หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: "ผู้ว่า กทม.และทีมงานที่ดี ควรบริหารงานแก้ปัญหาให้ชา่ว กทม.ได้อย่างไร"  (อ่าน 851 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 11:21 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

"ผู้ว่า กทม.และทีมงานที่ดี ควรบริหารงานแก้ปัญหาให้ชา่ว กทม.ได้อย่างไร"


ท่านสมาชิก ท่านผู้มีเกียรติ ท่านผู้อ่านและประชาชน
ให้ท่านช่วยเสนอแนะอย่างสร้างสรรค์เข้ามา และตรงกับเป้าหมายที่วางไว้และเพื่อเป็นการส่งเสริมประชาธิปไตยในการเรียนรู้ร่วมกันอีกทางหนึ่งร่วมกัน ให้ช่วยกันเสนอแนะกันเข้ามาว่า"ผู้ว่า กทม.และทีมงานที่ดี ควรบริหารงานแก้ปัญหาให้ชา่ว กทม.ได้อย่างไร"



ส.ส.ของฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลจะร่วมเสนอความคิดเห็นเข้ามาได้เช่นกัน กระทู้นี้เป็นกระทู้เปิดกว้างสำหรับท่านทุกคน เรามาร่วมมือกันใช้สิทธิ์และเสียงในการเสนอความคิดเห็นร่วมกันโดยไม่มีสีเข้ามาเกี่ยว เพราะทุกคนนั้นเป็นคนไทยด้วยกันและคนไทยต้องมีความรักความสามัคคีรวมใจเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น......





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 11:26 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กฎและกติการ่วมกัน จะต้องเสนอแนะความรู้อย่างสร้างสรรค์ไม่กล่าววาจาที่ไม่สุภาพหรือรุนแรงไม่ทำให้เว็บสนุกหรือบุคคลเสียหาย ข้อความที่ไม่สุภาพจะถูกคัดออก ตามกฎและกติการ่วมกันและจะไม่กล่าวถึงสถาบันสูงสุดเป็นที่เคารพของประชาชน.....จะต้ัองเสนอความคิดเห็นที่สร้างสรรค์และมีประโยชน์ต่อรัฐบาลและฝ่ายค้าน สมาชิกสภาผู้แทนทุกท่านจะได้นำความคิดเห็นของประชาชนไปทำหน้าที่ของท่านให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนทุกๆคนต่อไป.....



ขอขอบตุณทุกท่านที่ร่วมกันแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์เข้ามา...
ผู้ที่ร่วมแสดงความคิดเห็นที่ดีและสร้างสรรค์เข้ามา ท่านส.ส.อันทรงเกียรติทุกท่านคงดูกระทู้นี้อยู่ เชิญร่วมกันแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์เข้ามา ต้องการให้ รัฐบาลบริหารประเทศให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างไรบ้าง หรือท่าน ส.ส.หากดูอยู่และอยากจะแสดงความคิดเห็นเข้ามาตอบกระทู้หรือเสนอผลงานของท่าน ก็สามารถเสนอเข้ามาได้ หัวข้อนี้เปิดกว้างสำหรับทุกๆคนครับ....และขอเชิญคณาจารย์และนักวิชาการมาร่วมฟังความคิดเห็นร่วมกันและร่วมเสนอเป็นความรู้ที่เป็นประโยชน์ต่อไป ทุกฝ่ายต้องมาช่วยกัน....



ขอเรียนเชิญคณาจารย์คณะรัฐศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ และทุกๆคณะ ทุกมหาวิทยาลัยฯ รวมทั้งนักศึกษาที่ศึกษาอยู่ และประชาชนทุกสาขาอาชีพทุกท่าน มาร่วมให้ข้อคิดเห็น หัวข้อต่างๆ เรามาช่วยกันเสนอรูปแบบต่างๆในความคิดของท่าน เรามาใช้สมองระดมความคิดเห็นร่วมกันในการสร้างสรรค์สังคมให้มีการเดินหน้าต่อไปได้ มีแต่ความรัก ความสามัคคี ความเข้าใจกัน ก้าวเดินหน้ากันต่อไป สังคมเราบอบช้ำกันมามากแล้ว มีคนได้รับประโยชน์จากเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น นั่งอยู่บนภูดูคนไทยเราทะเลาะกันเอง เพื่อรับประโยชน์จากเราไปมากมาย เช่นการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สังคม และลูกหลานไทยได้รับผลกระทบทางด้านจิตใจกันทั่วหน้า ฉนั้นเราต้องก้าวให้พ้นวิกฤติ์ต่างๆเหล่านี้ไปให้ได้ด้วยแรงร่วมใจของเรา และเราจะต้องมีการพัฒนาในด้านต่างๆให้ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคในเอเชียนี้ให้ได้ หากทุกคนร่วมมือร่วมแรงร่วมใจกันทุกๆคน เราจะกลับมายิ่งใหญ่กันอีกครั้งหนึ่ง...





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 12:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนโดนน้ำท่วม ได้เสนอข้อคิดเห็นเข้ามาและเป็นข้อมูลที่ดีให้ผู้ว่าคนใหม่

ผมอยากได้ผู้ว่า กทม. ที่มีคุณสมบัติดังนี้
1. ซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับคดีอาญาใดๆ
2. มีภาวะผู้นำสูง กล้าตัดสินใจอย่างเด็ดขาด
3. มีความสามารถในการประสานงาน และ บริหารทีมงาน
4. มีวิสัยทัศน์กว้างไกล และ มีเหตุผลสูง
5. ทำงานได้อย่างรวดเร็ว แต่ยังคงความรอบคอบ
6. ยึดถือแนวทางการสร้างสรรค์ และ อหิงสาธรรม อย่างเคร่งครัด
แต่ผมว่าสิ่งสำคัญอีกอย่างของผู้ว่า กทม. ซึ่งจะละเลยไม่ได้เลยคือ คุณภาพของทีมงานผู้ช่วย และ ที่ปรึกษา ซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญในการทำให้งานของผู้ว่าดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในความเห็นของผมทีมงานของผู้ว่า กทม. ควรมีความรู้ความสามารถในเรื่องดังนี้
1. ความรู้ด้านกฎหมาย และ ระเบียบราชการ เพื่อให้การทำงานมีความราบรื่นและไม่ผิดต่อกระบวนการ และ ข้อบังคับของรัฐ และ กฏหมาย
2. ความรู้ด้านวิศวกรรม, การก่อสร้าง และ การโยธา สำหรับงานโครงการการก่อสร้างต่างๆ ที่จำเป็นต่อการพัฒนา และ ป้องกัน
3. ความรู้ด้านระบบโลจิสติกส์ และ การคมนาคมขนส่ง สำหรับงานบริหารจัดการระบบการขนส่ง และ การจราจรที่มีความซับซ้อน โดยที่ปรึกษาจะต้องสามารถเสนอแนวคิดในการปรับปรุงใหม่ๆที่จำเป็นได้
4. ความรู้ด้านธรณีวิทยา และ ภูมิศาสตร์ เนื่องจากปัญหาภัยธรรมชาติเป็นเรื่องสำคัญ ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นใน กทม. มีโอกาสก่อความเสียหายในสัดส่วนที่สูงกว่าในพื้นที่อื่นๆได้มาก ดังนั้นทีมงานผู้ว่าพึงสามารถเสนอแนวทางการป้องกัน และ แก้ไขในเหตุที่ไม่คาดฝันเหล่านี้ได้
5. ความรู้ด้านการบริหารโครงการ (Project Management) เพื่อช่วยในการปรับปรุงแนวคิดต่างๆให้เป็นโครงการรูปธรรมอย่างเหมาะสม รวดเร็ว และ สามารถช่วยชี้แนะแนวทางการการกำกับดูแลที่ดีให้ได้
6. วิสัยทัศน์ทางด้านเศรษฐกิจ และ การพาณิชย์ ผู้ว่า กทม. ควรมีบทบาทร่วมในการสร้างความเจริญทางเศรษฐกิจในท้องที่ด้วย ผู้ว่า กทม. พึงมีทีมงานที่มีความรู้ความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจในระดับดี จึงจะสามารถทำงานสอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลได้อย่างเหมาะสม (คุณสมบัติข้อนี้พึงมีในผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด รวมถึงในระดับนายกเทศมนตรีด้วยเช่นกัน สำหรับต่างจังหวัด)
7. ความสามารถในด้านภาษา, การสื่อสาร และ การใช้สื่อนำเสนอ เนื่องจากการสั่งงานของ ผู้ว่าฯ นั้นจะต้องสั่งการไปยังหลากหลายหน่วยงาน การใช้ภาษาอย่างถูกต้องเหมาะสม , การสื่อสารอย่างถูกช่องทาง, การจัดสร้างสื่อ และ เอกสาร ที่มีความชัดเจน ไม่กำกวม และ ใช้ภาษาได้เหมาะสมกับผู้รับสาร จะถือเป้นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งความสามารถข้อนี้ ผู้ว่าพึงมีในตัวเองอยู่แล้ว และ ทีมงานผู้ช่วยและที่ปรึกษาทุกคนก็พึงมีด้วยเช่นกัน

ในการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ในอนาคตควรจะมีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับขีดความสามารถของทีมงานผู้ช่วย และ ที่ปรึกษา ในเชิงลึกเพิ่มด้วย เพื่อให้มั่นใจว่า ผู้สมัคร ผู้ว่า กทม. มีความพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่อย่างแท้จริง
ดังสำนวนที่ว่า
1. คุณจะรู้ว่าคนๆนั้นเป็นคนเช่นไร คุณจงดูว่าเขาคบคนประเภทไหน
2. คบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล
2. คนชั้นหนึ่งนั้นเลือกใช้แต่คนชั้นหนึ่ง คนชั้นสองนั้นยอมที่จะเลือกใช้คนชั้นสาม

* ประสิทธิภาพของทีมงาน และ คนใกล้ชิดของผู้ว่าฯ นั้นถือเป็นตัววัดผลที่สำคัญตัวหนึ่งที่ควรนำมามีส่วนในการตัดสินใจเลือกผู้ว่าด้วย
พรรคการเมือง หรือ กลุ่มอิสระที่ส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งนั้น ต้องสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่า ผู้สมัครของพรรคหรือกลุ่มตนเองนั้นมีบุคลากรระดับมันสมองคอยสนับสนุนอย่างเพียงพอหากได้รับเลือกตั้ง
* ทีมงานควรมีคนรุ่นใหม่อยู่ด้วยเสมอ แต่เพราะคนรุ่นใหม่นั้นมักจะมีการสะสมผลงานได้ไม่มากนักเนื่องจากเวลาอันจำกัด ดังนั้นการนำเสนออย่างถูกวิธีจะมีส่วนช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าใจถึงคุณภาพที่แท้จริงของทีมงานได้
"หากทุกคนคัดเลือกเฉพาะคนมีประสบการณ์เข้าทำงาน คนจบใหม่ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ใดๆ ย่อมไม่มีวันจะได้เริ่มงานแต่อย่างใด เปรียบเทียบได้กับเลข 0 ที่จะต้องเป็น 0 ตลอดไป ดังนั้นในการบริหารสมัยใหม่พึงมีเวทีให้แก่ผู้ไร้ประสบการณ์ หรือ มีประสบการณ์น้อยได้พิสูจน์ตัวเองด้วยเสมอ เพราะอาชญากรรมที่รุนแรงยิ่งของการบริหารคือ การตัดโอกาสของคน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 3 ก.พ. 12, 18:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คนโดนน้ำท่วม

อยากให้ผู้สมัครทุกท่าน ได้เสนอนโยบายการทำงานในภาพรวมไว้ล่วงหน้าด้วยว่ามีแนวทางอย่างไรบ้าง เพื่อให้ประชาชนมีเวลาในการวินิจฉัย
และ คุณสมบัติส่วนบุคคลของผู้สมัครนั้นสอดคล้องในประเด็นใดบ้าง
และ ในประเด็นที่เหลือนั้นผู้สมัครจะใช้องค์ความรู้, ทีมงาน และ ผู้เชี่ยวชาญจากแหล่งใด หรือ หน่วยงานใดบ้าง และ ในทีมที่ปรึกษามีบุคลากรที่มีคุณสมบัติที่จำเป็นอยู่ครบหรือเปล่า

ตัวอย่างเช่น
เสนอนโยบาย : คมนาคมฉับไว, สังคมปลอดภัย, เศรษฐกิจไทยก้าวหน้า
ผู้สมัคร : นาย A จบการศึกษา ป.ตรี ด้านเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัย J
จบการศึกษา ป.โท ด้านสังคมวิทยา มหาวิทยาลัย Z
ประสบการณ์ ทำงานกับบริษัท IT ชื่อ EFG 5 ปี
เคยเป็นกรรมาธิการเรื่อง ................. 3 ปี
ถ้าดูรวมๆก่อนย่อมถือว่า โดยส่วนตัวมีความรู้ด้านเศรษฐกิจ และ ธุรกิจ แต่เรื่องสังคม และ คมนาคม ยังไม่มี จะต้องอธิบายได้ว่าถ้าได้เลือกแล้วจะเอาผู้เชี่ยวชาญมาจากไหน มีในทีมงานสนับสนุนของตัวเองหรือเปล่า

"การทำงานเพื่อส่วนรวมต้องทำการบ้านมาหนักมาก ทั้งตัวผู้สมัครเอง และ ทีมงานสนับสนุนด้วย เนื่องจากปัญหาที่เร่งด่วนหลายๆอย่างในปัจจุบันไม่มีเวลาเผื่อให้สำหรับการล่าช้า หรือ การเตรียมตัวไม่พร้อม!"
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 13:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นายสุทธิชัย วีรกุลสุนทร ประธานสภา กทม. เปิดเผยว่า ในที่ประชุมแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2528 จากสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ประธานสมาชิกสภาเขต รองประธานสมาชิกสภาเขต 50 เขต โดยมี นายวิชาญ มีนชัยนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ฐานะ คณะอนุกรรมาธิการศึกษาพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ปี 2528 ในคณะกรรมาธิการการปกครองส่วนท้องถิ่น พร้อมคณะกรรมธิการ ร่วมรับฟังความคิดเห็น ณ ห้องประชุมสภา กทม.ทั้งนี้ใ นที่ประชุมได้แสดงความคิดเห็นว่า การปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ.บริหารราชการ กทม. ปี 28 ถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่จะเป็นกลไกในการพัฒนาท้องถิ่น ให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรมีการกลั่นกรองและรับฟังข้อเสนอ จาก ส.ก.และ ทีม ส.ข. ทั้ง 50 เขตอ ย่างรอบคอบ ก่อนเสนอเข้ารัฐสภาเพื่อแก้ไข รวมทั้ง ทำประชาพิจารฟังเสียงประชาชนก่อน ซึ่งจะทำให้เกิดการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จัย
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 4 ก.พ. 12, 14:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ผู้ว่า ผู้ว่าต้องมีความรู้ ความอดทน ยอมรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น ซื่อสัตย์ มีคุณธรรมและความยุติธรรม เป็นกลาง
และที่สำคัญต้องมีความสามัคี.[/color]
[/color][/size]
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 19:51 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

วันนี้พรรคเพื่อไทยได้เปิดแถลงข่าวว่าจะส่งผู้ว่าฯกทม.ที่ไม่มีตำหนิหรือมีคดีใดๆมาลงสมัคร จะทำการคัดเลือกคนดีมีความสามารถมาลงสมัครด้วยความโปร่งใส คัดคนดีคนเก่งเข้ามาให้ประชาชนเลือกต่อไป จึงเปิดแถลงข่าวแจ้งมาให้ประชาชนทราบในครั้งนี้...


พรรคเพื่อไทยจะส่งผู้สมัครลงผู้ว่ากรุงเทพมหานคร ขณะนี้มีอยู่ 2 ท่านมี
1.คุณแซมยุรนันท์ ภมรมนตรี 2.คุณประพัฒน์ จงสงวน จะลงประวัติของท่านทั้ง 2 มาให้ประชาชนทราบก่อนล่วงหน้า หากพรรคใดเปิดตัวผู้สมัครมาก็จะลงรายละเอียดให้ท่านทราบเรื่อยๆ

ชื่อเกิด ยุรนันท์ ภมรมนตรี
ชื่อเล่น แซม
เกิด 2 มกราคม พ.ศ. 2506 (49 ปี)
กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย
คู่สมรส มาริษา ภมรมนตรี
อาชีพ นักแสดง, พิธีกร, นักการเมือง
ปีที่แสดง พ.ศ. 2524-ปัจจุบัน


นายยุรนันท์ ภมรมนตรี (เกิด 2 มกราคม พ.ศ. 2506) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย [1] อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2552 หมายเลข 10 อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีหลายกระทรวง อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยุรริษา จำกัด และอดีตนักแสดง


นายยุรนันท์ ภมรมนตรี มีชื่อเล่นว่า แซม เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ. 2506 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรชายของ พลโทประยูร ภมรมนตรี หนึ่งในผู้ก่อการปฏิวัติสยาม พ.ศ. 2475 และนางเรณู ภมรมนตรี (นามสกุลเดิม: พิบูลภานุวัฒน์) รองนางสาวไทย ประจำปี พ.ศ. 2491 นายยุรนันท์สมรสกับ นางสาวมาริษา สุจริตกุล (ชื่อเล่น: มุก) มีบุตรชาย คือ ด.ช.ยุรการ และบุตรสาว คือ ด.ญ.ยุรริษา ซึ่งนายยุรนันท์และนางมาริษา ได้นำชื่อจริงของทั้งบุตรชายและบุตรสาว มาตั้งเป็นชื่อบริษัทของทั้งสองคนด้วย

นายยุรนันท์จบการศึกษาระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร จบการโฆษณา จากสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพณิชยการพระนคร จบปริญญาตรีจากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จบปริญญาโท จากคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และกำลังศึกษาในระดับปริญญาเอก สาขารัฐประศาสนศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 19:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

นายประภัสร์ จงสงวน (เกิด18 พฤษภาคม พ.ศ. 2498) อดีตผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2551 อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) (พ.ศ. 2540-พ.ศ. 2551)


ประวัติการศึกษาและคุณวุฒิ

ประถมศึกษา โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
มัธยมศึกษา โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย
พ.ศ. 2517 – พ.ศ. 2521 ปริญญาตรี คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
พ.ศ. 2521 – พ.ศ. 2524 ปริญญาโท ศิลปศาสตรมหาบัญฑิต สาขาอาชญวิทยา California State University
พ.ศ. 2540 หลักสูตรการป้องการราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ.) รุ่นที่ 9 ประจำปีการศึกษา 2539-2540 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร

[แก้] ประวัติการทำงาน

พ.ศ. 2525 – พ.ศ. 2528 ทนายความ สำนักงานกฎหมาย ดร.อุกฤษ มงคลนาวิน
พ.ศ. 2528 – พ.ศ. 2540 รองผู้ว่าการฝ่ายกฎหมายและกรรมสิทธิ์ที่ดิน (ตำแหน่งสุดท้าย) การทางพิเศษแห่งประเทศไทย

[แก้] การรถไฟขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)

17 ตุลาคม พ.ศ. 2540 – 1 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

โปสเตอร์หาเสียงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครของ นายประภัสร์ ใน พ.ศ. 2551

2 ธันวาคม พ.ศ. 2548 – 4 มกราคม พ.ศ. 2550 ที่ปรึกษาการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
5 มกราคม พ.ศ. 2551 – 1 กันยายน พ.ศ. 2551 ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

[แก้] อ้างอิง

ข้อมูลจากเว็บไซต์ของรถไฟฟ้ามหานคร
ข้อมูลจากเว็บไซต์ของพรรคพลังประชาชน
10 นโยบายกรุงเทพฯ อยู่สบาย จากเว็บไซต์ของพรรคพลังประชาชน
ว่าที่ผู้ว่าฯประภัสร์ จงสงวน ฝันให้คนกรุงคิดถึง"บ้าน"

(ก็จะแนะนำผู้สมัครของทุกพรรคที่มีการเปิดตัวให้สมาชิกและท่านผู้อ่านได้ทราบ และท่านจะเป็นผู้ตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งว่าใครเป็นผู้ว่าในดวงใจของท่านคนต่อไปและท่านใดจะเป็นผู้ได้รับเลือกจากประชาชนชาวกรุงเทพมหานครท่านต่อไป...)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 20:00 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผู้สมัครผู้ว่า กรุงเทพมหานคร อีกท่านหนึ่ง ที่เป็นตัวเลือกของชาว กทม.ท่านอาจจะลงอิสระหรือในนามพรรคการเมือง


เกิด เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง
3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2493 (61 ปี)
อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง
สัญชาติ ไทย
รู้จักในฐานะ นักวิชาการ
สื่อมวลชน
สมาชิกวุฒิสภา
การศึกษา โรงเรียนอำนวยศิลป์
โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด
อาชีพ นักวิชาการ
สื่อมวลชน
ศาสนา พุทธ
คู่สมรส ดร.จิตริยา ปิ่นทอง
บุตร น.ส.จารีย์ ปิ่นทอง




รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง เคยได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กรุงเทพมหานคร เมื่อปี พ.ศ. 2543 ถึง พ.ศ. 2549 โดยได้รับการเลือกตั้งจากการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาครั้งแรกของไทย ในวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2543 ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ซึ่ง รศ.ดร.เจิมศักดิ์ได้เบอร์ 144 และได้คะแนนไปทั้งหมด 196,897 ถือเป็นลำดับที่ 3 ของกรุงเทพมหานคร [2] และก่อนหน้านั้นก็ได้รับเลือกให้เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2539 และเป็นหนึ่งในผู้ร่วมการขับไล่ ทักษิณ ชินวัตร ให้ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วย ได้รับแต่งตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ซึ่งในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ มีประเด็นของการเรียกร้องให้มีการบรรจุพุทธศาสนาให้เป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่ง รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ไม่เห็นด้วยกับประเด็นนี้ เพราะเกรงว่าจะก่อให้เกิดความแตกแยกกับศาสนาอื่น จึงตกเป็นเป้าโจมตีของกลุ่มผู้เรียกร้อง และเคยได้รับการแต่งตั้งให้เป็น กรรมการและโฆษกประจำคณะกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) ด้วย

ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ออกมาเปิดเผยถูกถอดรายการ "มุมมองของเจิมศักดิ์" ที่เคยจัดอยู่ในวิทยุคลื่น 105 F.M.MHz วิสดอมเรดิโอ ในช่วงเช้าวันธรรมดา โดยผู้บริหารบอกให้มีการเปลี่ยนแปลงผังรายการ

ชีวิตส่วนตัว

ชีวิตส่วนตัวสมรสกับ ดร.จิตริยา ปิ่นทอง อดีตเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็ม ณ กรุงออสโล ประเทศนอร์เวย์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็น รองปลัดกระทรวงการต่างประเทศ (นามสกุลเดิม ติงศภัทิย์ เป็นบุตรสาวของ ศ.จิตติ ติงศภัทิย์ อดีตองคมนตรีในรัชกาลปัจจุบัน) มีบุตรสาวหนึ่งคนคือ นางสาวจารีย์ ปิ่นทอง

ในปัจจุบัน รศ.ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นศาสตราภิชาน จากมหาวิทยาลัยรังสิตอีกด้วย

นี่คือเกล็ดประวัติของท่านอาจารย์ ดร.เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง






noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 5 ก.พ. 12, 20:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ดำรงตำแหน่ง
11 มีนาคม พ.ศ. 2548 – 19 กันยายน พ.ศ. 2549
นายกรัฐมนตรี พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร
สมัยก่อนหน้า นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา
สมัยถัดไป นายธีระ สูตะบุตร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ดำรงตำแหน่ง
17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 – 11 มีนาคม พ.ศ. 2548
นายกรัฐมนตรี พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร
สมัยก่อนหน้า นายกร ทัพพะรังสี
สมัยถัดไป นายแพทย์สุชัย เจริญรัตนกุล
ผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี
ดำรงตำแหน่ง
30 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 – 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2555
ข้อมูลส่วนบุคคล
เกิด 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 (50 ปี)
กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย
พรรคการเมือง ไทยรักไทย (2541 - 2549)
พลังธรรม (2535 - 2541)
คู่สมรส นายสมยศ ลีลาปัญญาเลิศ
ศาสนา พุทธ



ประวัติ

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2504 ที่กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวของนายสมพล เกยุราพันธุ์ ปัจจุบันสมรสกับนายสมยศ ลีลาปัญญาเลิศ นักธุรกิจ มีบุตร 3 คน

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี จากคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (การตลาด) และระดับปริญญาโท บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต จากสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ (GIBA)
การเมือง

คุณหญิงสุดารัตน์ เข้าสู่แวดวงการเมืองครั้งแรกในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2535 ด้วยวัยเพียงแค่ 31 ปี ได้เป็น ส.ส.ในเขตกรุงเทพมหานคร ของพรรคพลังธรรม แต่หลังจากเหตุการณ์พฤษภาทมิฬที่ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง ได้วางมือทางการเมืองแล้ว พรรคพลังธรรมก็ได้ผลัดเปลี่ยนหัวหน้าพรรคหลายคน มาจนถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นหัวหน้าพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ก็ได้สนิทสนมกับ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมกับสมาชิกพรรคอีกหลายคนซึ่งส่วนใหญ่เป็น ส.ส. ในกรุงเทพมหานคร ในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2539 พรรคพลังธรรมมี ส.ส. เหลือเพียงคนเดียว คือ คุณหญิงสุดารัตน์นี่เอง และในปี พ.ศ. 2541 เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณได้ออกมาก่อตั้งพรรคไทยรักไทย คุณหญิงสุดารัตน์ก็เป็นหนึ่งใน 23 บุคคลที่ร่วมก่อตั้งพรรคด้วย และก็ได้ร่วมงานกับทางพรรคมาจนบัดนั้น

ในปี พ.ศ. 2543 คุณหญิงสุดารัตน์ได้ลงรับสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครในนามของพรรค ได้เบอร์ 5 โดยคู่แข่งขันสำคัญ คือ นายสมัคร สุนทรเวช ผลการเลือกตั้งปรากฏว่านายสมัครชนะด้วยคะแนนที่ท่วมท้น หลังจากนั้นในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี พ.ศ. 2544คุณหญิงสุดารัตน์ได้ย้ายไปลงในระบบบัญชีรายชื่ออันดับต้น ๆ ของพรรค รวมทั้งการเลือกตั้งในปี พ.ศ. 2548 ด้วย โดยบทบาทในพรรคของคุณหญิงสุดารัตน์เป็นที่รับรู้กันว่า มีอิทธิพลสูง มีสมาชิกในสังกัดอยู่ในความดูแลหลายคน ซึ่งเป็น ส.ส. ในพื้นที่กรุงเทพมหานครทั้งหมด โดยมีฉายาที่เรียกตามชื่อเล่นที่ชื่อ "หน่อย" ว่า "เจ๊หน่อย"

ต่อมาในปี พ.ศ. 2550 ได้ถูกตัดสิทธิทางการเมืองเป็นเวลา 5 ปี เนื่องจากเป็นกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยซึ่งถูกยุบในคดียุบพรรคการเมือง พ.ศ. 2549


เลขาธิการพรรคพลังธรรม
หัวหน้ากลุ่มพลังไทย
หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งพรรคไทยรักไทย
รองห้วหน้าพรรคไทยรักไทย
พ.ศ. 2535 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 12 บางเขน ดอนเมือง หนองจอก และ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 7 บางกะปิ บึงกุ่ม ลาดพร้าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

พ.ศ. 2537 รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
พ.ศ. 2538 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 7 บางกะปิ บึงกุ่ม

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

พ.ศ. 25389สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต 7 บางกะปิ บึงกุ่ม (คนเดียวของพรรคพลังธรรม)
พ.ศ. 2544 สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย อันดับ 6

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

พ.ศ. 2548 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 7 ก.พ. 12, 13:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

กรุงเทพโพลเผย3ปีผู้ว่าฯกทม.ยังสอบผ่าน

ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ (กรุงเทพโพล) จึงได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นเรื่อง "ประเมินผลงาน 3 ปี ผู้ว่าฯกทม." คนกรุงเทพมาหนคร ให้คะแนนความพึงพอใจผลงาน กทม. ในยุค ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร 5.78 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากผลสำรวจตอนที่ ผู้ว่าฯ ม.ร.ว. สุขุมพันธุ์ ทำงานครบ 2 ปี 6 เดือน 0.11 คะแนน หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 โดยพึงพอใจผลงานด้านสุขภาพและการป้องกันโรคระบาดมากที่สุด (6.25 คะแนน) แต่พึงพอใจผลงานด้านการจราจรและระบบขนส่งมวลชนน้อยที่สุด (5.43 คะแนน) สำหรับคะแนนการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ ผู้ว่าฯกทม. ของ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ได้คะแนน 6.15 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน ซึ่งลดลงจากผลสำรวจในช่วงที่ทำงานครบ 2 ปี 6 เดือน 0.13 คะแนน หรือลดลงร้อยละ 2.1 โดยได้คะแนนด้านความขยัน ทุ่มเทในการทำงานมากที่สุด (6.60 คะแนน) แต่ได้คะแนนด้านความคิดริเริ่มสร้างสรรค์สิ่งแปลกใหม่น้อยที่สุด (5.78 คะแนน) ซึ่งเมื่อพิจารณาในแต่ละด้านเปรียบเทียบกับช่วงที่ทำงานครบ 2 ปี 6 เดือน พบว่า มีเพียงด้านความขยันทุ่มเทในการทำงานเพียงด้านเดียวที่ได้คะแนนเพิ่มขึ้น โดยเพิ่มขึ้นจาก 6.56 คะแนน เป็น 6.60 คะแนน เมื่อถามว่า "ถ้าวันนี้มีการเลือกตั้ง ท่านจะสนับสนุน ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร เป็นผู้ว่าฯกทม. หรือไม่" กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 37.9 ระบุว่าจะสนับสนุน (ลดลงจากผลสำรวจเดือน พ.ย. 54 ร้อยละ 1.4) ขณะที่ร้อยละ 18.3 ระบุว่า จะไม่สนับสนุน (ลดลงร้อยละ 11.3) และร้อยละ 43.8 ระบุว่ายังไม่แน่ใจ (เพิ่มขึ้นร้อยละ 12.7)



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 7 ก.พ. 12, 14:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผู้ว่าฯกทม. ยัน พรเทพ จากกันด้วยดี

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวยืนยัน กรณีของ นายพรเทพ เตชะไพบูลย์ ที่ลาออกจากตำแหน่ง รองผู้ว่าฯกทม. นั้น เป็นเรื่องส่วนตัว เนื่องจากได้หารือก่อนเข้ารับดำรงตำแหน่งว่า จะขอทำงานเพียง 2 ปี ซึ่งเมื่อวานนี้ตนได้พยายามโน้มน้าวขอให้ทำงานต่อ แต่ นายพรเทพ ยืนยันว่า จะลาออก ซึ่งตนก็ยอมรับ ส่วนการลาออกในครั้งนี้ ไม่มีสาเหตุจากความขัดแย้งระหว่างทีมผู้บริหาร รวมถึง ปัญหาน้ำท่วมใน กทม. ซึ่งเป็นงานหลักของ นายพรเทพ และที่ผ่านมาก็ปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี พร้อมกันนี้ ระบุว่า ตนกับนายพรเทพ เป็นเพื่อนกันมานานกว่า 30 ปี ไม่มีความจำเป็นต้องไล่ออกอย่างที่ข่าวบางกระแสลือกัน พร้อมกันนี้ได้มอบหมายให้ นายวัลลภ สุวรรณดี ประธานที่ปรึกษาผู้ว่า กทม. ดำรงตำแหน่งแทน ซึ่งตนมั่นใจว่า มีความสามารถและเหมาะสมในการทำหน้าที่ โดยงานโยธาได้มอบหมายให้ นายธีระชน มโนมัยพิบูลย์ เข้ามาดูแลแทน ส่วนงานยุทธศาสตร์และงานเทศกิจ ได้มอบหมายให้ นายวัลลภ สุวรรณดี รับผิดชอบ โดยมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ปีนี้เป็นปีสุดท้ายของการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งตนจะเร่งผลักดันสานต่อโครงการต่าง ๆ ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว

เลื่อนขึ้นไปบนสุด



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  กทม. แก้ปัญหา บริหารงาน ผู้ว่า กทม. 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม