Sanook.commenu

ค้นหา ตรวจหวย ข่าว อีเมล์ ดูทีวีออนไลน์ ฟังเพลงออนไลน์ คลาสสิฟายด์ ริงโทน เกมส์ ดูทั้งหมด »

สนุก! เว็บบอร์ด > หมวดหมู่ > ไร้สังกัด  > เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
ผู้ดูแล: withyaw
หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8
ชนิดกระทู้ ผู้เขียน เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ  (อ่าน 19849 ครั้ง)
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
        ความคิดเห็นที่ #315: 19 มี.ค. 20, 07:43 น

ชื่อเรื่อง      การพัฒนาชุดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือ เทคนิค TAI
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ เรื่อง ทศนิยมและการบวกการลบทศนิยม
สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
ผู้วิจัย      นางชนิสรา  อริยะเดชช์
หน่วยงาน      โรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ   เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด  จังหวัดร้อยเอ็ด
ปีที่วิจัย          2561

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ  1) เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือเทคนิค TAI  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่อง ทศนิยมและการบวกการลบทศนิยม สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75  2) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือ เทคนิค TAI  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่อง ทศนิยมและการบวกการลบทศนิยม สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือเทคนิค TAI  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่อง ทศนิยมและการบวกการลบทศนิยม สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน  4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือเทคนิค TAI          กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่อง ทศนิยมและการบวกการลบทศนิยม สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/1  โรงเรียนเทศบาลวัดเหนือ  เทศบาลเมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด  ในภาคเรียนที่ 1  ปีการศึกษา  2561 จำนวน 28  คน จาก 1 ห้องเรียน ซึ่งได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster  Random  Sampling)  เนื่องจากการจัดห้องเรียนแบบคละความสามารถทุกห้อง  เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลได้แก่  ชุดการเรียนรู้เรื่อง ทศนิยมและการบวกการลบทศนิยม  สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน 3 เล่ม เล่มที่ 1 จำนวน 4 ชุด เล่มที่ 2 จำนวน 4 ชุด และเล่มที่ 3 จำนวน 6 ชุด รวมทั้งสิ้น 14  ชุด  2) แผนการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ชุดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือ เทคนิค TAI  เรื่อง  ทศนิยมและการบวกการลบทศนิยม  สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จำนวน  14 แผน ทำการสอนแผนละ 1 ชั่วโมง  3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 1 ฉบับ 30 ข้อ มีค่าความยากง่ายรายข้อ (P) ตั้งแต่  0.37-0.76  ค่าอำนาจจำแนก  (B)  ระหว่าง 0.44 ถึง 0.80  และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.89  และ 4) แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือเทคนิค TAI กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่อง ทศนิยมและการบวก   การลบทศนิยม สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชนิดมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 1 ฉบับ 20 ข้อ   มีค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.71 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์  ได้แก่  ร้อยละ (%) ค่าเฉลี่ย ( )          ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)  และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนโดยใช้ การทดสอบค่าที  (t-test  Dependent  Sample)

   ผลการวิจัย  พบว่า 
1.   ชุดการเรียนรู้ เรื่อง  ทศนิยมและการบวกการลบทศนิยม  สำหรับชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 5  มีประสิทธิภาพเท่ากับ 87.51/78.33 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้  (75/75)

2.   ค่าดัชนีประสิทธิผลของชุดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือ       
เทคนิค TAI  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่อง ทศนิยมและการบวกการลบทศนิยม สำหรับ
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  มีค่าเท่ากับ 0.5787 แสดงว่านักเรียนมีความก้าวหน้าในการเรียนคิดเป็น  ร้อยละ 57.87 
                3. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยชุดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือเทคนิค TAI  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่อง ทศนิยมและการบวกการลบทศนิยม สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5  โดยคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
ที่ระดับ .05 
         4. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนแบบร่วมมือเทคนิค TAI  กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์  เรื่อง ทศนิยมและการบวกการลบทศนิยม สำหรับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5   โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ( ) เท่ากับ 4.67 ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)  เท่ากับ 0.33



Tags:
 
Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
        ความคิดเห็นที่ #316: 19 มี.ค. 20, 14:42 น

ชื่อเรื่องที่ศึกษา       การพัฒนาชุดกิจกรรมการเขียนลายผ้าปาเต๊ะด้วยเทคนิค
                            การจุดด้วยสีเมจิกกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะของนักเรียนชั้น
                            ประถมศึกษาปีที่ 6/1  โรงเทศบาล 1 บ้านจะบังติกอ สังกัด
                            กองการศึกษาเทศบาลเมืองปัตตานี
ผู้ศึกษา          นายชนม์ชัย  แซ่ลิ่ม
กลุ่มสาระการเรียนรู้    ศิลปะ
ปีที่ศึกษา          2561
ประเภทผลงาน       การพัฒนาการเรียนการสอน

บทคัดย่อ
   การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเขียนลายผ้าปาเต๊ะด้วยเทคนิคการจุดด้วยสีเมจิกกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนเทศบาล ๑ บ้านจะบังติกอ 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังใช้ชุดกิจกรรมการเขียนลายผ้าปาเต๊ะด้วยเทคนิคการจุดด้วยสีเมจิกกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1โรงเรียนเทศบาล 1บ้านจะบังติกอ 3) ความพึงพอใจที่มีต่อการใช้ชุดกิจกรรมการเขียนลายผ้าปาเต๊ะด้วยเทคนิคการจุดด้วยสีเมจิกกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านจะบังติกอ
   ผู้ศึกษาได้สร้างเอกสารประกอบการเรียน  กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ   พร้อมทั้งได้สร้างภาระชิ้นงานสำหรับวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียน  ได้ทำการทดลองกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนเทศบาล 1บ้านจะบังติกอ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา  2561  จำนวน  25  คน  โดยผู้ศึกษาได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยตนเองในชั่วโมงสอนปกติ  20  ชั่วโมงต่อภาคเรียน  จำนวน  20  แผนการเรียนรู้ 
   การวิเคราะห์ข้อมูล  การหาประสิทธิภาพใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ยร้อยละ  ทดสอบความแตกต่างของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียน  เรื่อง  เรื่องการปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ โดยหาค่าเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที  (t-test)  ใช้วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6/1 โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านจะบังติกอ ที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน  กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
   ผลจากการศึกษาพบว่า  1)  จากการหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด  80/80  นักเรียนสามารถนำไปใช้ได้  2)  การเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์  เรื่อง  ชุดกิจกรรมการเขียนลายผ้าปาเต๊ะด้วยเทคนิคการจุดด้วยสีเมจิกกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6/1 โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านจะบังติกอ ก่อนใช้เอกสารประกอบการเรียนกับหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียนแตกต่างกัน  โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังใช้เอกสารประกอบการเรียนสูงกว่าก่อนใช้เอกสารประกอบการเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  3)  นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ  มีค่าเฉลี่ย  4.65 สรุปได้ว่านักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดต่อการเรียน เรื่อง  เรื่องชุดกิจกรรมการเขียนลายผ้าปาเต๊ะด้วยเทคนิคการจุดด้วยสีเมจิกกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
        ความคิดเห็นที่ #317: 19 มี.ค. 20, 14:50 น

ชื่อเรื่องที่ศึกษา       การพัฒนาชุดกิจกรรมการเขียนลายผ้าปาเต๊ะด้วยเทคนิคการจุดด้วยสีเมจิก             
           กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1
                             โรงเทศบาล 1 บ้านจะบังติกอ สังกัดกองการศึกษาเทศบาลเมืองปัตตานี
ผู้ศึกษา          นายชนม์ชัย  แซ่ลิ่ม
กลุ่มสาระการเรียนรู้    ศิลปะ
ปีที่ศึกษา          2561
ประเภทผลงาน      การพัฒนาการเรียนการสอน

บทคัดย่อ
   การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อหาประสิทธิภาพของชุดกิจกรรมการเขียนลายผ้าปาเต๊ะด้วยเทคนิคการจุดด้วยสีเมจิกกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนเทศบาล ๑ บ้านจะบังติกอ 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังใช้ชุดกิจกรรมการเขียนลายผ้าปาเต๊ะด้วยเทคนิคการจุดด้วยสีเมจิกกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1โรงเรียนเทศบาล 1บ้านจะบังติกอ 3) ความพึงพอใจที่มีต่อการใช้ชุดกิจกรรมการเขียนลายผ้าปาเต๊ะด้วยเทคนิคการจุดด้วยสีเมจิกกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านจะบังติกอ
   ผู้ศึกษาได้สร้างเอกสารประกอบการเรียน  กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ   พร้อมทั้งได้สร้างภาระชิ้นงานสำหรับวัดผลสัมฤทธิ์ก่อนและหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียน  ได้ทำการทดลองกับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1 โรงเรียนเทศบาล 1บ้านจะบังติกอ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา  2561  จำนวน  25  คน  โดยผู้ศึกษาได้ดำเนินการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนด้วยตนเองในชั่วโมงสอนปกติ  20  ชั่วโมงต่อภาคเรียน  จำนวน  20  แผนการเรียนรู้ 
   การวิเคราะห์ข้อมูล  การหาประสิทธิภาพใช้วิธีการหาค่าเฉลี่ยร้อยละ  ทดสอบความแตกต่างของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียน  เรื่อง  เรื่องการปลูกผักสวนครัวปลอดสารพิษ โดยหาค่าเฉลี่ย ( ) ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที  (t-test)  ใช้วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6/1 โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านจะบังติกอ ที่มีต่อเอกสารประกอบการเรียน  กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ
   ผลจากการศึกษาพบว่า  1)  จากการหาประสิทธิภาพของเอกสารประกอบการเรียนที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ที่กำหนด  80/80  นักเรียนสามารถนำไปใช้ได้  2)  การเปรียบเทียบคะแนนผลสัมฤทธิ์  เรื่อง  ชุดกิจกรรมการเขียนลายผ้าปาเต๊ะด้วยเทคนิคการจุดด้วยสีเมจิกกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่  6/1 โรงเรียนเทศบาล 1 บ้านจะบังติกอ ก่อนใช้เอกสารประกอบการเรียนกับหลังการใช้เอกสารประกอบการเรียนแตกต่างกัน  โดยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังใช้เอกสารประกอบการเรียนสูงกว่าก่อนใช้เอกสารประกอบการเรียน  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01  3)  นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ  มีค่าเฉลี่ย  4.65 สรุปได้ว่านักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดต่อการเรียน เรื่อง  เรื่องชุดกิจกรรมการเขียนลายผ้าปาเต๊ะด้วยเทคนิคการจุดด้วยสีเมจิกกลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ โดยใช้เอกสารประกอบการเรียน

Tags:
Guest
เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
 

ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
        ความคิดเห็นที่ #318: 21 มี.ค. 20, 09:16 น

ชื่อเรื่อง         รายงานผลการจัดประสบการณ์โดยใช้เกมการเล่นกลางแจ้ง
         เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัย
ผู้รายงาน      นางบังอร  สว่างยิ่ง
ตำแหน่ง         ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการ  โรงเรียนบ้านหนองกุลา 
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก  เขต 1
ปีที่พิมพ์         2560


บทคัดย่อ

   รายงานผลการจัดประสบการณ์โดยใช้เกมการเล่นกลางแจ้งเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัยมีวัตถุประสงค์  1) เพื่อศึกษาผลการจัดประสบการณ์โดยใช้เกมการเล่นกลางแจ้งเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัย  2) เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัย ก่อนและหลังได้รับการจัดประสบการณ์โดยใช้เกมการเล่นกลางแจ้ง
   กลุ่มตัวอย่าง คือ เด็กปฐมวัยที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นอนุบาลปี่ที่ 2.1 ภาคเรียนที่ 2                  ปีการศึกษา 2560  โรงเรียนบ้านหนองกุลา  ตำบลหนองกุลา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก  สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 1  จำนวน 21 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling)  ซึ่งเป็นห้องเรียนที่ผู้รายงานรับผิดชอบ เพื่อจัดประสบการณ์เกมการเล่นกลางแจ้ง เป็นเวลา 12 สัปดาห์  สัปดาห์ละ 3 วัน ได้แก่ วันจันทร์                   วันอังคารและวันพุธ  วันละ 40 นาที รวม 36 ครั้ง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ คือ 1) คู่มือการจัดประสบการณ์เกมการเล่นกลางแจ้ง  2) แผนการจัดประสบการณ์เกมการเล่นกลางแจ้ง  จำนวน 36 แผน และ 3) แบบสังเกตพฤติกรรมทางสังคมของเด็กปฐมวัย โดยใช้ผู้สังเกต 2 คน                ได้ค่าความเชื่อมั่นของผู้สังเกต  (RAI) เท่ากับ 0.78  ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างลักษณะพฤติกรรมกับจุดประสงค์ (IOC) เท่ากับ 0.90 – 1.00 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ขอมูล คือ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน  และ t – test แบบ Dependent Sample
   ผลการศึกษา พบว่า ภายหลังได้รับการจัดประสบการณ์เกมการเล่นกลางแจ้งเด็กปฐมวัย
มีพฤติกรรมทางสังคมสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

Tags:
add
ตอบโดยอ้างถึงข้อความอ้างถึง
Re : เผยแพร่ผลงานทางวิชาการ
        ความคิดเห็นที่ #319: 22 มี.ค. 20, 13:15 น

ชื่อเรื่อง    รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการปฏิบัติ  เรื่อง  กรีฑา
กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
ผู้วิจัย       นายวิทยา  บุตรอำคา  ตำแหน่ง  ครู  วิทยฐานะครูชำนาญการ
โรงเรียน      โรงเรียนเทศบาลเลิงนกทา 
      สังกัดเทศบาลตำบลเลิงนกทา  จังหวัดยโสธร 
ปีที่รายงาน      2561

บทคัดย่อ
รายงานการพัฒนาชุดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการปฏิบัติ  เรื่อง กรีฑา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนาชุดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการปฏิบัติ  เรื่อง กรีฑา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษา
ปีที่ 6 ก่อนและหลังเรียนด้วยชุดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการปฏิบัติ  เรื่อง  กรีฑา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา 3) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการปฏิบัติ เรื่อง กรีฑา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการปฏิบัติ  เรื่อง  กรีฑา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้  ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/1  โรงเรียนเทศบาลเลิงนกทา  สังกัดเทศบาลตำบลเลิงนกทา  จังหวัดยโสธร  ที่กำลังเรียนอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561  จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยในการสุ่ม  เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ชุดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการปฏิบัติ  เรื่อง  กรีฑา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 ชุด  แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบการใช้ชุดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการปฏิบัติ  เรื่อง กรีฑา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 12 แผน แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  เรื่อง  กรีฑา  เป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ  4  ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ  และแบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่มีต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการปฏิบัติ  เรื่อง กรีฑา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา จำนวน 15 ข้อ  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่  ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ดัชนีประสิทธิผล (E.I.) และค่า t – test แบบ Dependent Samples


ผลการวิจัย พบว่า
1. ชุดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการปฏิบัติ  เรื่อง  กรีฑา  กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีประสิทธิภาพ เท่ากับ  83.03/82.00  ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80
      2. นักเรียนที่เรียนด้วยชุดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการปฏิบัติ  เรื่อง กรีฑา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3. ดัชนีประสิทธิผลของการจัดการเรียนรู้โดยใช้ชุดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการปฏิบัติ
เรื่อง กรีฑา กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  มีค่าเท่ากับ 0.6320 ซึ่งแสดงว่า  นักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นคิดเป็นร้อยละ 63.20
      4. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6  มีความพึงพอใจต่อการเรียนด้วยชุดกิจกรรมที่เน้นกระบวนการปฏิบัติ  เรื่อง  กรีฑา  กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา  โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (  = 4.53, S.D. = 0.51)

Tags:

หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8
ตอบ
ชื่อ:
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา


[เพิ่มเติม]
ขอความร่วมมือท่านสมาชิก และผู้ใช้บริการเว็บบอร์ด
ห้ามมิให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ทั้งเนื้อหาและภาพของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ: พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
:  
ทางสนุก! จะทำการตรวจสอบ
และขออนุญาตไม่แสดงข้อความ
ที่ไม่เหมาะสม ข้อความที่
ก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่
สถาบันชาติ ศาสนา
พระมหากษัตริย์ รวมถึงข้อความที่
เข้าข่ายหลอกลวง การเผยแพร่
ภาพลามกอนาจาร หรือข้อความ
ใดๆ ที่ทำให้ผู้อื่นได้รับความ
เสียหาย บนกระทู้นี้