หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: "รับจำนำข้าว หรือ ปล้นลอกคราบ"...???  (อ่าน 354 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 14 ก.ย. 11, 09:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
"รับจำนำข้าวหรือปล้นลอกคราบ"...???

q*021q*021q*021



ผมว่า...ยุคระบอบทักษิณนี่ ๓๖๕ วัน เป็น "วันอังคาร" ทุกวันดีมั้ย จะได้ประชุม ครม.ย้ายข้าราชการให้มันจมเขี้ยวทุกวันไปเลย เอาคนนอกเครือข่ายออกไป เอาคนในเครือข่ายเข้ามา ส่งไปยึดตามจุดสำคัญทั่วประเทศไว้ให้หมด คู่ขนาน "หมู่บ้านแดง" สู่ปฏิบัติการ "แดงทั้งแผ่นดิน" เพื่อการเปลี่ยนแผ่นดินที่ไวขึ้นไงล่ะ?

ตั้งแต่เข้ารับหน้าที่บริหารต้นสิงหา ถึงวันนี้ งานหลักที่ขึ้นหน้า-ขึ้นตาของรัฐบาลยิ่งลักษณ์มีงานเดียว คือ "ล้างบางแทนล้างแค้น" มันทุกวัน
และก็ไม่เข้าใจว่า บรรดารัฐมนตรีรวมถึงนายกฯ จะโง่เง่าเต่าตุ่นอะไรกันนักหนา จึงต้องเกณฑ์ผู้คนมากมาย หมู-หมา-กา-ไก่ ก็แทบไม่เว้น เอามาตั้งเป็นที่ปรึกษาบ้าง ผู้ช่วยบ้าง ผลาญเงินแผ่นดิน
ยั้วเยี้ยไปหมด!?

ขนาดนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ อดีตเลขาฯ ส่วนตัวอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ "นายชัช ชลวร" ผู้อื้อฉาวคดีคลิปลับ ก็ยังอุตส่าห์เอามาตั้งเป็น "ที่ปรึกษารัฐมนตรีสาธารณสุข" มันเท่ากับยอมรับว่า สิ่งที่ทำขึ้นมาหลอกลวงสังคมครั้งนั้น แท้ที่จริงแล้ว

ฝ่ายทำเทปลับ-เลขาฯ ส่วนตัวประธานศาลรัฐธรรมนูญ, ฝ่ายเอาเทปลับมาแฉปรักปรำผู้อื่น-นปช.เพื่อไทย ไม่ใช่คนอื่นไกล เป็นคนร่วมขบวนการกันมาแต่ต้น!?

เอาละ...ไม่ละอายก็ทำไป แต่วันนี้มาคุยกันเรื่องรัฐบาลรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต ๒๕๕๔/๒๕๕๕ กันดีกว่า ให้รู้และเก็บไว้ตรวจหวย เพราะลงท้ายแล้ว มันจะออกมาตรงเป๊ะกับสมัยทักษิณ



q*021q*021q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 14 ก.ย. 11, 09:57 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


มติ ครม.วานนี้ (๑๓ ก.ย.) รับจำนำตั้งแต่ ๗ ต.ค.๕๔-๒๙ ก.พ.๕๕ มีระยะเวลาให้ไถ่ถอน ๔ เดือน นับจากวันจำนำ ในวงเงินดำเนินการ ๔ แสนล้านบาท รายละเอียดราคา/ชนิดข้าว/ความชื้นไม่เกิน ๑๕% ดังนี้

๑.ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ ๒๐,๐๐๐ บาท

๒.ข้าวเปลือกหอมจังหวัด ตันละ ๑๘,๐๐๐บาท

๓.ข้าวเปลือกปทุมธานี ตันละ ๑๖,๐๐๐ บาท

๔.ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดยาว ๑๐% ตันละ ๑๖,๐๐๐ บาท

๕.ข้าวเปลือกเหนียวเมล็ดสั้น ๑๐% ตันละ ๑๕,๐๐๐บาท

๖.ข้าวเปลือกเจ้า ๑๐๐% ตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท

๗.ข้าวเปลือกเจ้า ๕% ตันละ ๑๔,๘๐๐ บาท

๘.ข้าวเปลือกเจ้า ๑๐% ตันละ ๑๔,๖๐๐ บาท

๙.ข้าวเปลือกเจ้า ๑๕% ตันละ ๑๔,๒๐๐ บาท และ

๑๐.ข้าวเปลือกเจ้า ๒๕% ตันละ ๑๓,๘๐๐ บาท


q*021q*021q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 14 ก.ย. 11, 09:58 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


การรับจำนำดังกล่าว จะไม่จำกัดทั้งปริมาณข้าวเปลือกที่จะเข้าโครงการรับจำนำ และปริมาณข้าวเปลือกที่เกษตรกรแต่ละรายจะนำมาเข้าโครงการ
แต่ต้องเป็นข้าวเปลือกที่เกษตรกรปลูกเองในฤดูกาลผลิต ๒๕๕๔/๒๕๕๕ และต้องมีหนังสือรับรองเกษตรกรของกรมส่งเสริมการเกษตร และเกษตรกรลงชื่อรับรองตัวเอง

ครับ...ก็เกษตรกรปลูกเองทั้งนั้นแหละ ควายปลูกไม่ได้หรอก กติกาไก๋ๆ แบบนี้ มันก็ "เปรมมันนี่" ไปเท่านั้น แต่สภาพที่เห็นขณะนี้ นามีแต่น้ำ ไม่มีข้าว ก็เลยสงสัยว่า การรับจำนำนั้น รับจำนำข้าวชาวนา หรือรับจำนำข้าวพ่อค้า-โรงสี?

แต่อย่าพูดเลย เดี๋ยวเขาจะว่า ยังไม่ทันได้ทำก็ติแล้ว ฉะนั้น วันนี้ไม่พูดล่วงหน้า แต่จะเอาการรับจำนำข้าวในอดีต-สมัยทักษิณมาให้ดู ฉาวโฉ่ขึ้นตอนปี ๒๕๕๐ ยุครัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ "เกษตรซิตี้ดอตคอม" เขาบันทึกเป็นข้อมูลจากข่าว "ฐานเศรษฐกิจ" เมื่อ ๒ ก.พ.๕๐ ไว้ตอนหนึ่งว่า

ตะลึงข้าวจำนำเน่าล้นโกดัง: ยุคทักษิณปล่อยข้าวจำนำเน่าคาโกดัง ผู้รับฝากเก็บสุดทนเปิดให้ดูจะจะ...ตะลึง กองกระสอบข้าวล้มระเนนระนาด ทั้งแมลง มอด ฝุ่นฟุ้ง โวยค้างค่าเช่าเพียบ แฉบริษัทชนะประมูลไม่ยอมรับข้าวออกจากโกดังร่วมล้านตัน รวมสต็อกรัฐบาลที่ยังไม่เปิดประมูลอีกร่วม ๓ ล้านตัน

q*021q*021q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 14 ก.ย. 11, 10:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


ผู้สื่อข่าว "ฐานเศรษฐกิจ" เข้าไปตรวจสอบพร้อมกับรายงานว่า สภาพข้าวในโกดังที่รัฐฝากเก็บมีสภาพข้าวเริ่มเหลือง กระสอบข้าวสารที่ตั้งเรียงเป็นกองสูงล้มลง กระสอบข้าวแตก มีแมลงต่างๆ มอด บินฟุ้งเต็มไปหมด ไม่สามารถยืนอยู่ภายในบริเวณโกดังได้นาน เพราะแมลงจะเข้าหู เข้าตา และติดตามตัว หนำซ้ำผนังโกดังชำรุดแตกพังลง ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ของบริษัทที่พาไปดูว่า แม้แต่บริษัทรมยาข้าวยังไม่กล้าเข้าไป เพราะอันตรายทั้งจากกองข้าวที่จะล้มลงและแมลงต่างๆ

นายสมพงษ์ยอมรับว่า สภาพโกดังที่แตกและชำรุดส่วนหนึ่งเกิดจากสภาพน้ำท่วมเมื่อปี ๒๕๔๙ ทำให้อาคารโกดังทรุด ร้าวและพังลงในที่สุด แต่ความจริงแล้วข้าวสารที่ฝากเก็บไว้ในโกดังของบริษัท เป็นข้าวสารตามโครงการรับจำนำตั้งแต่ปี ๒๕๔๖/๔๗ และปี ๒๕๔๗/๔๘ ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศได้นำมาประมูลขายเมื่อปี ๒๕๔๘ มีบริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง ชนะประมูล และบริษัทต้องขนข้าวออกจากโกดังไปตั้งนานแล้ว แต่ปรากฏว่าจนถึงบัดนี้ยังไม่ยอมขนออก

q*021q*021q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 14 ก.ย. 11, 10:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 


ครับ...นี่คือตัวอย่าง "ข้าวประชานิยม" รับจำนำราคาสูงๆ แล้วต้องเช่าโกดังเก็บ ขายก็ไม่ได้ ขายขาดทุนเพราะราคาตลาดไม่ถึง เก็บนานก็เน่าเสีย ลงท้ายก็อย่างที่เป็นข่าวปีที่แล้ว รับจำนำไว้ตันละ ๑๕,๐๐๐ ฉิบหายไปร่วม ๒ หมื่นล้าน ขายเอาทุนคืนไม่ได้แล้ว แถมยังต้องเสียค่าจ้างขนไปกลบฝังทิ้งอีกตะหาก!

เอ้า..เดี๋ยวจะว่าเป็นข้อมูลฝ่ายตรงข้ามทักษิณมั้ง ดูข้อมูลฝ่ายไม่ตรงข้ามบ้างก็ได้ เอามาจาก "สันติบาตสหกรณ์แห่งประเทศไทย" เขาบันทึกไว้เมื่อ ๒๐ ต.ค.๕๑ บางส่วน ดังนี้

จากการรวบรวมสถิติการรับจำนำข้าวของ "นายอนันต์ ดาโลดม" อดีต ส.ว.สุราษฎร์ธานี พบว่า นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน รวมเวลา ๘ ปี ประเทศไทยต้องใช้เงินสำหรับค่าใช้จ่ายในการรับจำนำข้าวไปแล้วเป็นเงินกว่า ๒๙๗,๐๐๐ ล้านบาท จำนวนข้าวที่รับจำนำประมาณ ๓๐ ล้านตันข้าวเปลือกแยกเป็นเงินที่จ่ายเป็นค่าข้าวที่รับจำนำ ๒๗๗,๐๐๐ ล้านบาท และค่าบริหารจัดการขององค์การตลาดเพื่อเกษตรกร (อ.ต.ก.), องค์การคลังสินค้า (อคส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สำหรับเป็นค่าเช่าโกดัง เบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ ค่าปรับสภาพข้าวรวมอีกกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท นับเป็นวงเงินมหาศาลสำหรับการแทรกแซงราคาสินค้าเกษตรเพียงชนิดเดียว และเป็นที่กังขาไปทั่วว่า เม็ดเงินที่ใช้ไปตกถึงมือเกษตรกรตัวจริงมากน้อยเพียงใด เพราะเส้นทางการรับจำนำข้าวเป็นที่ทราบกันดีว่า มีการรั่วไหลในทุกขั้นตอน

ทั้งยังเป็นแหล่งทำมาหากินของนักการเมือง และพ่อค้าที่จ้องหาผลประโยชน์จากโครงการนี้เรื่อยมา จนกลายเป็นประเพณีนิยมที่ต้องประกาศรับจำนำข้าวแทบทุกฤดูกาลผลิต.

q*021q*021q*021

ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต

http://www.thaipost.net/news/140911/44991
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 14 ก.ย. 11, 10:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สงสัยยังเช้าอยู่ค่ะคุณlumtakong

อ่านแล้วสองครั้ง

คิมยังงอยู่ คงต้องอ่านอีก

อ่านอย่างช้าๆ หลายรอบ

คิมนี่ สมองไม่ดีเลย

ขอบคุณคุณlumtakongค่ะ q*039

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 14 ก.ย. 11, 11:02 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอแจมด้วยครับ!!



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 14 ก.ย. 11, 11:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
มีอีก..มากมาย ผืนนาไทย!!


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 14 ก.ย. 11, 13:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

RE: การจำนำ และ การประกัน ราคาข้าว
ระบบประกัน โดยระบบ รัฐบาลมาร์คจะประกาศ ราคาออกมา 2 ตัว คือ หนึ่งราคาประกัน กับ ราคากลาง

ราคาประกัน เป็นราคา นโยบายที่ประกาศโดยรัฐบาล ส่วนราคากลางกระทรวงพาณิชย์ จะเป็นคนประกาศทุกสัปดาห์
เช่น รัฐบาล ประกาศประกัน 12000 บาทต่อตัน แต่สัปดาห์นั้น กระทรวงพาณิชย์ประกาศราคากลาง 9000 บาท
การชดเชย รัฐบาลจะชดเชยให้ จากส่วนต่างราคานโยบาย กับราคากลาง ดังนั้นกรณีนี้จะชดเชยให้ 3000 บาทเท่านั้น

เมื่อชาวนา เอาข้าวไปขายให้โรงสี ได้ราคาจริง สมมุติ 6000 บาท รวมกับ 3000 บาท ดังนั้น ความจริงชาวนาจะได้ 9000 บาทเท่านั้น

จุดอ่อนสำคัญ ของประเด็นเรื่องประกัน คือ
1. วิธีที่ มาร์คใช้มันทำให้ราคาข้าวตกต่ำลงทุกวัน ระบบนี้ คนที่ได้ประโยชน์จริงจึงเป็นผู้ส่งออกกับโรงสี
ทำไมอย่างนั้น กลไกตลาดไงครับ
ชาวนา ในประเทศมีเป็น ล้าน ราย โรงสีมี สามพันกว่าราย พ่อค้าส่งออก ร้อยกว่าราย
พ่อค้าส่งออกรวมหัวกัน กดราคา มาโรงสี โรงสีก็กดต่อ
เมื่อพ่อค่้าส่งออก ได้ข้าวมาถูก ก็ไปแข่งในตลาดโลกด้วยการตัดราคา ดังนั้นราคาข้าวจึงมีแต่สาละวันเตี้ยลง
จึงมีคนบอกว่า รัฐบาลมาร์ค ทำให้คนทั้งโลกกินข้าวถูก

2. การประกาศประกัน รัฐบาลไม่ได้เอาข้าวจากชาวนา เลยใช้วิธีลงทะเบียนจากจำนวนที่ดินที่มี
จึงเป็นปัญหา เพราะชาวนาจำนวนมากไม่ได้เป็นเจ้าของแต่เป็นเพียงผู้เช่า เงินชดเชยนี้จึงตกแก่เจ้าของที่ แทนที่จะเป็นชาวนา

ส่วนจำนำที่ ทรท ใช้ มันเป็นระบบที่แทรกแซงตลาด
คือ รัฐบาลจะประกาศราคาจำนำ ชาวนาที่จะจำนำ ต้องเอาข้าวมาจำนำ ชาวนาจะได้ราคาข้าวในราคาเต็มที่ประกาศจำนำ
แต่ถ้า ราคาตลาดแพงกว่าที่จำนำ ชาวนาก็สามารถถอนจำนำมาขายให้โรงสีได้

การจำนำ เป็นกลไกแทรกแซงตลาดอย่างไร

เมื่อชาวนา เอาข้าวมาจำนำกับรัฐบาล จำนวนข้าวในตลาดก็ลดลง ดังนั้นโรงสี กับผู้ส่งออก(ซึ่งเขายังต้องทำมาหากินเพราะเป๋นอาชีพ)ที่มี ใบสั่งซื้ออยู่แล้ว เขาต้องรีบเข้ามาซื้อข้าวแข่งกับรัฐบาล ราคาที่เขาซื้อก็อาจถูกกว่าราคาประกาศจำนำเล็กน้อย แต่ชาวนาก็ยินดีขายให้ เพราะโรงสีมาซื้อถึงที่ ไม่ต้องเสียค่าจัดการขนส่งข้าวให้รัฐบาล รัฐบาลจึงไม่จำเป็นต้องหาเงินมาซื้อข้าวทั้งหมดจากชาวนา


จะเห็นว่าในระบบประกัน รัฐบาลไม่ต้องทำอะไร นอกจากประกาศตัวเลขกลางแล้วจ่ายเงิน
แต่การจำนำ นั้น ในแง่รัฐบาลมีงานมาก ต้องมีฝีมือบริหารจัดการ คือ
1. มีข้าวที่ต้องมาเก็บรักษา และหาจังหวะและวิธีขายโดยไม่ให้ ราคาตลาดเสีย
2. ต้องออกไปเปิดตลาดทำตลาด ดึงราคาข้าวในตลาดโลกให้สูงกว่า ราคาจำนำ เพื่อรัฐบาลจะไม่ได้ขาดทุนจากการจำนำ
และเมื่อราคาตลาดโลกสูง พวกโรงสีกับผู้ส่งออก ก็จะยิ่งมาแย่งกันซื้อแทนรัฐบาล

ข้อมูลอดีต

ทรท ใช้เงิน ประมาณ 70,000 ล้านในการจำนำข้าว และเมื่อขายข้าวไป ปรากฏว่า ขาดทุนไปประมาณ 15,000 ล้านบาท อันนี้รวมการคอรัปชั่นและบริหารจัดการแล้ว การที่รัฐบาลจะขาดทุนตรงนี้มากหรือน้อย อยู่ที่ฝีมือบริหารจัดการราคาตลาดโลกเป็นสำคัญ จึงมีการพูดว่าถ้าทำวิธีนี้เราต้องจับมือกับเวียดนาม และประเทศที่ส่งออกข้าว ว่าไม่มองเป็นคู่แข่งแต่เป็นพันธมิตร เพื่อช่วยกันยกราคาข้าว

ปชป ทำประกัน ใช้เงินไปปีละ 35,000 ล้านบาท เงินจำนวนนี้จ่ายแล้วหมดไป เพราะรัฐไม่มีข้าวขายเอาเงินคืน

โดยสรุป จำนำ รัฐบาลขาดทุน หรือเปลี่ยนเป็นว่าใช้งบประมาณ ไป 15,000 ล้านบาท ชาวนาได้เงิน 12,000 บาทต่อตัน
ประกัน รัฐบาลจ่าย 35,000 ล้านบาท ชาวนาได้ราคาข้าว 9,000 บาทต่อตัน (รวมการชดเชยแล้ว)

1. อย่างนี้ ตอบได้หรือยังว่า อะไรดีกว่าสำหรับชาวนา และประเทศ
2. ถ้าเทียบ 2 วิธี จะเห็นว่าการประกัน รัฐต้องจ่ายเงินงบมากกว่า 20000 ล้าน แต่เงินที่ชาวนาได้ ยังขาดหายไปอีก ตันละ 3000 บาท(เมื่อเทียบจำนำ ประเทศไทยผลิตข้าวปีหนึ่งประมาณ 30 ล้านตัน ดังนั้นเงินชาวนาหายไป 30X3000 = 90,000 ล้านบาทเอง)
ถามว่าเงิน 2 จำนวนนี้ แสนกว่าล้านหายไปไหน คำตอบ ก็คือกำไรของพ่อค้าไง รวมกับชาวโลกที่กินข้าวถูกลง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 14 ก.ย. 11, 20:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
จะอย่างไรเสีย...ในเมื่อเขาต้องการจำนำ ก็ต้องปล่อยให้เขาทำไป...
ครม.เงา ก็อย่าเอาเวลาไปเล่นเกมส์ทางด้านอื่น...ก็พยายามตรวจสอบให้ถึงกึ๋น
เพราะคุณรู้อยู่แล้ว..จำนำข้าวกับประกันข้าว ต่างฝ่ายต่างก็บอกว่าของตนดี
ของคนอื่นมีข้อด้อย ข้อเสียกว่าตน....ก็ต้องดูเขาทำหรือบริหารกันไปยุคใคร
ยุคมัน...เพราะนั่นมันการเมือง ไม่มีใครอยากจะทำซ้ำกับของของใครหรอก
อะนะ...ฝ่ายใดขึ้นมาก็ต้องหาเรื่องยกเลิกของฝ่ายเดิมก่อนทั้งนั้น...มันเป็น
ปกติของสังคมการเมืองแบบไทย ๆ ไปแล้ว...อันที่ดีอยู่แล้ว มักจะต้องมีอัน
เป็นไป เพราะเขาคิดกันได้แค่นี้ พวกนักการเมือง...คือไม่อยากเลียนแบบ..
กลัวเสียฟอร์ม...หรือไม่ก็ถูกกดดันจากคนในพรรคนั้น ๆ เอง ฝ่ายที่มีเอี่ยว
หรือโอกาสที่จะหยิบชิ้นปลามันจากโครงการ...กินกันง่าย ๆ ไม่ต้องออกแรง
มาก ปิดจุดอ่อน...ซ่อนจุดแตกต่าง...ทำอย่างตรงไปตรงมา แต่ซิกแซกแบบ
จับกันไม่ได้..อะไรเทือกนั้น...

ดังนั้นฝ่ายค้านก็ต้องตามเกมส์ให้ทัน..แต่อย่าปั่นหรือแต่งเรื่อง หรือจินตนาการ
กันขึ้นเอง...เพื่อหวังผลอะไรบางอย่างก็แล้วกัน...ต้องเข้มข้นใน
เรื่องขั้นตอนต่าง ๆ งบประมาณมันไปรั่ว หรือมั่วอยู่จุดไหนกันบ้าง ใครเป็นใคร
ในกรณีที่เป็นเจ้าของโกดัง...ใครกันบ้างที่จ้างมา...เอากันมันทุกย่างก้าว..
เงินมันถึงมือชาวนาจริงหรือเปล่า ข้าวมันมีกันอยู่ในสต๊อกกันจริงไหม...
มันมีการสวมสิทธิ์ หรือกักตุนกันไว้ก่อนหน้าที่โครงการจะเริ่มต้นหรือเปล่า
เอาหลักฐานมากาง และบอกกัน...ประชาชนจะตัดสินมันเอง เพราะเม็ดเงิน
วงนี้ มันมีกันเป็น6-7 แสนล้านบาท...ต้องบริหารจัดการให้ดี ๆ ดูซิมันจะ
ซิกแซกกันวิธีไหนกันได้อีก...ถ้าหากยังมีการโกงกินประจานกันออกมา
นั่นก็เท่ากับว่า การจำนำแบบนี้ ไม่ต้องเอามาคิดทำกันอีกต่อไปในอนาคต
และไม่ต้องมาโปรโมทกัน ให้เกิดความเสียหายกันได้อีกเลย...
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 14 ก.ย. 11, 23:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมมองเรื่องนี้เป็นสองมุมครับ

แต่ถ้าจะให้ดีแนะนำอ่านบทความในกระทู้นี้ก่อนนะครับ

http://webboard.news.sanook.com/forum/?topic=3492158


ตามโครงการมีระยะเวลาให้ไถ่ถอน ๔ เดือน นับจากวันจำนำ ในวงเงินดำเนินการ ๔ แสนล้านบาท

อันดับแรก ถ้าคุณเป็นนักธุรกิจ

ถ้าคุณนำเงินไปลงทุนทั้งหมด จะมีกำไร ขั้นต่ำ 10 % ต่อเดือน

คือ มากกว่าหรือเท่ากับ 40,000 ล้านบาท ต่อเดือน


ถ้าคูณด้วย 4 เดือน จะมีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 185,640 ล้านบาท

มีใครงงไหมครับ

q*021q*021q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 14 ก.ย. 11, 23:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
ข้อที่สอง

เม็ดเงินลงทุนในฤดูการเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ใช้เงินประมาณ 35,000 ล้านบาท

ในโครงการประกันรายได้

ข้อดีคือ

1. ชาวบ้านนาแร้ง นาล่ม ก็มีส่วนต่าง ในการชดเชย เพราะลงทุนไปแล้ว อย่างน้อยก็ได้ทุนคืน

2. อย่าบอกว่า เงินไปตกอยู่ที่นายทุนเจ้าของที่ครับ ตัวเลขจากการประเมิน มาจากชาวนาตัวจริง เสียงจริง ถึงแม้ ไม่ใช่ที่ดินของตัวเอง

3. ไม่หลอกตัวเองว่า จำนำ แล้วไม่อยากไปไถ่ถอน เพราะราคาซื้อขายจริง นั้นต่ำกว่า ราคารับจำนำ

4. รัฐ สามารถเข้าไปแทรกแซงราคาได้บ้างเป็นครั้งคราว เพื่อเป็นการกระตุ้นราคา แต่ไม่บิดเบือนราคาตลาด มากจนเกินไป

ฯลฯ

q*021q*021q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 14 ก.ย. 11, 23:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ข้อ 5 ลำดับสุดท้าย

โครงการจำนำ

ใช้เม็ดเงินสุทธิ 4 เดือน เท่ากับ 400,000 ล้านบาท

ส่วนโครงการประกันรายได้

ใช้เม็ดเงินสุทธิ 4 เดือน เท่ากับ 35,000 ล้านบาท

ส่วนต่าง เท่ากับ 365,000 ล้านบาท ตลอดระยะเวลาของโครงการ

แต่ถ้านำเงินส่วนต่างตรงนี้ แบ่งไปดูแลชาวไร่ แบ่งไปดูแลชาวสวน แบ่งไปดูแลค่าน้ำมันและค่าแก็ส เพื่อลดต้นทุนค่าขนส่ง ฯลฯ

แล้วนำเงินส่วนที่เหลือมาหาร 3

นำ 2 ส่วนไปลงทุน อีก 1 ส่วนเก็บเข้าคลังหลวง

เผื่อไว้บ้าง วิกฤตต้มยำกุ้งหรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จะมาเยือนเมืองไทยในวันข้างหน้า

เพียงแค่ 1 ส่วน ก็ยังสามารถทำกำไร มาหักลบกับส่วนที่ขาดทุนไปได้ครับ

q*021q*021q*021


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
k542
เรทกระทู้
« ตอบ #13 เมื่อ: 15 ก.ย. 11, 00:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คิมเข้ามาบอกว่า หายงงแล้วค่ะ

ขอบคุณมาก q*014

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #14 เมื่อ: 15 ก.ย. 11, 09:53 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*021

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ลอกคราบ ปล้น จำนำข้าว 

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม