หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เปิดปม ทำไมน้ำท่วม ? Reformthailand  (อ่าน 27 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 6 ม.ค. 12, 14:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เปิดปมปัญหาน้ำท่วม กลุ่มทุนรุกป่าใช้ที่ดินผิดประเภท
กรรมการสมัชชาปฏิรูปเร่ง “รัฐ” ทำตามสัญญาปฏิรูปที่ดินเยียวยาประชาชน
“ประเทศไทยโชคดีที่ไม่ค่อยประสบกับภัยธรรมชาติที่รุนแรงเหมือนอย่างประเทศอื่นๆ” เป็นประโยคที่ได้ยินบ่อยครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทว่าวันนี้ประโยคดังกล่าวกลับจางหายไป เพราะตลอด 2-3 ปีมานี้ คนไทยต้องประสบกับภัยทางธรรมชาติทั้งอุทกภัย และดินโคลนถล่มในเกือบทุกพื้นที่อย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ขณะที่ผู้รอดชีวิตบางรายต้องสินเนื้อประดาตัวเพราะทรัพย์สินที่เก็บหอมรอมริบมาทั้งชีวิตได้ถูกกระแสน้ำกวาดหายไปในชั่วพริบตา
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนำไปสู่การช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย มาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลทยอยออกมาเป็นระยะๆ แต่กลับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายเพราะดูเหมือนไม่มีหน่วยงานใดหยิบยกสาเหตุหลักที่เป็นต้นตอของการเกิดภัยทางธรรมชาติมาหารือเพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน
“เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์” หนึ่งในกรรมการปฏิรูปและอนุกรรมการปฏิรูปที่ดิน ฐานทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และน้ำ ในคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ระบุ ว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ประเทศต้องเผชิญกับปัญหาอุทกภัยและดินโคลนถล่มมาจากปัญหาโครงสร้างของที่ดิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปมการกระจายถือครองที่ดิน และการวางผังเมืองสิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยในเวลานี้จึงถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าถึงเวลาที่ที่จะต้องมีการปฏิรูปที่ดินทั้งระบบ
โดยในห้วงเวลา 50 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยสูญเสียป่าธรรมชาติที่สมบูรณ์ถึง ๘๐ ล้านไร่ ซึ่งทำให้ระบบนิเวศป่าซึ่งมีความหลากหลายทางชีวภาพ ถูกทำลายไปเป็นจำนวนมาก ผ่าน “กลโกง” ของนายทุน ทั้งการถางป่าแล้วนำไปสร้างหลักฐานกู้เงินจากสถาบันการเงิน เมื่อที่ดินถูกยึดขายทอดตลาด ก็สามารถซื้อกลับมาได้เป็นที่ดินที่ถูกกฎหมาย รวมไปถึงการกว้านซื้อที่ดิน “ผ่านนอมินี”ของชาวต่างชาติ
ที่สำคัญยิ่งคือปัญหาการจัดสรรที่ดินโดยโครงการจัดที่ดินเพื่อช่วยเหลือคนจนที่ไร้ที่ดินต่างๆ ของรัฐ ถูกเปลี่ยนมือมาเป็นของนายทุน และผู้ครอบครองที่ไม่ได้ไร้ที่ดินทำกินมากกว่าครึ่ง ทำให้เกษตรกรผู้เคยได้รับการจัดสรรที่ดินจากรัฐ ต้องกลับไปถางป่าใหม่เมื่อพื้นที่ป่าถูกทำลายทำให้ไม่มีต้นไม้ที่คอยชะลอการไหลของน้ำจึงทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างที่เกิดขึ้น “เพิ่มศักดิ์” ยังมองว่า การที่อำนาจการจัดการทรัพยากรที่ดินอยู่ในอำนาจของรัฐหรืออยู่ในกลไกตลาด โดยที่ไม่ได้อยู่ในมือของเกษตรกร ส่งผลให้การบริหารจัดการน้ำทำได้ลำบาก
“เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง ต้องเช่าที่นายทุน เมื่อเป็นเพียงคนเช่าที่นา ก็ทำให้ไม่มีอำนาจที่จะตัดสินใจเรื่องการบริหารจัดการน้ำ ขณะเดียวกันกลไกของการชลประทานอยู่ในมือของกรมชลประทาน ซึ่งไม่ได้รับฟังความเห็นของเกษตรกรแต่อย่างใด ซึ่งการจะดำเนินการผันน้ำหรือใดๆ มาจากความคิดของคนเพียงไม่กี่คนเท่านั้น”กรรมการปฏิรูปและอนุกรรมการปฏิรูปที่ดิน ฐานทรัพยากร สิ่งแวดล้อม และน้ำ ในคณะกรรมการสมัชาปฏิรูประบุ
อย่างไรก็ตาม อาจารย์เพิ่มศักดิ์ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า เมื่อขาดข้อมูลรอบด้าน ขาดการคานอำนาจระหว่างเกษตรกรและผู้ตัดสินใจ ทำให้การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมจึงเกิดขึ้นอย่างไม่เป็นระบบ
นอกจากกรณีดังกล่าวแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าเป็นห่วงเกี่ยวกับสถานการณ์ที่ดินในประเทศไทยอีกประเด็นหนึ่งคือ
ข้อพิพาทในการถือครองที่ดินวังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการจัดการที่ดินของรัฐและปัญหาในเชิงกฎหมายที่เรื้อรังมานาน ที่ดินวังน้ำเขียวในทุกวันนี้มีทั้งที่ดินที่บุกรุกเขตอุทยาน และพื้นที่ที่ผู้ครอบครองไม่มีสิทธิตามกฎหมายต้องถูกเพิกถอนสิทธิ ซึ่งปัญหาดังกล่าวยังเกิดขึ้นในพื้นที่ทั่วประเทศ ในลักษณะคล้ายๆกันนั่นก็คือชาวบ้านได้ที่ ส.ท.ก. หรือที่ส.ป.ก.แล้วขายสิทธิให้แก่นายทุน โดยผู้มีอิทธิพลที่มีนักการเมืองหนุนหลัง จะนำเอาที่ ส.ป.ก.ไปออกหนังสือเอกสารสิทธิโดยมิชอบ ซึ่งถือเป็นการใช้ที่ดินผิดวัตถุประสงค์เดิม โดยภาระก็ต้องกลับมาตกอยู่ที่รัฐที่ต้องหาที่ดินทำกินใหม่ให้กับเกษตรกร ทรัพยากรของชาติก็จะตกไปอยู่ในมือนายทุน และผู้มีอิทธิพล วงจรนี้จะหมุนเวียนไปไม่มีที่สิ้นสุด
วงจรปัญหาที่เกิดขึ้นนี้คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูปได้เสนอทางออกผ่านข้อเสนอการปฏิรูปการจัดการที่ดินเพื่อการเกษตรไว้ หลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระจายและการกำหนดเพดานการถือครองที่ดินที่จะสามารถจำกัดความเหลื่อมล้ำทางสังคมได้และขจัดปัญหานายทุนครอบครองที่ดินโดยมิชอบได้
“หัวใจสำคัญคือมาตรการจำกัดการถือครองที่ดินไม่เกิน 50 ไร่ เพื่อเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ที่ถือครองที่ดินได้ทำการถือครองและใช้ประโยชน์เพื่อการเกษตรอย่างแท้จริง อันจะส่งผลให้เกิดแรงจูงใจในการผลิต มีความเป็นธรรม มีความสามารถในการแข่งขันและลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเกษตรรายย่อยและเกษตรกรรายใหญ่หรือกลุ่มธุรกิจให้น้อยลง” อาจารย์เพิ่มศักดิ์กล่าวย้ำถึงหัวใจของการปฏิรูปที่ดิน

ติดตามต่อได้ที่
www.facebook.com/weReformThailand

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม