หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: กาละแมร์ พัชรศรี : สอนลูกให้จน!  (อ่าน 31316 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 10:31 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

มติชนสุดสัปดาห์ ชายตาหาข้าวเปลือก กาละแมร์ พัชรศรี twitter :@kalamare สอนลูกให้จน!

มีคนเข้ามาตั้งคำถามว่า "ทำไมไม่มีลูกล่ะ"

พร้อมบอกสรรพคุณของการมีลูกว่าดีอย่างนั้นอย่างนี้ คล้ายโฆษณาชวนเชื่อ ดีนะไม่พูดเสร็จเปิดกระเป๋าเอกสารออกมา พร้อมเด็กน้อยหนึ่งคนแล้วให้ฉันเซ็นรับเป็นลูกให้รู้แล้วรู้รอด!

ย้ำอีกครั้งว่าไม่ได้ต่อต้านการมีลูก การสืบสกุล มีบุตรหลานคลานยั้วเยี้ยไปมา แต่อยากจะบอกอีกครั้งเช่นกันว่า "เป้าหมายในชีวิตคนเราแตกต่างกัน"

และคนที่เข้ามาพูดเรื่องลูกกับฉัน ควรพิจารณาให้ถ้วนถี่ว่าฉันหา "พ่อ" มันได้แล้วใช่ไหม!!!???

คนที่บอกว่ามีลูกสิ มีแล้วดีนะ มันทำให้ครอบครัวเติมเต็มสมบูรณ์แบบ มันรู้ว่าทำงานไปเพื่ออะไร หาเงินไปเพื่ออะไร มีชีวิตอยู่เพื่ออะไร

แล้วถ้าฉันบอกว่า ฉันรู้แล้วล่ะ ฉันไม่ได้ต้องการหาเด็กน้อยคนหนึ่งยึดเหนี่ยวล่ะ เพราะฉันมีเป้าหมายในชีวิตชัดเจนและรู้จักตัวเองพอแล้วไงล่ะ

เมื่อฉันรู้ว่าความต้องการในชีวิตของตัวเองคืออะไร ฉันจึงลงมือทำให้มันเป็นอย่างที่ต้องการ ฉันไม่ได้ตื่นมาแล้วเคว้งคว้างและมีคำถามว่าจะมีชีวิตอยู่ไปทำไม เพราะฉันมีเป้าหมาย ที่สำคัญฉันไม่ได้มีชีวิตแบบหายใจทิ้งไปวันๆ ฉันดำรงชีวิตด้วยความสุขในแบบของตัวเอง และใช้ชีวิตให้สนุกทุกๆ วัน แม้วันไหนจะเหนื่อย จะเครียด จะวุ่นวาย แต่มันคือ ชีวิตที่ฉันเลือกแล้ว

แล้วถ้าเรารู้ว่าเราทำงานไปเพื่ออะไร หาเงิน เก็บเงิน และบริหารเงินด้วยตัวเองเป็น รู้วิธีหาเงินและรู้วิธีใช้เงิน นั่นหมายถึงว่า ฉันได้วางแผนอนาคตของตัวเองไว้แล้ว และไม่ได้คาดหวังว่าใครจะต้องมาเลี้ยงดูตอนแก่เฒ่า

เชื่อฉันไหมว่า ถ้าวันนั้นมาถึง วันที่รู้ว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้ รู้ว่าอยู่ไปก็ไม่เป็นประโยชน์ต่อใครหรือประเทศชาติ ฉันก็จะโบกมือบ๊ายบายโลกไปเอง



พ่อแม่หลายๆ คน (รวมถึงพ่อแม่ฉันด้วย) พูดอยู่บ่อยครั้งว่า จะไม่ใช้เงินเพราะต้องเก็บไว้ให้ลูกต่อไป หรือไม่ก็พอเกษียณค่อยไปเที่ยว ค่อยไปใช้เงิน แต่เชื่อไหมว่าพออายุมากขึ้น เราจะไม่ค่อยมีแรงบันดาลใจในการจะทำนั่นนี่ ไม่สนุกที่จะใช้เงินเพื่อให้รางวัลกับชีวิตบ้าง หรือตอบสนองความต้องการของตัวเองสักครั้งในชีวิต

สรุปว่า ทั้งชีวิต...ก็ไม่ได้ใช้เงินที่ตัวเองหามาได้เลย

แล้วเงินที่เก็บไว้ให้ลูก เพราะอยากให้ลูกสบาย กลับกลายเป็นมรดกที่ทำให้พี่น้องต้องฆ่ากัน เกลียดกันเพราะ "เงิน" ของพ่อแม่

และขอถามหน่อยว่า การให้ลูกสบาย มันเป็นความคิดที่ถูกจริงๆ หรือ??



พ่อแม่ทุกท่านอย่าเพิ่งโกรธหนู โปรดจงอ่านต่อนะคะ

สิ่งที่ฉันอยากจะบอกก็คือ เมื่อเรารู้ว่าตัวเองสบาย รู้ว่าตัวเองมีตังค์ที่พ่อแม่ให้ไว้มากมาย เราก็คิดแต่เรื่องใช้ เรื่องผลาญมัน และข่าวดีคือ มันหมดเร็วซะด้วย!

บางทีฉันขอบคุณที่เราเกิดมาในฐานะที่ไม่ร่ำรวย เพราะไม่อย่างนั้นฉันคงไม่เป็นฉันอย่างทุกวันนี้ เมื่อเรารู้ตัวว่าเราไม่มี รู้ว่าถ้าอยากได้อะไร เราต้องทำด้วยตัวของเราเอง

ไม่ใช่ว่าเรานับถือเงินเป็นพระเจ้า หรือทำทุกอย่างเพื่อเงิน แต่เงินคือจุดหมายปลายทางและผลพลอยได้เท่านั้น สิ่งสำคัญกว่านั้นคือ ระหว่างทาง ที่เราต้องดิ้นรนต่างหาก!

ความไม่มี สอนให้เราต้องมีความพยายาม มีความอดทน ถ้อยทีถ้อยอาศัย ประหยัด คิดก่อนใช้ ยับยั้งชั่งใจ มันทำให้เราไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ มันทำให้เราต้องไล่ตามความฝันของเราและทำให้มันเป็นจริง เพราะถ้าไม่ทำ มันจะไม่มีกิน

เมื่อเราไม่มี เราต้องสร้างสรรค์ให้มันมีให้ได้ และรู้ไว้เลยว่า เราไม่รู้จักคำว่างอมืองอเท้า

ถ้าวันนั้นพ่อแม่ให้เงินเรามา ให้เราเรื่อยๆ ให้เราตลอดมา เราคงไม่รู้จักการหากินและดำรงชีวิตอยู่ได้ด้วยตัวของเราเอง

ลองคิดดูว่า ถ้าวันหนึ่งพ่อแม่ไม่อยู่ อาหารหมด เงินหมด แล้วลูกที่เคยแต่แบมือและอ้าปากรออาหารคนนั้นจะอยู่อย่างไรต่อไป



ฉันได้รู้จักกับพี่ช่างแต่งหน้าคนหนึ่งซึ่งเป็นช่างแต่งหน้าประจำของฉันที่ช่อง 3 ชื่อพี่แอน

เธอเป็นเด็กต่างจังหวัด จบ ป.6 จากชีวิตที่ไม่มีอะไร แต่เธอมาค้นพบว่าตัวเองชอบเรื่องการแต่งหน้า จึงพัฒนาฝีมือของตัวเองเรื่อยมา คอยปรับปรุงการแต่งหน้าของตัวเองเรื่อยมา หาวิชาความรู้เพิ่ม ขวนขวายไม่หยุดหย่อน งานหนักเอาเบาสู้ ตอนนี้ขายเครื่องสำอางเพิ่มอีกจ็อบ

ถามพี่แอนว่ามีความสุขไหมตอนนี้ แกบอกว่ามีความสุขมากที่ได้ทำงานที่เรารัก มีเงินเลี้ยงดูตัวเองและครอบครัวได้ และฉันรู้ว่ากว่าที่เธอจะมีวันนี้เธอฝ่าฟันและใช้ความพยายามมากขนาดไหน และเธอไม่ยอมแพ้

อย่าตั้งคำถามในใจว่า ทำไมลูกเราไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเราได้หยิบยื่นปลายทางของความสำเร็จแบบง่ายๆ ให้เขาไปแล้ว

จนเขาไม่ได้เรียนรู้ว่า วิธีการการดำรงชีวิตระหว่างทางต้องทำอย่างไรบ้าง!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 11:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ที่คุณกาละแมกล่าวมาก็ถูก แต่เมื่อเรามีลูกจริงเราถึงจะรู้ว่าที่ทำไปเพราะอะไร มานเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนบางคนให้ลูกเพราะตอนเด็กๆไม่เคยได้ ทดแทนสิ่งที่ขาดหายไปตอนเด็กๆ แล้วแต่คนแต่ละครอบครัวที่ไม่เหมือนกัน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
m1235466489
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 11:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยกับคุณกาละแมร์อย่างยิ่งค่ะ เพราะการสอนลูกให้จนเขาจะได้รู้จักคิด รู้จักแก้ปัญหาเองเป็นประสบการณ์ที่ต้องต่อสู้ด้วยตัวเองจะคอยสอนให้เขารู้จักการใช้ชีวิตที่ดีค่ะ และที่เห็นทุกวันนี้ที่บอกว่าให้ลูกทดแทนให้ไม่อยากให้เป็นเหมือนตัวเองที่เคยขาดหายไปฉันว่าสิ่งที่ขาดหายไปควรทดแทนที่สุดคือการทำให้ชีวิตครอบครัวมีความสุข ทรัพย์สมบัตรนอกกายถ้ารู้จักรใช้รู้จักรหามันก็ไม่มีวันหมดหรอกค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 11:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เอ แปลกแฮะ ตอบมาโดนลบด้วยเหตุผลใด...
หากจะบอกว่าออกชื่อ กระทู้นี้ก็ตั้งชื่อรู้อยู่แล้วว่าใคร??
เกิดอะไรขึ้น ครับท่านแอดมิน....แจงด้วย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 11:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมว่า คนที่บอกว่า หลายๆคนให้ลูกในสิ่งที่ตัวเองขาด เคยถามไหมว่าลูกต้องการไหม หลายๆคนบังคับให้ลูกเป็นนู่นนี่นั่น โตมาลูกต้องเลี้ยงอีกตะหาก เคยคิดไหม ว่าลูกต้องการแบบนั้นไหม ผมชอบคนแบบนี้นะ เพราะคนแบบที่บอกว่าไม่อยากมีลูก สังเกตุดิ่ มักจะมีลูกดี ถ้ามีลูกขึ้นมาน่ะ เพราะ เค้าไม่ได้คาดหวังกับลูกตั้งแต่แรกแล้ว เค้าไม่ได้มาคอยคิดว่า ต้องทำทุกอย่างเพื่อลูก มีทุกวันนี้เพื่อลูก ทำให้ลูกเค้าไม่ได้รับความกดดันอะไรเลย พอลูกเค้าโตมาก็ มักจะมาเลี้ยงดูพ่อแม่อย่างดี ที่พูดได้เพราะผมก็เป็นแบบนั้น คิดไปแล้วรุ้สึกว่าเราไม่ได้โดนบังคับให้เรียน หรือ ไม่มีแรงกดดันอะไรเลย แถมพ่อแม่ก้ไม่เคยมาคาดหวังว่าจะต้องให้เงินเค้าอีกตะหาก ทำให้พอผมมีเงินผมก็จะตอบแทนความดีของเค้า

ดูแล้วกันแต่ละครอบครัวที่บอกว่าทำเพื่อลูก มันจริงแล้วหรือ หรือเพื่อเติมเต็มความสุขของตัวเองกันแน่ ผมเห็นบางคนบอกว่า ทำเพื่อลูกๆ แต่บังคับให้ลูกเรียนนู่นนี่นั่น ไหนจะคะแนนสอบอีก จนลูกของคนที่ผมรุ้จักฆ่าตัวตายเพราะโดนด่าเรืองเกรด เนี่ยหรอคือ ทำเพื่อลูก ผมเคยถามเด้กบางคน เค้าบอกว่า เรียนเพื่อพ่อแม่ คิดได้ไงอ่ะ พอจบมาแล้วก็บอกว่า คุณความรุ้ที่เรียนไม่ได้เอามาใช้เลย ก็ใช่ไงเพราะมันเรียนเพื่อพ่อแม่ไง มันไม่ได้เรียนเพื่อตัวเอง ไม่ได้พยายามรับความรุ้ที่จิงๆมันสามารถเอามาใช้ในงานจริงๆได้ แค่เรียนได้คะแนนดีๆไปงั้นๆ เพื่อพ่อแม่ดีใจ

หัดเปลี่ยนจากทำอะไรเพื่อคนอื่น เอาคนอื่นมายึดเหนี่ยวเป็นทำเพื่อตัวเองบ้าง ถ้าเรารักตัวเองหาสิ่งดีๆให้ตัวเอง คนดีๆก็จะเข้ามาหา ถ้าวันนึงเรามีลูก ลูกเราก็มีพร้อมทุกอย่างเอง ทุกอย่างมันก็จะดีหมด

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 12:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยกับความคิดของคุณกาละแมร์ครับ...ผมก็โตและสร้างตัวมาด้วยความพยายามของตัวเอง ผ่านร้อน ผ่านหนาว ผ่านอะไรมามากมาย รู้ดีครับว่าที่คุณกาละแมร์พูดน่ะมันถูกหมด ตอนนี้ผมพอจะมีเงินบ้าง แต่ลูกๆทั้งสองคนกลับไม่ได้เป็นเหมือนกับผม กลับหลงไปกับวัตถุ+สังคมนิยมที่ผิดๆ...ทุกวันนี้เลยไม่รู้ว่าจะแก้ไขยังไงกับลูก เฮ้อ...... q*027

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
อยากเป็นคนดี
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 12:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยกับคุณกะละแม พ่อแม่ทุกวันนี้เลี้ยงลูกแบบพยายามชดเชยให้ตัวเองในสิ่งที่ขาดในวัยเด็ก ฉันก็ขาดมากมายในวัยเด็ก แทบไม่เคยมีของเล่น เสื้อผ้าก็มีไม่กี่ชุด ทั้งๆที่พ่อแม่รับราชการทั้งคู่แต่ท่านประหยัดเพราะต้องสร้างครอบครัวด้วยตัวเองโดยไม่ได้มีสมบัติจากปู่ย่าตายาย แต่ฉันก็มีความสุขได้เล่นอยู่กับดินกับหญ้า เล่นตามทุ่งนา มีสายลมแสงแดด เล่นกีฬาที่โรงเรียนสนุกมากมายไม่เคยคิดเป็นปมด้อย อาหารที่แม่ทำให้กินก็เป็นพวกพืชผักสดๆปลาสดๆต้ม ย่าง นึ่ง ผัดผักใส่ไข่ อาหารดีๆมีคุณค่าทั้งนั้น พวกขนมก็เป็นพวกบวดฟักทอง กล้วย ต้มถั่วเขียว ถั่วแดง ข้าวต้มมัด ไม่ได้ซื้อขนมตามร้านค้า ฉันคิดว่าวัยเด็กฉันได้กินอาหารที่แสนวิเศษ ขนมที่เด็กๆปัจจุบันนิยมซื้อเป็นพวกขนมที่ไม่ค่อยมีคุณประโยชน์ พวกไส้กรอกก็เป็นตัวเร่งมะเร็ง อาหารทอดๆมันๆอื่นๆก็เป็นตัวเร่งความอ้วน ไขมันเยอะ หลานๆของฉันก็อ้วนเพราะพ่อแม่ตามใจ เลี้ยงง่ายให้กินพวกไส้กรอก ไก่ทอด หมูปิ้ง ของเล่นก็เยอะเกินเด็กๆเล่นวันเดียวก็เบื่อ เสื้อผ้าก็เยอะเกินความจำเป็น ตัวฉันเองตอนเด็กขอแค่ให้เสื้อผ้าสะอาดเรียบร้อยก็พอใจแล้ว หัดทำงานบ้านตั้งแต่เด็กทำให้ฉันรักความสะอาด ความลำบากในวัยเด็กทำให้ฉันเป็นอดทน หนักเบาเอาสู้ เข้มแข็ง ฉันเคยทำงาน 30 วันไม่ได้หยุดทำวันละ 12 ชม เป็นปีแต่ฉันไม่ท้อ ทุกวันนี้ฉันสบายทำงานเดือนละไม่กี่วัน มีเวลาสวดมนต์ ทำสมาธิ มุ่งหาบุญสะสมบุญ ไว้ก่อนตาย ทำงานบ้านออกกำลังกายไปด้วย ฉันอายุ 30 แต่มีเงินเก็บพอที่จะใช้ไปตลอดกับทำงานเล็กน้อยๆ อยากไปเที่ยวไหนก็สามารถไปได้ ฉันไม่อยากรอไปเที่ยวตอนแก่ มันคงไม่น่าสนุกเท่าไหร่ ฉันรู้จุดมุ่งหมายในชีวิตแล้วคือทำดี ทำบุญ แบบไม่ต้องเสียเงินก็ได้ ปรารถนาดีต่อผู้อื่น ไม่เอาเปรียบใครๆ ตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ ฉันหวังว่าก่อนตายฉันคงไม่ต้องกลัวชีวิตหลังความตายจนเกินไป วิญญาณผีมีจริงฉันเคยเห็นหลายครั้ง ทำให้ฉันอยากทำดี เป็นคนดี ทุกคนมีกรรมเป็นของของตนตายไปเงินสลึงเดียวก็เอาไปไม่ได้ ทำดีกันเถอะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดต่าง
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 14:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ความคิดคุณกาละแมร์จะคล้ายๆ ของฝรั่ง เศรษฐีฝรั่งหลายคนรวยแต่ไม่คิดจะทิ้งมรดกไว้ให้ลูกหลาน ให้ไปหากินเอาเอง บางคนทิ้งมรดกไว้ให้การกุศล ลูกหลานเค้าก็ไม่ได้โกรธเกลียดพ่อแม่ เพราะเค้าสอนให้โตและหากินเอง ไม่ใช่แบมือขอตังพ่อแม่ สอนให้ลูกจักหาเงิน ไม่ใช่ปรนเปรอด้วยวัตถุ แต่ไม่ใช่ว่าจะไม่ให้อะไรเลย ก็ช่วยสนับสนุนให้ทุนตามโอกาส แต่ไม่ได้เลี้ยงด้วยเงิน ส่วนใหญ่ที่ให้แต่เงินจะเสียคน ทำงานหาเงินเองไม่เป็น
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คุณนาย
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 14:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กระทู้สรัางสรรค่ะ มาร่วมแชร์ความเห็นกันนะคะ
คนเราต่างชีวิต ต่างสิ่งแวดล้อม ต่างความคิด การสอนและฝึกฝนลูกก้อต่างกันไป ตามความคิดสิ่งแวดล้อม และสภาวะเหตุการณ์ สำหรับเราคิดว่า เริ่มต้นง่ายๆจาก ชีวิตประจำวันตั้งแต่ตื่นเช้า จนถึงเวลานอน เราควรต้องทำอะไรบ้าง สมัยนี้ลำบากใจ มีการสื่อสารง่ายๆเด็กสมัยนี้ยึดติดกับมือถือ เฟซไม่รู้จักการดูแลตัวเอง พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้อารมณ์แปรปรวนฉุนเฉียว
ลูกเราเองเพิ่งจบมา กำลังเริ่มทำงาน กลับบ้านมา อ่านนิยาย เล่นเฟซจนดึก เวลาพักผ่อนก้อน้อย จากคนที่ว่านอนสอนง่าย กลายเป็นคนขี้หงุดหงิด ทุกวันนี้ก้อต้องว่ากันไป สอนบ่อยๆก้อกลายเป็นคนพูดมาก ไม่สอนก้อจะกลายเป็นลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอนอีก พ่อแม่ทุกคนปรารถนาให้ลูกได้ดี ถ้าดีมันก้อดีต่อลูกเอง พ่อแม่ก้อสบายไป ถ้าไม่ได้ดี พ่อแม่ก้อต้องมานั่งเหนื่อยกับปัญหาอีก ว่ากันไปตามประสาคนมีลูกค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สามล้อ
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นางผู้หญิงคนนี้ใช่ไหม ที่ด่า ผู้ชายทุกคนเลวเหมือนหมา
ชาตินี้ขออย่าให้มีผัวเล้ย
ใครว่า.. ที่ด่าเพราะ"ทำให้"ไม่ถึงดังใจต่างหากล่ะ...ชอบเรื่องนี้จะตาย.ยยย q*033
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ดักดาน
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 16:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทุกวันนี้ พวกตะกูลดัง เลี้ยงลูกไม่เป็น คิดไม่ออกก็เลี้ยงด้วย มันนี่.. q*071

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
งง
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 18:08 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พ่อแม่(ปู่ย่าตายายลุงป้าน้าอา)อยากให้ลูกได้ดี ให้ลูกเอาตัวรอดได้ โดยเอาประสบการณ์ของตัวมาเป็นตัวตัดสิน โดยลืมไปว่าโลกที่แวดล้อมตัวเด็กมันต่างกับแต่ก่อน การสั่งสอน การให้การศึกษาที่เป็นพื้นฐาน การช่วยเหลือของพ่อแม่ นับเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่ใช่ช่วยจนเด็กเติบโตมาแบบไข่ในหิน ทำอะไรไม่เป็นเลย ให้โอกาสเด็กได้ตัดสินใจชีวิตของเขาตามวัยด้วยเถิด แบ่งแยกความรักกับความห่วงใยให้ถูก เด็กจะได้เติบโตอย่างแข็งแรงตามสิ่งแวดล้อม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 20:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
q*062q*062q*062 พ่อแม่รังแกฉัน เคยเรียนกันไหมคะ ทุกคน q*073
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 20:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยกับคุณกะลาแมร์ค่ะ ระยะทางสำคัญกว่าจุดหมายปลายทาง แต่บางทีมันยากตรงนี้แหละค่ะ ยากตรงที่ไม่รู้ว่าควรจะสอนลูกอย่างไร ทุกวันนี้มีสิ่งเร้าภายนอกสังคมเกิดขึ้นมากมาย อาจต้องผสมผสานกันทั้งวิธีการเลี้ยงดูแบบเก่า และแนวคิดแบบคนรุ่นใหม่ ดีไม่ดีต่างกันไป เอาใจช่วยคนเป็นพ่อแม่ทุกคน และคนที่อยู่ด้วยตัวเอง เพราะอย่างน้อยเราก็เคยเป็นลูก น่าจะนำสิ่งที่ผ่านประสพการณ์มาประยุกต์ใช้ดูแลครอบครัวได้เท่าที่เราเป็น.......

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สามัคคี
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 21:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทางใครก้อทางมัน นั่นมันเรื่องของแก ความคิดคนเราก้อแต่ต่างกันไป ตอนนี้แกใช้ชีวิตแบบนี้ ฉันก้อเคยใช่ชีวิตแบบแก แล้วฉันก้อมีชีวิตเป็นครอบครัว มีพ่อมีแม่และมีลูก ฉันว่าแกควรจะลองบ้างน่ะ แล้วแกจะรู้ว่าไม่มีใครจริงใจเท่ากับครอบครัวของแกและลูกที่น่ารัก แกพลาดโอกาสดีๆ ไปแล้ว คิดซะใหม่ก่อนที่จะสายไป

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #15 เมื่อ: 18 ต.ค. 12, 23:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เห็นด้วยกับคุณกาละแมร์มาก ๆ สังคมทุกวันนี้ทุกคนดิ้นรนเพื่อหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว การให้แต่พอดีมันก็ดี แต่พ่อ-แม่บางคนให้ลูกมากจนเกินไป จนลูกไม่รู้จักวิธีหาเงิน และเมื่อไม่รู้จักวิธีหาเงินก็จะไม่รู้จักวิธีการออมเงิน เพราะเขามองว่าพ่อ-แม่สามารถหามาให้เขาได้เมื่อเขาต้องการ ปลูกฝังการใช้ชีวิตให้ลูกผิดตั้งแต่เล็กมันก็มีผลต่อเนื่องมาจนถึงตอนโต ทีนี้จะแก้ไขก็คงยากแล้วล่ะ เพราะไม้เมื่อแก่แล้วย่อมดัดยากเสียแล้วล่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
R do
เรทกระทู้
« ตอบ #16 เมื่อ: 19 ต.ค. 12, 06:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมเห็นด้วยกับความคิดของเพื่อนๆทุกคนครับ
ไม่ว่าจะสอนลูกด้วยวิธีใหน
สอนให้เขาคิดแบบใด ด้วยเหตุผล หรือเป้าหมายที่แตกต่างกันไป
สุดท้าย ขอให้เหมาะสมกับฐานะครอบครัว เหมาะกับตัวของเขาเอง
ปรับตัวเข้ากับสังคมได้อย่างดี รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี
ไม่ได้บอกให้เห็นแก่ตัวนะครับผม

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Charlie
เรทกระทู้
« ตอบ #17 เมื่อ: 25 พ.ย. 12, 09:25 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

This could not psosilby have been more helpful!

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Anazta
เรทกระทู้
« ตอบ #18 เมื่อ: 25 พ.ย. 12, 15:19 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

Frnakly I think that's absolutely good stuff.

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  กาละแมร์ พัชรศรี มติชน สอน กาละแมร์ 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม