หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กาละแมร์ พัชรศรี (วิพากษ์) พุทธศาสนา สาธุ!!!  (อ่าน 48910 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 13 ก.ค. 13, 16:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
คอลัมน์ ชายตาหาข้าวเปลือก/กาละแมร์ พัชรศรี twitter: @kalamare (มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับ 5-11 ก.ค.56)


ข่าวของพระสงฆ์ตอนนี้ร้อนแรงแซงหน้าปรับ ครม. ซะอีก!!!

เมื่อมีข่าวคืบหน้าออกมา หรือใครมีหลักฐานอะไรใหม่ๆ ใครไปรู้อะไรมา ก็งัดออกมาโชว์ ออกมาแฉ ชาวบ้านชาวช่องก็เม้าธ์กันให้สนุกปาก แถมวิเคราะห์เจาะลึก ประหนึ่งว่าอยู่ในเหตุการณ์ ตามมาด้วยการวิพากษ์วิจารณ์กันเหมือนนั่งจัดรายการคุยข่าว

ฉันก็เป็นหนึ่งในนั้น (ฮา)

แต่พูดไปเรื่อยๆ โดยไม่ได้หยุดคิด หรือเอาเรื่องที่เกิดขึ้นมาปรับให้เกิดประโยชน์กับชีวิต เราก็ได้แค่บาปปากกับเสียเวลา พานเอาจิตตกต่ำลงไปอีก เม้าธ์เขาแต่เราก็ไม่ดีขึ้น

ประกอบกับชาวพุทธเกิดความเสื่อมศรัทธาในศาสนามากขึ้น ออกอาการผิดหวัง เสียใจ หมดอาลัยตายอยาก เบื่อพระ ไม่อยากเข้าวัด ไม่อ่านหนังสือ ยุติการทำบุญทำทาน และเหมารวมว่าเราคงเอาอะไรกับพุทธศาสนาไม่ได้แล้ว

ช้าก่อนโยม!!!



ที่เราเสื่อมศรัทธาและหมดหวัง เป็นเพราะเราไปยึดติดกับตัวบุคคลมากเกินหรือเปล่า ที่เราเข้าวัดเพราะเราได้ยินว่าพระอาจารย์องค์นี้ดี องค์นี้เด่น ให้เลขแม่น มีอิทธิฤทธิ์ ทำอะไรที่คนธรรมดาทำไม่ได้ เป็นลูกศิษย์พระอาจารย์คนนั้นคนนี้หรือเปล่า บวชมาหลายพรรษาหรือเปล่า หรือเป็นเพราะคนใหญ่คนโตก็เข้าหา เพราะฉะนั้น เราจึงต้องไปบ้าง

ถ้าพิจารณาดูแล้วเราก็ไม่ต่างไปจากคนที่ไปคลั่งไคล้ศิลปินดารานักร้องที่ดูแค่เปลือกนอก ดูแค่ความสวยความหล่อ ความสามารถ โดยไม่ได้ดูเนื้อแท้ ไม่ได้ดูว่าเราได้คติคำสอน หลักธรรมใดมาใช้ในชีวิตเราบ้าง

ที่เราเข้าวัดเพราะเราทุกข์ใช่หรือไม่ เราคาดที่พึ่งทางใจใช่หรือไม่

ถ้าใช่! คุณคิดว่าการเข้าไปแล้วเอาแต่ทำบุญถวายปัจจัย ข้าวของเงินทองให้กับพระ จะทำให้คุณดับทุกข์และมีหนทางพ้นทุกข์ได้หรือไม่



วิธีการดับทุกข์ไม่ได้ของที่ขายตามซูเปอร์ ที่เข้าไปจ่ายตังค์แล้วเราก็หาย

หนทางพ้นทุกข์ไม่ใช่เป็นโรค ที่เราต้องไปหาหมอเก่งๆ ให้เขาพรมน้ำมนต์ให้ ให้เขามอบสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ แล้วเราจะหาย แล้วเราจะรอด

เรากำลังโยนความรับผิดชอบในชีวิตตัวเองให้คนอื่นเป็นคนช่วยจัดการให้เราหน่อย โดยใช้เงินทอง พิธีกรรมเป็นเครื่องมือ

เราดับทุกอย่างแต่ภายนอก แต่เราไม่เคยหาวิธีการที่จะดับที่ต้นเหตุหรือดับที่ใจของเราเลย

ฉันไม่ได้ต่อต้านหรือไม่ให้คนเข้าวัด เพราะฉันก็เป็นพุทธศาสนิกชนคนหนึ่งที่ยังเข้าวัดอยู่ เพียงแต่วิธีการเปลี่ยนไป เหมือนกับที่เคยเขียนเรื่อง "ขอพร...ขอทำไม" ไว้ในมติชนสุดฯ ก่อนหน้านี้

มันเป็นการบอกกับจิตของเราว่าเรามีจุดมุ่งหมายอย่างไร จะดำเนินชีวิตต่อไปอย่างไร เมื่อพูดกับตัวเองซ้ำๆ มันจึงเป็นการให้กำลังใจตัวเองอยู่เสมอ และความเงียบสงบของวัดก็จะทำให้เรามีสมาธิได้ง่ายขึ้น

การบริจาคทรัพย์บางส่วนเพื่อทำนุบำรุงค่าน้ำค่าไฟ ค่าอาหาร การศึกษา ก็เป็นการทำให้พระพุทธศาสนายังดำรงสืบต่อไป และให้เรารู้จักการให้และแบ่งปัน

พอพูดมาถึงตรงนี้ พุทธศาสนิกชนบางส่วนที่จัดหนัก จัดแน่น จัดเต็มให้วัดคงแหวมาเลยว่า "ชั้นก็บริจาคไงยะ ให้รถเป็นคันๆ ให้เงินเป็นแสนๆ ล้านๆ ให้นั่นให้นี่พระเต็มไปหมด นี่ยังไม่ดีอีกเหรอ"

แล้วที่ข่าวมันออกมา มันดีไหมล่ะ!!

พระก็คน บางรูปก็ยังไม่ละซึ่งกิเลส ฆราวาสอย่างเราๆ ไปสปอยด์มากๆ เข้า ก็ตบะแตกเหมือนกัน วันๆ มีเงินไหลเข้าเป็นหมื่นเป็นแสน อยากจะฉันอะไรไปไหนมีคนอำนวยความสะดวกแทบจะไม่ต้องเดินอยู่แล้ว เมื่อมีผลประโยชน์และเงินทองเข้ามาขนาดนี้ มีหรือจะไม่เขว

แล้วพอเกิดเรื่องขึ้น ญาติโยมก็ตั้งข้อสงสัยว่า เอาเงินไปหรือเปล่า ใช้เงินที่ถวายให้ยังไง เอาไปซื้ออะไรบ้าง??!!

หือ??!!! ถวายให้ไปแล้วยังต้องมานั่งตรวจสอบ จะทำไปเพื่ออะไร แล้วถามหน่อย ให้เงินพระไปมากๆ ชีวิตพระจริงๆ แล้วต้องการอะไรอีกเหรอ จริงๆ ท่านต้องสละแล้ว ปล่อยวาง ไม่ยึดติดไม่ใช่เหรอ แต่โยมเอาเงินไปให้กันมากๆ เอาข้าวของไปถวาย แล้วพอพระเอาไปใช้ เอาเงินไปซื้อของก็ออกมาโวย อ้าว!! ก็ให้พระไปเองนี่ จะมาร้องกันทำไม

หรือคาดหวังว่าท่านจะเอาเงินไปซื้อจีวรใหม่ ย่ามใหม่ บาตรใหม่ กุฏิใหม่ก็ไม่ต้องสร้างเพราะทุกวันนี้ก็ติดแอร์จนฉ่ำแล้ว

เรามัวแต่มุ่งไปที่ตัวบุคคลจนเกินไป เมื่อพระทำอะไรที่เราไม่ได้คาดหวังไว้ เราก็ผิดหวัง

ดูสิ! แค่ก้าวขาเข้าวัดด้วยความคิดนี้ก็ทุกข์เพิ่มอีกอย่างแล้ว


เรื่องราวของพระที่เกิดขึ้นทำให้เราคิดว่า อะไรก็ไม่เที่ยง อะไรก็ไม่จีรังยั่งยืน อย่าคิดว่าอะไรจะคงอยู่ตลอดไป อย่าคิดว่าเราจะโสดตลอดไป ในวัย 50 กว่าเราอาจจะเจอคู่แท้ (ฮา)

แต่สิ่งหนึ่งที่มีอยู่เสมอและไม่หายไปไหนคือ พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เพียงแต่เราต้องอ่านต้องศึกษาและนำไปปฏิบัติ เขื่อไหมว่า ไม่ว่าคุณจะสุขเกินไป เศร้า เหงา รัก อกหัก เป็นหนี้ ซวยจัง ผิดหวัง เบื่อๆ เซ็งๆ รู้สึกกรรมเยอะ โดนของหรือเปล่า หรือทำอะไรก็ติดขัด คนไม่รัก นอนไม่หลับ เครียด เป็นโรคนั้นโรคนี้ ผิวพรรณหมองคล้ำ เจอรสพระธรรมเข้าไป อาการตาสว่างจะตามมา!!

ลองทำดู ไม่เสียเงินมาก ไม่ผิดหวังซ้ำซากจากพระ ไม่ต้องดั้นด้นไปทำบุญไกลๆ ไม่ต้องอาศัยชายผ้าเหลืองใครให้ได้ขึ้นสวรรค์ นั่งอยู่ที่บ้านเงียบๆ แล้วอ่านหนังสือธรรมะ

รู้ตื่น รู้เบิกบาน และรู้เรื่อง ลองดู!!!
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Guest
อิน
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 07:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062q*062q*062q*062q*062q*062q*062q*062q*062q*062q*062q*062q*062q*062q*062q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เด็กครับ
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 08:04 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จากใจ วัดบางวัดก็เยอะเกินครับ
พอมีเงินบริจาคมาก ก็สร้างนุ่นสร้างนี่เต็มวัด โบสถ์เพิ่งสร้างเสร็จ จะสร้างอนุสรณ์พระองค์นุ้น องค์นี้อีกเยอะแยะ จนเราลืมไปว่า มันเป็นวัตถุอย่างนึง

ถ้ามองย้อนกลับไป...ระหว่างวัดกับมูลนิธิเด็กต่างๆ เช่น บ้านราชวิถี หรือแม้กระทั่งวัดอย่างวัดถ้ำกระบอก หรือวัดพระบาทน้ำพุ ถ้าดูดีๆ วัดสองวัดนี้ เขาทำเพื่อดูแลทั้งคนติดยา ทั้งเรื่องเอดส์ มันน่าแปลกที่ เขากลับมีเงินบริจาคน้อยกว่าวัดที่จะสร้างวิหารเพิ่มเติม หรืออะไร ทั้งๆที่ มันเป็นแค่ของนอกกาย แต่ผู้ได้ ไม่ใช่ผู้ที่มีชีวิตอยู่ กลับเป็นปูนปั้นราคาเป็นล้าน

เราหลายๆคนลองคำนึงถึงข้อนี้กันดู...เราจะรู้ความจริงว่า ทำไม ผมถึงไม่ค่อยจะเข้าวัดในช่วงหลัง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
พระ นะ พระ
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 08:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พระวัดนึงรวย พระวัดนึงจน เลยเกิดอาการอิจฉา แล้วจะเป็นพระทำไม q*073

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
พสิษฐ์ ศุภกิจกมลเสน
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 09:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สาธุ คุณกาละแมร์เขียนได้ดีมากครับ การทำบุญไม่ต้องใช้เงินมาก ขอทานทำบุณ 1 บาท ได้บุญมากกว่ามหาเศรษฐีทำบุญ 1 ล้านบาท เพราะว่าต้องใช้กำลังใจต่างกัน บุญจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับกำลังใจ ยิ่งทำบุญเอาหน้า บุญยิ่งน้อยลงไปอีก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
จันจิรา
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 10:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*062กาละแมร์ ก็มีอะไรดี ๆ เหมือนกันนะ ทุกทีอ่านงานเขียนของเธอมีแต่ประชดประชัน งานนี้เขียนได้โดนผุดๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ไหล
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 10:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เข้าใจง่ายไม่ต้องใช้บาลี ไม่ต้องห่มจีวร คนเราชาวพุทธจะหลุดพ้นได้ ด้วยการปฎิบัติตามคำสอนของพระพุทธองค์ สาธุ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
เต็มเหนี่ยว
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 10:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อันนี้เห็นด้วยกับคุณกาละแมเต็มที่เลย เขียนอะไรดีๆก็เก่งนะ ขอชื่นชม q*071q*071q*071

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ดักดาน
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 10:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่แมร์ว่ามาแค่เสี่ยวหนึ่งของสังคม สังคมไทยมีหลายชั้นวรรณะ พวกที่ยังวนเวียนเชื่อเรื่อง กรรมเก่า พยานาค คนกลุ่มนี้มีเยอะ และพยายามทำบุญเพื่อลบล้างกรรมเก่าสร้างบุญใหม่ ซึ่งมันผิดวัตถุประสงค์ของพระพุทธเจ้าโดยสิ้นเชิง คนไทยจึงห่างไกลแก่นศาสนา คนที่ไปทำบุญเกี่ยวกับความเชื่อพวกนี้ ก็คนดังด้วย สร้างแนวคิดพุทธที่ผิดว่า อยากเจริญก้าวหน้าในชีวิตต้องถวายปัจจัยให้วัดมากมาย เงินไม่เข้าใครออกใครจริงๆ เมื่อพระสงฆ์เห็นเงินผ่านตาบ่อยๆ มันก็เท่ากับเราไปยัดกิเลสให้พระสงฆ์ซะเอง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 11:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หลัก กามาละสูตร ที่พระพุทธองค์ทรงประทานแก่ชาวกามละ เมื่อไหร่จะเริ่มอธิบายกันจริงจังบ้างหนอ ?

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
คุณแม่ลูกสอง
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 12:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พูดถูกมาก ๆ เลยคะ ในเมื่อถวายให้ไปแล้ว ก็ช่วยไม่ได้ ว่าจะเอาไปใช้อะไร ในเมื่อโมทนาสาธุไปแล้ว ถ้าสืบหาตอนนี้ว่าเงินอยู่ที่ไหน ทำอะไรมั้ง เสียเวลา แล้วคุณประเภทให้ข่าวว่า รู้กันทั้งหมู่บ้านแล้วว่ามีพระมามั่วสุม แต่ไม่แจ้งตั้งแต่แรก มาตอนนี้กับมาแฉ เสียเวลา ตอนนี้หาตัวยังไม่เจอเลย 5555555

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
jamjang2510
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 12:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

จะรอถึง50เลยรึกาละแม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
right talk
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 14:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พูดดี ก็ถูกแล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ที่มีประโยชน์ในการดำเนินชีวิต ส่วนพระสงฆ์ท่านที่ยังดีก็มีเยอะ แต่ที่ไม่ดีปลอมปนมาเราก็ต้องพิจารณาแยกให้ออก

เช่น พวกที่ปลอมมาบวชเพื่อลาภสัการะ พวกหนีคดี และอีื่นๆ พวกนี้ไม่ได้บวชเพราะศรัทธาในพระพุทธศาสนาจริงแต่หวังใช้ประโยชน์มากกว่า

เราก็ต้องพิจารณาเป็นบุคคลด้วยนับถือท่านที่ปฎิบัติดีปฎิบัติตรงตามคำสอนของพระพุทธเจ้า

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
พุทธวจน
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 16:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอเชิญพิสูจน์พุทธวจน ธรรมวินัยจากพระพุทธโอษฐ์ ที่www.watnapp.com ชาวพุทธทั่วประเทศจะได้รู้ว่าเพราะเหตุไร ศาสนาพุทธในไทยจึงเป็นแบบนี้ ตัวอย่างเช่น การรับเงินผิดเท่ากับการรับเหล้า การเซ่นไหว้ผี ลัทธิพราหมณ์

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
SC21MC
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 17:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พระไทย ก็คือ คนคหนึ่งที่ ไปบวชห่มผ้าเหลือง แสวงหาฐานันดรใหม่ ศึกษาธรรมะ แบบอ่านมาเล่าไป เหมือนกันหมดจริงๆ
ลองศึกษา พุทธ แบบมหายานดูบ้างซิครับ
ปีนี้ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้มอบ ปริญญาดุษฎีบัณฑิต กิติมศักดิ์ ให้กับ ศาสตราจารย์ ไดซากุ อิเคดะ ประธานพุทธ สาย สัทธธรรมปุณฑริกสูตร แห่งประเทศญี่ปุ่น ลองเข้าไปศึกษา พุทธปฏิบัติ ของฆารวาส ขององค์การ
ที่ชื่อ SGI International(SOGA GUKKAI) พุทธศาสนธรรม ที่ไม่ต้องพึ่งพา พระสงฆ์ มีสาขาแผ่ ไปทุกมุมโลก ยิ่งใหญ่กว่าพุทธแบบเถรวาท ในประเทศไทยมากมายนัก ไม่เห็นมี พิธีกรรมวุ่นวายเหมือน วัด และพระ บ้านเราเลย
ว่าไปแล้ว ศาสนาพุทธ บ้านเรา(ไทย) คล้ายกับ เรื่อง ในประวัติศาสนาคริสต์ ในสมัยกลางเปี้ยบเลย จนถึงกับ วาติกัน ต้องส่ง พระนิกายเยซูอิต ออกไปปราบ-ปรามไปทั่ว และ จนแล้วจนรอด ก็นำไปสู่ นิกายอื่นๆ (โปรเตสแต็นท์) เกิดตามมาภายหลัง พุทธศาสนาไทย เกิดมาก่อน แต่พฤติกรรม กำลังลอกเลียน คริสตศาสนา ในสมัยกลางเปี๊ยบเลย.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ตังเมหลอด
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 18:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คิดเหมือนผมเลย...แหมแย่งซีนกันได้นิ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
กาละแมร์ไม่ได้โง่นี่นา
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 20:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เออ วันนี้เริ่มเห็นความดีของกาละแมร์บ้างแล้ววุ้ย q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
arma
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 21:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นที่สุด อยู่ที่ใครจะเข้าถึง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
แก้วใส
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 21:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราอยู่ต่างประเทศ พระต่างประเทศก็เยอะเวลาทำบุญท่านได้เงินเยอะแยะแต่วัดไม่เห็นมีอะไรเปลี่ยนแปลงเลย แต่พ่อ แม่ พี่น้องทางเมืองไทย โอ้โหบ้านหลังใหญ่หลังโตรถหรูๆๆๆ ทั้งนั้น พวกเราก็เคยจับกลุ่มคุยกันเหมือนกัน ตอนนี้ก็พากันห่างๆทำบุญ เหนื่อยใจจังพระสงฆ์ไทย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
decemberboy
เรทกระทู้
« ตอบ #19 เมื่อ: 14 ก.ค. 13, 23:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปกติไม่ชอบนางนะ แต่อันนี้นางเขียนได้ตรงใจมากๆๆๆๆๆชอบๆๆๆๆๆๆ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ชื่นชม
เรทกระทู้
« ตอบ #20 เมื่อ: 15 ก.ค. 13, 00:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

การที่คนไปหาพระที่วัดเพื่อ "ให้" ไม่ว่าจะเป็นเงินจำนวนมากหรือวัตถุต่างๆ กับพระดัง วัดดัง เพราะยึดติดกับตัวบุคคล หวังจะได้ขึ้นสวรรค์ตามคำชักชวน หาได้เลื่อมใสศรัทธาในพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธ อ งค์อย่างแท้จริงไม่ การกระทำเช่นนี้กลายเป็นสิ่งที่ยั่วยุให้เกิดกิเลสมากขึ้นมากกว่า มีตัณหาเพิ่มมากขึ้น (ตัณหา แปลว่า ความอยาก) คนที่บวชต้องตัดกิเลสให้ขาด ทำใจให้สงบต่อสิ่งเย้ายวนทั้งหลาย ตบมือข้างเดียวในอากาศ ไม่ได้กระทบกับสิ่งใด ย่อมไม่ดัง ถ้าคนไม่ให้ในทางที่ไม่ควร พระไม่มีกิเลส ศรัทธาก็จะเกิดขึ้นในใจ ศาสนาก็จะช่วยจรรโลงจิตใจคนให้สูงขึ้น เมื่อจิตใจสูงขึ้น รู้ผิดชอบชั่วดี คนดีจะเกิดขึ้น ความสงบสุขในสังคมก็จะตามมา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
ถนอมทรัพย์ ชื่นอู่ทรัพย์
เรทกระทู้
« ตอบ #21 เมื่อ: 15 ก.ค. 13, 03:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณกาละแม เขียนได้ดีมากค่ะ บางคนทำบุญเยอะ แต่ไม่เคยหันไปมองพ่อแม่ตัวเองเลย พ่อแม่เลี้ยงมาตั้งแต่แบ่เบอะ กับไม่ทำบุญ พระที่บ้านดีที่สุดค่ะ พระคุณของพ่อแม่ดีกว่าพระอื่นๆ อีกค่ะ q*062

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
อำมะโรคิกขุ
เรทกระทู้
« ตอบ #22 เมื่อ: 15 ก.ค. 13, 05:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ใครทำบุญด้วยเงินมาก ก็จะได้เกาะจานบินขึ้นสวรรค์ได้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม