว่าเครื่อง Cassini-Huygens จะสามารถบันทึกเสียงต่างๆจากดาวหลายๆดวงมาให้มนุษย์ฟังแล้ว แต่การแปลสัญญาณเสียงกลับสวนทางกับมนุษย์โลกที่ยากจะเข้าใจ แต่นั่นก็หมายความว่าความพยายามของมนุษย์

และการเปิดใจกว้างของผู้ที่อาศัยอยู่นอกโลก ที่ทำให้เราๆ ได้ยิ้มไปพร้อมรับสัมพันธภาพของเพื่อนร่วมจักรวาลได้เร็วๆนี้ ถึงแม้ว่าเสียงที่ได้มายังเป็นปริศนาของภาษาที่มนุษย์โลกต้องเร่งพัฒนาเครื่องแปลภาษาเสียงอีกลำดับต่อไป เมื่อถึงวันนั้นการเชื่อมสัมพันธไมตรีของเพื่อนร่วมจักรวาลและมนุษย์โลกคงจะมีอะไรที่แปลกใหม่ไปอีกขั้นหนึ่ง..


เขียนโดย sataporn ที่ 06:43

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 17:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สิ่งมีชีวิตจากดาวศุกร์..!
ดาวศุกร์ เป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ห่างจากดวงอาทิตย์เป็นลำดับที่ 2 ขนาดใกล้เคียงกับโลกมนุษย์มาก มีขนาดไกล้เคียงกับโลก บางครั้งเรียกว่า"น้องสาว"ของโลก บรรยากาศของดาวศุกร์ประกอบด้วย

ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 97%
ไนโตรเจน 3.5%
ซัลเฟอร์ไดออกไซด์ อาร์กอน 0.5%

บนดาวศุกร์มีชั้นเมฆคาร์บอนไดออกไซด์ที่หนาทึบมาก ปกคลุมดาวศุกร์ทั้งดวงทำให้สะท่อนแสงอาทิตย์ได้ดี จึงเห็นดาวศุกร์เป็นดาวเคราะห์ที่สว่างสุกใส ที่อยู่ของประชาชนดาวศุกร์พวกเขาอาศัยอยู่ใต้ผิวดินของดาวศุกร์ลึกลงไป ทำให้ยานอวกาศที่ส่งสำรวจ ไม่สามารถตรวจพบได้ เพราะดาวศุกร์จะร้อนจัด ดาวศุกร์ไม่มีอากาศเหมือนโลก มีคาร์บอนไดออกไซด์ ความร้อนของผิวดาวอยู่ที่ 400-500c และด้วยเหตุผลที่ประชาชนชาวดาวศุกร์จึงมีความจำเป็นต้องอยู่ใต้ผิวดาวเพราะผิวดาวนั้นไม่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิต
และในทางกลับกันกับกลุ่มผู้นำสื่อทางโทรจิต โดยเดิร์ก ชูลซ์ มาคูช และ หลุยส์ เออร์วิน ได้แถลงการณ์ถึงการค้นพบร่องรอยสิ่งมีชีวิตในรูปแบบของจุลชีพและแมลงที่อาศัยอยู่บนดาวศุกร์ ทั้งสองได้กล่าวว่า ครั้งหนึ่งดาวศุกร์มีอุณหภูมิต่ำกว่านี้ และ มีมหาสมุทรอยู่ที่นั่น
นักวิทยาศาสตร์หลายๆคนได้สรุปถึงดาวศุกร์ว่า "ดูเหมือนว่าชั้นบรรยากาศบนดาวศุกร์จะมีอะไรครบเกือบทุกอย่างต้องการให้ชีวิตเริ่มต้นได้รวมทั้งแหล่งพลังงานและสารตัวกลางที่เป็นของเหลว"
จากบทสนทนาในกลุ่มของผู้นำสื่อสารทางโทรจิต ได้สอบถามความเป็นไปได้ของสิ่งมีชีวิตนอกโลก...

มนุษย์โลก :มนุษย์ต่างดาวเป็นผีหรือเทวดา

มนุษย์ต่างดาว:เป็นพลังงานที่มีชีวิต

มนุษย์โลก:การเดินทางมายังโลกมนุษย์มนุษย์ต่างดาว ต้องขออนุญาตใครหรือไม่

มนุษย์ต่างดาว:ต้องขออนุญาตจากสมาคมระหว่างดวงดาว ทุกครั้งก่อนจะเดินทางไปยังดาวอื่น

มนุษย์โลก:ทุกครั้งที่ดาวเทียมลงไปสำรวจดาวของท่านทำไมจึงไม่พบสิ่งมีชีวิต

มนุษย์ต่างดาว:ก่อนหน้านี้ดาวศุกร์ก็เหมือนโลกของท่าน แต่เนื่องจากการทำลายสิ่งแวดล้อมจนหมด และเกิดสงครามเนื่องจากความคิดเห็นไม่ตรงกัน เกิดการ แบ่งพักแบ่งพวก การเสื่อมสลายทางธรรมชาติเกินกว่าจะเยียวยารักษาได้ ผู้คนอ่อนแอก็เสียชีวิต ส่วนที่เหลือก็ศึกษาค้นคว้าเพื่อทำให้ชีวิตของตนเองดำรงอยู่ต่อไปได้ จากการพัฒนาหลายๆด้านเพื่อยืดอายุของประชาชนบนดาวศุกร์ จากความที่เคยล้มเหลว และไม่สามารถที่จะปลูกสร้างให้โลกของเรา(ดาวศุกร์)ได้ฟื้นคืนชีพกลับคืนมาใหม่ได้ จึงต้องลงไปอยู่ใต้ดิน ไม่ว่าดาวเทียมอะไรจากโลกที่ส่งไปก็ไม่สามารถที่จะตรวจพบได้ เพราะ เทคโนโลยีของมนุษย์ที่สร้างขึ้นมานั้นเป็นเพียงเครื่องมือพื้นฐานที่เราเลิกใช้ไปนานแล้ว

มนุษย์โลก:ระบอบการปกครองของท่าน เหมือนระบอบการปกครองของมนุษย์หรือไม่

มนุษย์ต่างดาว:เรายังใช้ระบอบการปกครอง ที่มีหัวหน้าในการปกครองเหมือนเดิม

มนุษย์โลก:การสืบพันธ์ของประชาชนท่านเป็นอย่างไร

มนุษย์ต่างดาว:ทุกคนเมื่อถึงเวลาที่จะเกิดมา จะถูกกำหนดก่อนว่าปัจจุบันขาดหญิงหรือชาย ตามอัตราการสมดุลของประชากร จากนั้นจะได้เพศตามต้องการของสังคมเรา และคนที่ขาดไป ก็จะถูกคนใหม่เข้ามาแทนที่ เช่น ทหารเสียชีวิตไป เด็กที่เกิดมาใหม่ก็ต้องมาเป็นทหารแทน หรือ ขาดหมอไป ก็จะได้ลูกที่มาเป็นหมอ กฎเกณฑ์ต่างๆ ของการปกครองของเราได้ถูกกำหนดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นระบบการศึกษา สติปัญญาจะถูกกำหนดก่อนที่คนๆนั้นจะเกิดมา คนที่เกิดมาจะไม่สร้างความเสียหายแก่โลกของเรา เหมือนกับโลกท่าน ก่อนหน้านั้นก็เป็นเช่นเดียวกับโลกของท่าน แต่อัตราความเสี่ยงที่จะได้คุณภาพชีวิตของคนดีนั้นมีอัตราตวามเสี่ยงสูงแน่นอนปัญหาที่ตามมาคือประเทศ การควบคุมคุณภาพชีวิตตั้งแต่เกิด เราจะได้ประชากรที่มีคุณภาพต่อดาวเรา

มนุษย์โลก:การคุมกำเนิดมีหรือไม่

มนุษย์ต่างดาว:ไม่มี หนึ่งครอบครัวสามารถมีลูกได้เพียงคนเดียว

มนุษย์โลก:มนุษย์ต่างดาวไม่มีอวัยวะสืบพันธ์แล้วมีลูได้อย่างไร

มนุษย์ต่างดาว:ก่อนหน้านั้น เราก็เคยมีอวัยวะสืบพันธ์เช่นกัน เนื่องจากเราพัฒนาคุณภาพของคนของเราอย่างจริงจังเพื่อให้ได้คนที่มีคุณภาพโดยการโคลนนิ่ง อวัยวะสืบพันธ์จึงไม่ค่อยได้ใช้งานนานๆ เข้าก็หดหายไปจากร่างกาย การพัฒนาในเรื่องของการโคลนนิ่งได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพราะได้คุณภาพคนตามต้องการ สายพันธ์ต้นแบบที่จะนำไปโคลนนิ่งจึงไม่ต้องมีอวัยวะสืบพันธุ์ เมื่อโคลนนิ่งออกมาแล้วก็จะได้สายพันธ์เช่นเดียวกับต้นแบบ

มนุษย์โลก:เมื่อไม่มีอวัยวะสืบพันธ์แล้วจะกำเนิดลูกได้อย่างไร

มนุษย์ต่างดาว:เนื่องจากคุณภาพชีวิตและสติปัญญาของคนสูงกว่ามนุษย์โลกแล้ว อารมณ์ต่างๆ ของพวกเราจึงถูกกำหนดขึ้นมาเฉพาะการกระทำในสิ่งที่ดี แน่นอนความคิดร้ายในสมองเราจึงไม่มี เมื่อรักชอบกันแล้วก็มีการแต่งงานเหมือนกัน โดยมีพระทำพิธีให้ เมื่อแต่งงานแล้วรัฐบาลก็จะมีบ้านเรือนให้ เมื่อต้องการมีลูกก็เอา 2 มือมาแตะกัน จากนั้นจะได้ลูกที่ลอยมาในแคปซูล กระบวรการต่างๆ ได้ถูกกำหนดไว้แต่ต้นแล้ว

มนุษย์โลก:ทุกครั้งที่ท่านมาเตือนถึงภัยพิบัติที่เกิดขึ้น ทำไมท่านไม่บอกตรงๆ โดยที่ไม่ตีความหมายในสิ่งที่ท่านกำลังจะบอกว่ากำลังจะเกิดเหตุการณ์ร้ายๆ

มนุษย์ต่างดาว:เพื่อให้มนุษย์โลกมีสติปัญญาที่จะพึ่งพาตนเองได้ด้วยสติปัญญาของมนุษย์เอง สิ่งสำคัญ เพื่อให้มนุษย์ได้ฝึกจิต เมื่อมนุษย์สามารถฝึกจิตได้แล้ว สิ่งดีๆ ที่เกิดกับมนุษย์ก็จะเกิดขึ้น สิ่งที่จะเป็นผลดีจากการฝึกจิต คือ โลกของท่านจะได้อยู่คู่กับท่านไปอีกนานแสนนาน ภัยพิบัติต่างๆ ที่กำลังเรียงหน้าเข้าคิวเตรียมถล่มโลกก็จะยุติลง หากบอกไปตรงๆเชาว์ปัญญาของมนุษย์โลกก็จะฝ่อลง ไม่ต้องใช้สมองที่จะคอยคิดแก้ปัญหาอีกต่อไป การฝึกจิตนั้นสำคัญมากสำหรับกาวที่เจริญทางสติปัญญา
ผู้ที่ฝึกปฏิบัติจิตที่สื่อสารกับมนุษย์จากดาวงอื่น ได้อย่างแน่นอน ผู้ทรงศีลต่างๆ ของโลกท่านที่ฝึกถึงลำดับที่สามารถติดต่อกับดาวของเรามีอยู่มากมาย

มนุษย์โลก:มนุษย์ต่างดาวมีนิสัยเหมือนกับมนุษย์โลกหรือไม่

มนุษย์ต่างดาว:มีเหมือนกัน แต่อยู่อีกจักรวาลหนึ่งที่ไกลมาก และ ไม่อยู่ในสมาคมระหว่างดวงดาว จะมีลักษณะเป็นยานสีดำ หากท่านเจอแล้วให้ระวัง เพราะ พวกเขาดุร้ายมาก เพราะเขาเชื่อว่า ความแข็งแกร่ง และดุดันนั้นสามารถทำให้เขามีอายุที่ยืนยาว ความเมตตาปราณี จะเป็นส่วนบั่นทอนอายุของเขาลง การเดินทางมายังโลกของเขาจะแอบลักลอบเข้ามา ก็มีหลายครั้งที่เข้ามายังโลกของท่าน(ประเทศไทย)เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2541 ก็มีจานบินตกบริเวณป่าสงวนเชียงใหม่ ทีมค้นหาจากสหรัฐอเมริกาเดินทางมาค้นหา แต่หาไม่พบ!!..
เขียนโดย sataporn ที่ 05:14



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 17:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แกนโลกเอียง..
จาก การทำงานของนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์จำนวนหนึ่ง

ที่ได้ศึกษาปรากฎการณ์แกนโลกพลิกตัว บอกว่าโลกและดวงอาทิตย์

ทั้งสองมีความเกี่ยวข้องกันและสัมพันธ์กัน โดยจะแลกเปลี่ยนพลังงาน

และใช้จนหมดกระบวนการหนึ่ง จนเกิดกระบวนการของการพลิกกลับขั้วเกิดขึ้น

ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเกิดขึ้นเมื่อหลายล้านปีก่อน เมื่อสัตว์จำพวกไดโนเสาร์ที่

สาบสูญไปในช่วงเวลานั้น ในการค้นคว้าวิจัยส่วนตัวและของบริษัท ได้วิเคราะห์หรือทำนาย

ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ Hyderabad ซึ่งมีแนวโน้มเกี่ยวกับการ

ยกระดับพลังงานขึ้นสูงสุด จะเกิดขึ้นในปี 2012 นี้ การ พลิกกลับขั้วของแกนแม่เหล็กโลก คือกระบวนการเมื่อขั้ว

ทิศเหนือและขั้วทิศใต้กลับตำแหน่งกัน เมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น,

ที่จุดหนึ่งของเวลา สนามแม่เหล็กโลกจะลดลงเกือบจะถึงศูนย์เกาซ์

โลกที่จุดนั้นของเวลามีคุณสมบัติของแม่เหล็กเป็นศูนย์

สิ่งนี้บังเอิญมาเกิดขึ้นพร้อมกัน กับการหมุนรอบพลิกกลับขั้ว

ของดวงอาทิตย์ในทุกๆสิบเอ็ดปีพอดี

ใน ประวัตศาสตร์ของมนุษย์ยุคใหม่ ปรากฎการณ์แกน

โลกพลิกตัวที่เคยเกิดขึ้นนั้นไม่เคยถูกบันทึกมาก่อน แต่ในปัจจุบัน,

แบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์สามารถทำนายผลลัพธ์ที่เป็นจริงได้

ซึ่ง NASA เคยนำคำพูดที่น่ากลัว มากล่าวถึงในที่สาธารณะ

เกี่ยวกับการพลิกกลับขั้วจะทำคุณสมบัติของแม่เหล็ก ของโลกอ่อนแอ

และเบี่ยงเบนไป แต่ไม่ใช่ศูนย์ ตามแบบตัวอย่างคอมพิวเตอร์ Hyderabad

การพลิกกลับเกี่ยวกับขั้วของโลกและดวงอาทิตย์สามารถเป็นสาเหตุ

ให้เกิดปัญหาที่จริงจังดังต่อไปนี้

- ระบบอิเล็กโทรนิคจำนวนมากจะทำงานผิดปกติ (ระบบขีปนาวุธ ,computer)
- การอพยพของฝูงสัตว์ เช่น นก หรือปลาวาฬ ทำให้สูญเสียทิศทางและอื่นๆ
- ระบบภูมิคุ้มกันโรคในบรรดาสัตว์รวมถึงมนุษย์จะทำให้อ่อนอย่างมาก
- ทำให้ภูเขาไฟเพิ่มขึ้น, เกิดการเคลื่อนที่ของเปลือกโลก แผ่นดินไหว และแผ่นดินถล่ม
- สนามแม่แหล็กโลก (Magnetosphere) จะอ่อนแอลง และการแผ่รังสีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากดวงอาทิตย์จะเพิ่มปริมาณถึงระดับ อันตราย ก่อให้ เกิดมะเร็งผิวหนังตามมา ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
- กลุ่มวัตถุในอวกาศที่มีเส้นผ่านมากมายจะเฉียดเข้าใกล้โลกได้ง่ายขึ้น
- แรงดึงดูดของโลกจะมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

ถ้าคุณรวมเค้าเรื่องการทำลายล้างกับเหตุผลทางวิทยาศาสตร์ ความเป็นไป

ได้เหล่านี้เป็นไปได้ทั้งหมด, คุณสามารถดูได้โดยง่าย,

โลกอาจจะกลายเป็นที่ที่ไม่เหมาะสมสำหรับอารยธรรมของมนุษย์เมื่อถึงปี 2012

และผู้ที่จะรอดได้นั้นอาจต้องมีชีวิตอยู่ใด้ดินหรือใต้เปลือกโลกเท่านั้น.. .

กลุ่มนักค้นคว้าเรื่อง UFO จำนวนมาก (ในต่างประเทศ) ที่ได้ทำการติดต่อ

กับพวกเขาอย่างลับๆ รายงานว่ามนุษย์ต่างดาวได้ตระหนักถึงเหตุการณ์

เกี่ยวกับโลกในช่วงระยะอัน ใกล้นี้ ได้เข้ามาบันทึกและศึกษาเหตุการณ์

การสูญพันธุ์ของรูปแบบอารยธรรมเกี่ยวกับ มนุษย์ อันเนี่องมาจากการ

ขาดของความรู้ของเราเอง ขณะนี้เขากำลังจัดเตรียมเครื่องมือสำหรับ

การตรวจวัดและคัดเลือกมนุษย์ที่เขา จะช่วยชิวิตเอาไว้ได้จำนวนหนึ่งแล้ว...

พวก เขาได้รับสัญญาณและรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับโลก ว่ามีบางสิ่งที่รุนแรง

จะเกิดขึ้น ซึ่งเขากำลังเตรียมช่วยเหลือเราอย่างเงียบๆ รวมถึงการ

เคลื่อนย้ายเราไปสู่ปลายทางที่ปลอดภัยที่เราไม่อาจรู้ (ซึ่งฃ่าวนี้ตรงกับ

ข้อมูลทางกลุ่มเขากะลาของไทยที่บอกไว้คล้ายกัน เกี่ยวกับการเตรียม

การช่วยเหลือตามจุดต่างๆ 8จุด ทั้งในไทยและต่างประเทศ) หลายๆ

เหตุการณ์ เช่น Tsunami, มันเป็นไปได้ที่เราจะงงงวยและจ้องมองมัน

กับสิ่งที่เกิดขึ้นโดยไม่มีใครคาดคิดมาก่อน ถ้าเรื่องราวนี้ถูกต้อง,

มันอาจจะเป็นหนทางหนึ่งที่เราจะอยู่รอดจะเพื่ออารยธรรมของเรา

บางทีเราอาจต้องเคลื่อนย้ายสู่ดาวเคราะห์อื่นๆ เช่นที่มันอาจจะเคยเกิด

ขึ้นบนดาวอังคารเมื่อหลายล้านปีมาแล้ว...
เขียนโดย sataporn ที่ 04:50



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 17:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลุมดำ หมายถึง เทหวัตถุในเอกภพที่มีแรงโน้มถ่วงสูงมาก ไม่มีอะไรออกจากบริเวณนี้ได้แม้แต่แสง เราจึงมองไม่เห็นใจกลางของหลุมดำ หลุมดำจะมีพื้นที่หนึ่งที่เป็นขอบเขตของตัวเองเรียกว่าขอบฟ้าเหตุการณ์ ที่ตำแหน่งรัศมีชวาร์สชิลด์ ถ้าหากวัตถุหลุดเข้าไปในขอบฟ้าเหตุการณ์ วัตถุจะต้องเร่งความเร็วให้มากกว่าความเร็วแสงจึงจะหลุดออกจากขอบฟ้าเหตุการณ์ได้ แต่เป็นไปไม่ได้ที่วัตถุใดจะมีความเร็วมากกว่าแสง วัตถุนั้นจึงไม่สามารถออกมาได้อีกต่อไป

เมื่อดาวฤกษ์ที่มีมวลมหึมาแตกดับลง มันอาจจะทิ้งสิ่งที่ดำมืดที่สุด ทว่ามีอำนาจทำลายล้างสูงสุดไว้เบื้องหลัง นักดาราศาสตร์เรียกสิ่งนี้ว่า "หลุมดำ" เราไม่สามารถมองเห็นหลุมดำด้วยกล้องโทรทรรศน์ใดๆ เนื่องจากหลุมดำไม่เปล่งแสงหรือรังสีใดเลย แต่สามารถตรวจพบได้ด้วยกล้องโทรทรรศน์วิทยุ และคลื่นโน้มถ่วงของหลุ่มดำ (ในเชิงทฤษฎี โครงการ แอลไอจีโอ) และจนถึงปัจจุบันได้ค้นพบหลุมดำในจักรวาลแล้วอย่างน้อย 6 แห่ง

หลุมดำเป็นซากที่สิ้นสลายของดาวฤกษ์ที่ถึงอายุขัยแล้ว สสารที่เคยประกอบกันเป็นดาวนั้นได้ถูกอัดตัวด้วยแรงดึงดูดของตนเองจนเหลือเป็นเพียงมวลหนาแน่นที่มีขนาดเล็กยิ่งกว่านิวเคลียสของอะตอมเดียว ซึ่งเรียกว่า เอกภาวะ

หลุมดำแบ่งได้เป็น 4 ประเภท คือ หลุมดำมวลยวดยิ่ง เป็นหลุมดำในใจกลางของดาราจักร, หลุมดำขนาดกลาง, หลุมดำจากดาวฤกษ์ ซึ่งเกิดจากการแตกดับของดาวฤกษ์, และ หลุมดำจิ๋วหรือหลุมดำเชิงควอนตัม ซึ่งเกิดขึ้นในยุคเริ่มแรกของเอกภพ

แม้ว่าจะไม่สามารถมองเห็นภายในหลุมดำได้ แต่ตัวมันก็แสดงการมีอยู่ผ่านการมีผลกระทบกับวัตถุที่อยู่ในวงโคจรภายนอกขอบฟ้าเหตุการณ์ ตัวอย่างเช่น หลุมดำอาจจะถูกสังเกตเห็นได้โดยการติดตามกลุ่มดาวที่โคจรอยู่ภายในศูนย์กลางหลุมดำ หรืออาจมีการสังเกตก๊าซ (จากดาวข้างเคียง) ที่ถูกดึงดูดเข้าสู่หลุมดำ ก๊าซจะม้วนตัวเข้าสู่ภายใน และจะร้อนขึ้นถึงอุณหภูมิสูง ๆ และปลดปล่อยรังสีขนาดใหญ่ที่สามารถตรวจจับได้จากกล้องโทรทรรศน์ที่โคจรอยู่รอบโลก การสำรวจให้ผลในทางวิทยาศาสตร์เห็นพ้องต้องกันว่าหลุมดำนั้นมีอยู่จริงในเอกภพ

แนวคิดของวัตถุที่มีแรงดึงดูดมากพอที่จะกันไม่ให้แสงเดินทางออกไปนั้นถูกเสนอโดยนักดาราศาสตร์มือสมัครเล่นชาวอังกฤษ จอห์น มิเชล ในปี 1783 และต่อมาในปี 1795 นักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส ปีแยร์-ซีมง ลาปลาซ ก็ได้ข้อสรุปเดียวกัน ตามความเข้าใจล่าสุด หลุมดำถูกอธิบายโดยทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป ซึ่งทำนายว่าเมื่อมีมวลขนาดใหญ่มากในพื้นที่ขนาดเล็ก เส้นทางในพื้นที่ว่างนั้นจะถูกทำให้บิดเบี้ยวไปจนถึงศูนย์กลางของปริมาตร เพื่อไม่ให้วัตถุหรือรังสีใดๆ สามารถออกมาได้

ขณะที่ทฤษฏีสัมพัทธภาพทั่วไปอธิบายว่าหลุมดำเป็นพื้นที่ว่างที่มีความเป็นเอกภาวะที่จุดศูนย์กลางและที่ขอบฟ้าเหตุการณ์บริเวณขอบ คำอธิบายนี่เปลี่ยนไปเมื่อค้นพบกลศาสตร์ควอนตัม การค้นคว้าในหัวข้อนี้แสดงให้เห็นว่านอกจากหลุมดำจะดึงวัตถุไว้ตลอดกาล แล้วยังมีการค่อย ๆ ปลดปล่อยพลังงานภายใน เรียกว่า รังสีฮอว์คิง และอาจสิ้นสุดลงในที่สุด อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีคำอธิบายเกี่ยวกับหลุมดำที่ถูกต้องตามทฤษฎีควอนตัม
เขียนโดย sataporn ที่ 04:42


เครดิต Blogger.



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 17:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา

สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา (อังกฤษ: Bermuda Triangle) หรืออาจรู้จักกันในชื่อ สามเหลี่ยมปีศาจ (อังกฤษ: Devil's Triangle) เป็นพื้นที่สมมุติทางตะวันตกของมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ซึ่งมีการอ้างว่าอากาศยานและเรือผิวน้ำจำนวนหนึ่งหายสาบสูญไปโดยหาสาเหตุมิได้ในบริเวณดังกล่าว วัฒนธรรมสมัยนิยมได้ให้เหตุผลของการหายสาบสูญว่าเป็นเรื่องของปรากฎการณ์เหนือธรรมชาติหรือกิจกรรมของสิ่งมีชีวิตนอกโลก หลักฐานซึ่งบันทึกไว้ได้ระบุว่า เหตุการณ์การหายสาบสูญของอากาศยานและเรือผิวน้ำส่วนใหญ่ได้รับรายงานอย่างไม่ถูกต้องหรือถูกเสริมแต่งโดยนักประพันธ์ในช่วงหลัง และหน่วยงานของรัฐหลายแห่งได้กล่าววว่า จำนวนและธรรมชาติของการหายสาบสูญไปในพื้นที่ดังกล่าวก็มีลักษณะเช่นเดียวกับการหายสาบสูญไปในมหาสมุทรส่วนอื่น ๆ ของโลก
เขียนโดย sataporn ที่ 04:47


เครดิต Blogger.



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
K.Don
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 8 เม.ย. 14, 23:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โดยส่วนตัวผมเองเชื่อว่ามีมนุษย์ต่างดาว
และค่อนข้างมั่นใจว่ามนุษย์ต่างดาวเคยมาเยือนโลกจริง

แต่ผมไม่เชื่อในเรื่องการกำเนิดของมนุษย์บนโลก
และการมีสิ่งมีชีวิตอยู่บนดาวศุกร์หรือดาวอังคาร

ผมเชื่อว่ามนุษย์น่าจะย้ายถิ่นฐานมาจากดาวดวงอื่น
อาจจะเป็นดาวอังคารหรือดาวศุกร์หรือจากกาแล็คซี่อื่น

และค่อนข้างมั่นใจว่า เผ่าพันธุ์มนุษย์
ต้องมาหลังจากไดโนเสาร์สูญพันธ์ไปแล้วหลายล้านปี

ด้วยอุบัติภัยและการเปลี่ยนแปลงของเปลือกโลก
ทำให้เทคโนโลยีที่เคยมีอยู่เสียหายและสูญหายไป

คนที่รอดและสืบสานเผ่าพันธุ์ต่อมาอาจไม่เคยเรียนรู้เรื่องเทคโนโลยี
หรือมีความรู้แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เพราะไม่มีเครื่องมือและอุปกรณ์

ในสถานการณ์คับขัน
ทุกคนต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดไว้ก่อน
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 9 เม.ย. 14, 05:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณดอนกล่าวมามีเหตุผลครับ นักวิทยากำลังค้นคว้าและหาทางสื่อกับมนุษย์ต่างดาวให้ได้เพราะมีคลื่านวิยุมาจากจักรวาล มีคลื่นความถี่ที่ส่งเข้ามายังโลก เราก็คอยติดตามกันต่อไปครับคุณดอนดีใจที่เข้ามาร่วมพูดคุยครับ..



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
K.Don
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 9 เม.ย. 14, 09:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ขอบคุณ destinygoal ที่ทักทายครับ
ผมเองติดตามข่าวสารจากนาซ่าตลอด

ในช่วงชีวิตที่เรามี
หวังว่าสักวันเราจะได้พบเพื่อนร่วมกาแล็คซี่
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 9 เม.ย. 14, 15:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสวดีครับคุณดอน

ขณะนี้มีมนุษย์ส่วนหนึ่งที่สามารถติดต่อสื่อสารกับมนุษย์ต่างดาวได้และมีบางประเทศเก็บไว้เป็นความลับเพื่อแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี่ให้กัน ฉนั้นจึงมีเทคโนโลยี่ใหม่ๆเกิดขึ้นมาเป็นลำดับครับคุณดอนเชิญเข้ามาคุยกันได้ตลอดครับ ยินดีต้อนรับคุณเสมอครับ...



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 9 เม.ย. 14, 15:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาว จากองค์การนาซา (NASA) มีสถิติว่า ในหนึ่งปีจะมีคนเห็นยานอวกาศ หรือสิ่งที่เกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวประมาณ 4,000 ครั้ง อีกทั้งประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน แห่งสหรัฐอเมริกา กับ ประธานาธิบดีเบรสเนฟ แห่งรัสเซีย เคยปรึกษากันว่าจะไม่ส่งยานอวกาศไปดวงจันทร์ เพราะทราบว่าบนดวงจันทร์ไม่มีมนุษย์ต่างดาว แต่ผมคิดว่าดาวที่ผมไปกับยานอวกาศเมื่อปี พ.ศ.2540 เป็นดวงจันทร์ ตั้งแต่ผมเจอยานอวกาศครั้งแรก หลังจากนั้นอีกสามสิบปี ผมไม่เคยเล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้ใครฟังเลย

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมได้เล่าเรื่องราวเหล่านี้ให้แชมป์หมากรุกคนหนึ่งซึ่งเป็นศาสตราจารย์ฟัง ภรรยาของแชมป์หมากรุกคนนั้นก็บอกผมว่า ตัวเธอก็เคยเห็นยานอวกาศเหมือนกัน จากจุดนี้ทำให้ผมคิดว่า คงมีคนเคยเห็นยานอวกาศมากมาย แต่ไม่กล้าพูดให้ใครฟัง

หมายเหตุ ข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด เรียบเรียงมาจากคำบอกเล่าของท่านประธานาธิบดีคีร์ซานโดยตรง เมื่อวันศุกร์ที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2553

Crop Circles วงกลมหรือสัญลักษณ์ประหลาด ที่ทุ่งข้าวสาลีหรือข้าวบาร์เลย์

Crop Circles

สำหรับภาพดังกล่าวนี้ เป็นภาพหนึ่งในเหตุการณ์ประหลาดที่เรียกว่า Crop Circles คือ เกิดวงกลม หรือสัญลักษณ์ประหลาดที่ทุ่งข้าวสาลี หรือข้าวบาร์เลย์ ซึ่งคาดว่าเป็นภาพเหตุการณ์ที่ยานอวกาศจากนอกโลกมาลงจอดในทุ่งหญ้า ตามที่ท่านประธานาธิบดีคีร์ซานกล่าวถึง ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ.2523 (หรือค.ศ.1980)

จากรายงานการเกิด Crop Circles กว่า 10,000 ครั้ง พบว่า ในช่วงปลายปี พ.ศ.2523 (หรือค.ศ.1980) รูปแบบของ Crop Circles โดยส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นเส้นตรง ซึ่งจะออกมาคล้ายๆกับสัญลักษณ์ แต่ภายหลังจากปี พ.ศ.2533 (หรือค.ศ.1990) รูปแบบของ Crop Circles จะซับซ้อนมาก จนแทบไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นฝีมือของมนุษย์ นอกเสียจากจะเป็นมนุษย์ต่างดาวทำขึ้น และถ้าหากเป็นฝีมือของมนุษย์ต่างดาวจริงๆ พวกเขาทำไปทำไม มันเป็นสัญญาณบอกอะไรต่อชาวโลก หรือว่าเป็นที่จอดอะไรหรือไม่




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 9 เม.ย. 14, 16:32 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มนุษย์ต่างดาว


มนุษย์ต่างดาว (Alien) เป็นสิ่งที่เชื่อว่าอาจมีอยู่จริงแต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ ลักษณะเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่นอกโลก ซึ่งในความคิดของคนส่วนใหญ่ มักจะวาดภาพ มนุษย์ต่างดาว ลักษณะคล้ายคนแต่ ตัวเขียว หัวโต ตาโต เคยมาเยือนโลกโดยมากับ จานบิน หรือ UFO

คำว่า ยูเอฟโอ นี้มาจาก UFO = Unidentified flying Object หรือในภาษาไทยว่า "วัตถุบินที่ไม่สามารถจำแนกได้" หรือรวบรัดเอาง่ายๆ ว่า จานผี ซึ่งมันก็เป็นอะไรสักอย่างที่สับสนอยู่เหมือนกัน ถ้าท่านพูดกับบุคคลที่ไม่ได้ติดตามเรื่องนี้มา แล้วพวกเขาก็จะคิดขึ้นมาทันทีว่า มันเป็นจานบินที่ขับขี่โดยมนุษย์ตัวเล็กๆ สีเขียวซึ่งไม่ถูกต้องเลย

มนุษย์ต่างดาวมักมากับจานบินหรือ UFO

ในความคิดและจินตนาการของมนุษย์มักคิกว่ามนุษย์ต่างดาวมักมากับจานบินเสมอ

ยูเอฟโอนี้มันหมายถึง "วัตถุหรือปรากฏการณ์ใดๆในอากาศซึ่งผู้พบเห็นไม่สามารถที่จะอธิบายได้" ซึ่งมันอาจจะเป็นลูกไฟประหลาดหรือประเภทของดาวตก เมฆที่ก่อตัวเป็นรูปร่างแปลกประหลาด กลุ่มหมู่บินหรือการบุกของกองเรือรบ

ยูเอฟโอส่วนมากที่สุดคือเหตุการณ์โดยธรรมชาติที่ห่างไกลจากคำอธิบายของนวนิยายในทางวิทยาศาสตร์ใดๆ ถ้าท่านเกิดความรู้สึกที่อยากจะหาเรื่องหาราวขึ้นมาในวันนี้แล้วละก็คำว่า "บิน" นี้มันก็อาจจะรวมได้ทั้ง บางสิ่งบางอย่างที่มันตกลงมา จากฟากฟ้าหรือแม้แต่กลไกอะไรสักอย่างที่มันลงมาสู่พื้นดิน
ศิลปจากท้องทุ่ง ฝีมือมนุษย์ต่างดาวหรือมนุษย์


สัญลักษณ์ที่มนุษย์คิดว่าเกิดจากมนุษย์ต่างดาว

สัญลักษณ์แปลกๆ ที่มนุษย์เข้าใจว่ามนุษย์ต่างดาวสร้างขึ้น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 9 เม.ย. 14, 16:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สัญลักษณ์แปลกๆ ที่มนุษย์เข้าใจว่ามนุษย์ต่างดาวสร้างขึ้น



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  แล้ว มนุษย์ต่างดาว 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม