หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: คราบน้ำมันลอยเต็มทะเลอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด นักท่องเที่ยวเผ่น เล่นน้ำไม่ได้ "ดร.ธรณ์"ชี้ก  (อ่าน 3481 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ก.ค. 13, 13:09 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

คราบน้ำมันลอยเต็มทะเลอ่าวพร้าว เกาะเสม็ด นักท่องเที่ยวเผ่น เล่นน้ำไม่ได้ "ดร.ธรณ์"ชี้กระทบวงกว้าง


ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีท่อรับน้ำมันดิบกลางทะเลของบริษัท พีทีทีโกลบอลเคมิคอล จำกัด เกิดรั่วไหลน้ำมันดิบไหลลงทะเลจำนวน 50,000ลิตร ตั้งแต่เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม ว่า

ล่าสุดเมื่อเวลา 07.00น.วันที่ 29 กรกฎาคม นายภุชงค์ สฤษฎีชัยกุล ผอ.ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่1 กล่าวว่า ได้รับรายงานจากเครือข่ายว่า คราบน้ำมันทะลักเข้าสู่บริเวณชายหาดอ่าวพร้าวเกาะเสม็ด หมู่ 4 ต.เพ อ.เมืองระยอง ตั้งแต่เวลา19. 00น.คืนวันที่ 28 กรกกรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่มากนักและเมื่อเวลา22.00น.วันเดียวกันได้รับรายงานว่าบริเวณหาดอ่าวพร้าวเต็มไปด้วยคราบน้ำมันจำนวนมากเป็นระยะทางกว่า600เมตร ทั่วทั้งหาด ห่างจากฝั่งประมาณ20เมตรคราบน้ำมันมีความหนาประมาณ 20- 30 ซม.ห่างออกไปในทะเลประมาณ200เมตรคราบน้ำมันจะเป็นลักษณะคล้ายฟิล์มบางๆ เช้าวันเดียวกันนี้นายวิชิต ชาตไพสิฐ ผวจ.ระยองได้สั่งการให้ ศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลฯ อบต.เพ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด รีบดำเนินการจัดเก็บคราบน้ำมันโดยด่วน

ขณะเดียวกันทราบว่านักท่องเที่ยวจำนวนมากที่พักอยู่บริเวณอ่าวพร้าวเตรียมเดินทางออกจากที่พักก่อนกำหนดในเช้าวันเดียวกันเพราะไม่สามารถลงเล่นน้ำทะเลได้

ด้าน ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ อาจารย์จากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เขียนข้อมูลพร้อมภาพถ่ายลงในเฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ว่า

"ผมนำภาพถ่ายมาให้ดู เป็นภาพถ่ายจาก GISTDA เมื่อเย็นวานนี้ จะเห็นได้ว่า คราบน้ำมันที่เป็นปื้นสีดำ ขนาดใหญ่เกือบเท่าเกาะเสม็ด ความยาวนับสิบกิโลเมตร ความกว้าง 1.5-2 กิโลเมตร กำลังลอยเข้ามาหาชายฝั่ง จากการคาดการณ์น่าจะเข้ามาวันนี้แหละครับ"

ผมจึงลองนำภาพของ GISTDA มาทำแผนที่เพิ่มเติม ใส่ระบบนิเวศทางทะเลลงไป ได้แก่ B หรือ Beach บริเวณนั้นเรียกว่าก้นอ่าว อันเป็นส่วนของหาดแม่รำพึงที่มาเชื่อมต่อกับเขาแหลมหญ้า C คือ Coral Reef เป็นแนวปะการังที่อยู่ทางฝั่งตะวันตกของเกาะเสม็ด Ben คือ Benthic Community หรือระบบนิเวศพื้นท้องทะเล

เมื่อลองพิจารณาจากคราบน้ำมัน ดูจากผลกระทบที่เกิดขึ้น ในกรณีที่เลวร้ายที่สุด อันเป็นแนวทางที่ควรใช้ในการวางแผนรับมือกับอุบัติเหตุทางทะเล เราประเมินความน่าเป็นห่วงของระบบนิเวศที่จะเกิดผลกระทบได้ ดังนี้ครับ (แนวคิดของผมคนเดียว ไม่เกี่ยวกับหน่วยงานใด)

1 หาดทรายที่ก้นอ่าว คราบน้ำมันอาจจับกับเม็ดทราย เคลือบตามตัวสัตว์ทะเล ทำให้ระบบนิเวศบนหาดทรายเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อการท่องเที่ยว การกำจัดคราบน้ำมันบนหาดทรายค่อนข้างยุ่งยากและใช้งบประมาณมาก ต้องดูกันต่อว่ามีมากน้อยแค่ไหน

2 หาดหินที่เขาแหลมหญ้า รวมทั้งหาดทรายและแนวปะการังเล็ก ๆ และแนวสาหร่ายติดฝั่งที่อยู่ตรงปลายแหลม

3 แนวปะการังและหาดต่าง ๆ ทางฝั่งตะวันตกของเกาะเสม็ด

4 ระบบนิเวศพื้นท้องทะเลตั้งแต่จุดที่น้ำมันรั่วตรงมาหาฝั่ง ระยะทางไม่ต่ำกว่า 20-30 กิโลเมตร

5 หากคราบน้ำมันลอยผ่านช่องเสม็ด หาดแถวบ้านเพอาจได้รับผลกระทบ รวมถึงป่าชายเลนหย่อมเล็ก ๆ ตรงนั้น

6 หากคราบน้ำมันกระจายตัวไปมากขึ้น อาจส่งผลกระทบบ้างต่อหาดอื่นที่อยู่เลยเกาะเสม็ดไปทางตะวันตก

7 พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ยังไม่ได้ประเมินครับ


ย้ำอีกครั้งว่านี่คือแนวคิดด้านร้าย ซึ่งประเทศไทยไม่ค่อยนิยมใช้ ด้วยอ้างว่าเดี๋ยวประชาชนเกิดความตื่นตระหนก ผมก็สงสัย คราบน้ำมันไม่ใช่ก๊อตซิลล่าบุก ตื่นตระหนกแล้วเป็นไง ในกรณีนี้อย่างนี้ ควรโปร่งใสและชัดเจน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคราวนี้คงจะเป็นเช่นนั้น จะได้มาช่วยกันดูช่วยกันคิด

เผอิญผมต้องไปทำธุระอื่น เขียนแบบเร็วจี๋ได้แค่นี้ เอาไว้มีเวลาค่อยลงรายละเอียด ขอบคุณ GISTDA ของพี่อานนท์อีกครั้ง หวังว่าจะติดตามหาข้อมูลมาบอกกล่าวให้เราฟังต่อนะครับ

อ้อ ทุ่นกันน้ำมันของเรายาว 200 เมตร แนวน้ำมันกว้าง 2 กิโลเมตร อย่าถามว่ากันได้แค่ไหน ผมเคยถามเขาในที่ประชุมแล้ว เขาบอกว่ามีไว้ใช้ล้อมเรือที่จอดเทียบท่าแล้วพลาดทำน้ำมันหกลงมา ถ้าเป็นอุบัติเหตุทางทะเลก็คงต้องหวังพึ่งทุ่นจากสิงคโปร์ ก็หวังต่อไปนะครับ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 29 ก.ค. 13, 15:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ส่วนอ่าวไทยไหนบอกดูดแต่กาสไม่มีน้ำมัน ต้องนำเข้าจากนอกแต่เหตุไฉนมีน้ำมันรั่วครับฟังแล้วแปลกดีครับ ตอนนี้น้ำมันรั่วไหลเข้าชายหาดต่างๆแล้วครับคงจะสกัดลำบากครับ เห็นบอกควบคุมน้ำมันไม่ให้เข้าฝั่งได้ครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 31 ก.ค. 13, 06:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การท่องเที่ยวไทยปลายปีคงมีปัญหาอีกแน่เลย ตอนนี้ต่างชาติยกเลิกโปรแกรมการมาเที่ยวเมืองไทยในเดือนสิงหา-กันยาเรียบร้อย และบอกว่ารั่วกลางอ่าวไทย น่าจะกระทบกระเทือนหมด น่าเสียใจครับ ประเทศอื่นๆเจอส้มหล่นอีกแล้วครับ..

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดสิคิด
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 31 ก.ค. 13, 14:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*074หากประเทศเพื่อนบ้านอย่างอินโด เวียตนาม มาเลเซีย ที่รู้ข่าวแล้วไม่มาช่วยเหลือกันแล้วล่ะก้อ มีหวังว่าจะก่อให้เกิดการเสียทั้งระบบนิเวศที่จะมีผลกระทบถึงกันได้ อย่างนี้มันก็น่าเป็นการวัดใจในการที่จะรวมอาเซียนเป็นชาติเดียวกันได้ว่า เมื่อมีปัญหาเกิดขึ้นท้องทะเลที่ใช้่ร่วมกันนี้น๊ะจะมีการช่วยเหลือซึ่งกันและกันไหม และหากจะนิ่งเฉยละเลยคิดว่าประเทศใครก็ประเทศมัน หากเป็นเยี่ยงนี้นั้นจะรวมชาติอาเซียนกันไปเพื่ออะไร คิดน๊ะคิด คิดให้ไกล ๆ เป็นการวัดใจกันได้ในภูมิภาคอาเซียนที่อยากจะให้เกิดในอนาคตนั้นไซร้ คิดว่าจะรักษาระบบนิเวศที่จะกระทบถึงกันนี้ได้ไหม หากละเลยเพิกเฉยนั้นได้ q*075

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ดับที่ต้นเหตุแห่งทุกข์
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 31 ก.ค. 13, 14:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*074มองอนาคตได้ว่า หากว่าชาติสมาชิกอาเซียนจะสามารถร่วมมือกันในการรักษาระบบนิเวศวิทยาขั้นพื้นฐานร่วมกันในภูมิภาคนี้ได้มิให้เกิดปัญหาให้เกิดขึ้นไม่ว่าในเขตพื้นที่รักษาแนวปะการังร่วมกันนั้นไซร้ ปัญหาต่าง ๆ อาจจะไม่เกิดการคุกคามรุกรานให้เกิดปัญหาบานปลายได้ต่อไปในอนาคตข้างหน้า จึงอยากจะให้ไทยเป็นตัวกลางในการขจัดปัญหาที่จะเกิดในอนาคตข้างหน้าที่มิให้เกิดขึ้นอีกต่อไป q*075

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนคิดไกล
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 31 ก.ค. 13, 14:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*074เพราะนี่คือแหล่งอาหารที่จะใช้เจือจานในการอยู่กินอาศัย หากเกิดเรื่องที่เสียหายในชาติใดชาติหนึ่งในภูมิภาคนี้ไซร้แล้วจะก่อปัญหาให้เกิดในมนุษยชาติอาเซียนนี้ได้ไหม เหตุใดผู้ที่มุ่งหวังทำลายจึงไม่คิดถึงภัยในวันข้างหน้าที่จะมีผลกระทบต่อการพัฒนาคุณภาพมนุษย์นี้ไซร้ คนที่มุ่งหวังแต่ทำลายสมองมันสั้นคิดแต่จะห้ำหั่นทำลาย และผลสุดท้ายวงจรการกินอยู่อาศัย การซื้อขายที่จะต้องส่งต่อเชื่อมโยงถึงกันทั่วโลกนั้นได้ จะมีปัญหาเกิดขึ้นไหม หรือคิดว่าชาติที่เจริญก้าวหน้าจะมีวิธีป้องกันได้ อย่างนี้ก็เห็นแก่ตัวอย่างฉกาจฉกรรณ์ชนิดที่คงจะอาศัยร่วมโลกเดียวกันคงไม่ได้ หากมีคนเห็นแก่ตัวชนิดที่ชั่วหาที่ติมิได้ q*075

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อ้ายโง่
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 31 ก.ค. 13, 14:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*074เหตุใดจะต้องเป็นประเทศไทยที่จะต้องมารับรู้ปัญหาที่จะเกิดก่อนล่วงหน้าในภูมิภาคนี้ได้ เพราะเรามีบทเรียนที่ได้พากเพียรพยายามศึกษาถึงความเห็นแก่ตัวของชนต่างชาตินานาประเทศว่าเป็นเยี่ยงใด และ ณ วันนี้ก็ยังไม่มีการละเลิกความเพียรพยายามของต่างชาติภาษานั้นที่จะคิดรุกรานคุกคามสยามประเทศอีกต่อไป มันหาได้หยุดยั้งคิดไม่ ถึงเวลาหรือยังที่จะต้องลุกขึ้นมาขจัดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าที่จะเกิดในภูมิภาคอาเซียนนี้ัได้ หรือว่าประเทศไทยคือประเทศเดียวในอาเซียนที่จะได้รับผลกระทบเพียงประเทศเดียว ประเทศสมาชิกอื่นไม่เกี่ยวข้องนั้นได้ คนที่คิดชั่วเยี่ยงนี้ มันก็คิดเพียงเศษขึ้ในสมองเท่านั้นที่จะมองไม่เห็นความเชื่อมโยงในเรื่องชั่วที่จะเกิดขึ้นในภูมิภาคที่จะเกิดขึ้นได้ ให้คิดถึงมนุษยชาติในภูมิภาคอาเซียนนี้ให้มาก ๆ หากอยากจะเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียนนี้ได้ q*075

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ชาติมีตัณหาและปัญหา
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 31 ก.ค. 13, 14:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*074ดังนั้น ประเทศไทยจึงคิดไกลกว่าพวกที่ไม่หวังดีทั้งหลายที่ไม่อยากเห็นชาติใดดีกว่าชาติตนเองนั้นได้ แล้วจะเป็นใครอีกล่ะหากว่าไม่ใช่ชาติที่กำลังจะย่อยยับอัปราชัยในการประพฤติชั่วเป็นนิจ คิดและคิดแต่มุ่งหวังทำลายเพื่อให้อำนาจอยู่กับตนเองนั้นได้ คิดหรือว่าในอนาคตข้างหน้า ความชั่วจะยั่งยืนยงคงอยู่คู่โลกนี้ได้ ฝากให้ข้อคิดให้ชาติมหาอำนาจบาทใหญ่ที่ไม่คิดหวังดีต่อมนุษยชาติที่อาศัยอยู่บนโลกใบนี้นั้นได้ q*031

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สะใจจัง
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 31 ก.ค. 13, 15:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

*074สัตว์น้ำในทะเลย่อมมีวงจรที่จะเชื่อมโยงกันเพราะเป็นทะเลผืนน้ำเดียวกันในภูมิภาคอาเซียน มิได้แบ่งแยกว่าเป็นสัตว์น้ำในภูมิภาคไหน เพราะย่อมจะแหวกว่ายหมุนเวียนเปลี่ยนถ่ายเป็นวงจรชีวิตของสัตว์น้ำในน่านน้ำทะเลแปซิฟิก มหาสมุทรอินเดีย และแอตแลนติก หากมีการแบ่งแยกว่าสัตว์น้ำในทะเลเป็นของชาตินั้นชาตินี้แล้วไม่คิดที่จะช่วยกันดูแลรักษาสัตว์น้ำในมหาสมุทรที่เชื่อมโยงถึงกันได้ ก็นับว่าเป็นสิ่งที่น่าเกลียดน่าขยะแขยงในความคิดของคนที่คิดแบ่งแยกนั้นได้ สำหรับประเทศไทยคงไม่คิดเยี่ยงนั้น เพราะความเมตตาปรานีนั้นมาเป็นอันดับหนึ่งนั้นได้ หรือคิดว่าหากว่าเกิดปัญหาในน่านน้ำไทย คงจะจับปลามาบริโภคไม่ได้ ต้องกินปลาในทะเลญี่ปุ่นอย่างเดียวหรือไรน๊ะที่จะคิดได้ หรือจะต้องกินปลาที่ส่งมาจากทวีปอเมริกาเท่านั้นในประเทศไทย คิดอย่างนี้แล้วคิดว่าจะเข้าถึงสัจธรรมหรือยังล่ะคนไทย ว่าคนเห็นแก่ตัวที่อาศัยแฝงตัวอยู่ในประเทศไหน ๆ กันบ้างน๊ะที่เราน่าจะคิดได้ กินมังวิรัติก็คงจะเป็นการดีนั้นได้ และนี่เองที่อยากจะบอกว่า ร้ายกลายเป็นดีนั้นหนาในประเทศไทย เพราะอย่างน้อยคนไทยก็ไม่ก่อกรรมทำเข็ญกับสัตว์น้ำอีกต่อไป หันมากินผักกินหญ้าเพราะรักษาชีวิตสัตว์น้ำทะเลให้บังเกิดขึ้นมาใหม่ หันมากินผักหญ้ากันดีกว่า ที่จะกินสัตว์น้ำในประเทศเจ้าปัญหาบนโลกผืนนี้นั้นได้ coco

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ฮ่าฮ่าฮ่า
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 31 ก.ค. 13, 15:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

coco ปิดสถานที่ท่องเที่ยวที่ระยอง เพื่อไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่นนั้นไหม เป็นการแลกเปลี่ยนสถานที่ท่องเที่ยวกันใช่ไหม หากเป็นเยี่ยงนี้ขอไปทำสัมประทานหาปลาที่ในทะเลญีปุ่นบ้างจะดีไหม อย่างนี้จะมีการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จากประเทศญี่ปุ่นไหม ในเมื่อปลาในทะเลระยองมันหาได้มีความปลอดภัยไม่ ก็ขอไปขอสัมประทานขอจับปลาในทะเลญี่ปุ่นกันไหมคนไทยเพื่อจัดส่งมาทำอาหารในประเทศไทยนั้นได้ q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดน๊ะคิด
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 31 ก.ค. 13, 15:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*073 สำหรับสิ่งที่จะทำกันต่อไปในการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่เกาะเสม้ดนั้นไซร้ ก็คงจะต้องจัดประกวดภาพถ่ายที่เกิดขึ้นก่อนที่ทะเลจะกลายสภาพเป็นสีดำเยี่ยงปัจจุบันนี้ไซร้ ให้จัดหาภาพมาประกวดประชันกันเพื่อให้นักท่องเที่ยวนั้นได้มาเที่ยวชมกันในโอกาสต่อไป หรือไม่ก็จัดเป็นอีเว้นเพื่อการอนุรักษ์และก็จัดให้มีข้อเปรียบเทียบระหว่างโลกทุนนิยมนั้นมันมีผลเสียต่อธรรมชาติกันสักแค่ไหน เพื่อรณรงค์ให้คนหันมาใส่ใจรักษ์โลกกันให้มากขึ้นและสามารถสอดแทรกให้ซาบซึ้งเข้าไปในสติปัญญาของนักท่องเที่ยวต่างชาติภาษาที่จะหาข้อยุติในการแสวงหาอำนาจที่ผิดทำนองครองธรรมนั้นได้ ให้ข้อคิดให้นักท่องเที่ยวให้คิดกลับไปสั่งสอนบ้านเกิดเมืองนอนในชาติตนเองให้จงได้ว่าการจะอยู่ร่วมกันในโลกใบนี้ควรจะมีจริยธรรม คุณธรรมส่งเสริมซึ่งกันและกันควรจะกระทำกันอย่างไร q*027

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Rayong
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 1 ส.ค. 13, 13:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น้ำขึ้นให้รีบตัก น้ำมันขึ้นราคาเป็นเรื่องปกติ แต่น้ำมันขึ้นฝั่งนี่หาดูยากนะ
สงสารแต่ทหารที่ต้องช่วยกันตัก นี่คือนวัตกรรมใหม่ตามนโบายบริษัท อุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินทางทะเล เวลาน้ำมันรั่ว อันนี่ก็หาดูยากนะ
และที่สำคัญ มีสต๊อกมากกว่าปีที่แล้วมากเกินไป ตลาดน้ำมันโลกยังไม่คงที ทำให้เงินปันผลต่อหุ้นลดน้อยลงเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว เพิ่งประกาศปิดโอนกรรมสิทธิ์เพื่อจ่ายดอกเบี้ยหุ้นกู้ก่อนไม่กี่วัน แล้วปล่อยน้ำมันลงทะเลเกี่ยวกันมั้ย....เอิก เอิก q*076q*076

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 3 ส.ค. 13, 12:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอขอบคุณค.ห.ที่ 3-11 มากครับ ให้ความรู้ได้มากทีเดียวครับ เชิญเข้ามาแสดงความคิดเห็นบ่อยๆครับ..

(ตอนนี้เป็นห่วงภาคใต้น้ำท่วมครับ..)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ดร. " ไม่ได้ น้ำ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม