หน้า: 1 2  ทั้งหมด

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: จดหมายจากเมียน้อย  (อ่าน 42786 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« ตอบ #45 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 14:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

ที่มาคุยในบอร์ดก็เพราะอยากเล่านั่นแหล่ะคุณปู่ q*023

แม่ดุ้ยยี่สิบปลายๆ เมื่อสิบปีก่อนค่ะ q*021
ตอนนี้ถ้าเป็นฝรั่งเขาบอกว่าชีวิตกำลังเริ่มต้น life begin at forty ไม่รู้จะได้เริ่มครอบครัวใหม่หรือเปล่า??

คือที่มาคุยเรื่องนี้ ทั้งๆที่เรื่องมันเริ่มตั้งแต่หลายปีก่อน ก็เพราะเพิ่งเจอจดหมายรักของพวกเขา
มันเพิ่งชัดเจน หลังจากที่ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เรารู้สึกได้ว่าสามีเปลี่ยนแปลง ถึงแม้จะรู้ว่าเขาโทร.คุยกัน
เจอกันตลอด เขาทั้งคู่ก็ยังยืนยันว่าเป็นเพียงเพื่อนร่วมงานที่ดีต่อกัน คุยกันได้ทุกเรื่อง โดยที่ต่างคนต่างแยกย้ายกันไปทำงานคนละจังหวัดแล้วก็ตาม

มันเป็นเรื่องรบกวนความผาสุกในใจมาตลอดเวลาอันยาวนาน แต่เราจะพูด หรือทำอะไรมากไม่ได้ เพราะไม่มีหลักฐาน เขาทั้งคู่อาจบอกว่าเป็นเรื่องอดีต แต่เราจะเชื่อได้หรือกับชายหญิงที่ประพฤติไม่น่าเชื่อถือขนาดนั้น

พอหลักฐานโผล่ แม่ดุ้ยถึงได้มีโอกาสสะสางไงคะ แต่ไม่เคลียร์ซะทีเดียว เพราะเขาบอกเรื่องจบไปแล้ว ไม่ต้องรื้อฟื้น (ใจเราไม่เชื่อว่าจบจริงๆ เพราะเขามีโอกาสเจอกันเรื่อยๆ อย่างที่เคยบอก)

จริงๆเราไม่ได้ต้องการฟื้นฝอยให้เจ็บปวดหรอด เพียงแต่อยากฟังคำขอโทษจากเขาที่ทำผิดต่อครอบครัว
แต่ไม่มีหรอกค่ะ ราวกับว่าสิ่งที่เขาได้ทำลงไปมันถูกต้องสวยงามแล้ว แต่เขาก็บอกว่าไม่มีอีกแล้ว (ต้องเชื่อคนที่โกหกมาตลอดด้วยหรือ??)

ทุกวันนี้สามียังทำงานต่างจังหวัดค่ะ กลับเสาร์-อาทิตย์ ถ้าแม่ดุ้ยมัวแต่ตามระแวง จับผิด ก็คงไม่มีเวลาทำกิจกรรมอื่นอีกละ

วันนี้ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะกลับหรือเปล่า เพราะไม่คุยกันมาสองสามวันแล้วค่ะ ให้ต่างคนต่างนิ่งค่อยว่ากันใหม่

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #46 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 14:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
โห..แม่ดุ้ยยี่สิบปลายๆ เองหรอคะ..จากทีอ่านดูแล้วรู้สึกเหมือนมีวุฒิภาวะสูงมากกว่าอายุอีก..เคยประสบปัญหานี้กับตัวเองเหมือนกันค่ะ..แต่ทุกวันนี้พยายามลืมๆ ไป ไม่งั้นคงไม่สามารถมีความสุขในชีวิตได้อีกเลยค่ะ..เมื่อก่อนเชื่อมาตลอดว่าสามีเป็นคนดีมาก ไม่เคยที่ต้องคิดระแวงอะไรเลย แล้ววันนึงก็มาพบข้อควาวมเหมือนๆ แม่ดุ้ย ความรู้สึกดีๆ จากร้อยเหลือเพียงแค่ศูนย์เลยค่ะ บางวันซึ่งเปนวันพิเศษที่เราจำได้เราก็ได้แค่โทรหา ส่วนทางนู้นเ้ค้ากลับมีมื้ออาหารที่แสนจะโรแมนติคกัน..TT ทุกวันนี้ได้แต่ทำใจค่ะ ไม่รู้จะทำอย่างไรดี..แล้วแต่บุญแต่กรรมค่ะ

เข้าใจเป็นอย่างยิ่งค่ะ ความเชื่อมั่นศรัทธา ความรู้สึกผูกพันมันลดลงจริงๆ แต่ชีวิตมันก็ต้องดำเนินต่อไปตามทางที่มันควรจะเป็น ทั้งนี้ทั้งนั้นคงไม่ต้องทนจนไร้ค่า ไร้สุข แม่ดุ้ยเอง ณ.ตอนนี้ยังไม่ได้สรุปเลยนะคะ ยังรอโอกาสที่เหมาะสม เพราะคุยทางโทรศัพท์ ไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว กลับมาบ้านคุยต่อหน้าคนอื่น โดยเฉพาะลูกๆก็ไม่ได้
แม่ดุ้ยมองว่าเรื่องพวกนี้ ในเมื่อแต่งงานแล้ว มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัว และเป็นปัจจุบันเสมอ เราคิดว่าเราไม่รู้จักคนๆนี้ ถ้าคิดจะเริ่มต้นก็ต้องปรับพฤติกรรมกันใหม่ แล้วค่อยก้าวต่อไปด้วยกันค่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #47 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 15:16 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากให้สังคมไทย ผู้ชายไทยคิดแบบคุณพ่อลูกหนึ่ง มากๆ ขอบคุณ 1% ที่ยังมีเหลือ (สามีแม่ดุ้ยและผู้ชายหลายๆคนที่รู้จัก เขาบอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาของชายไทย 99% ไม่รู้อ้างอิงจากงานวิจัยเล่มใด!!)

ไม่ทราบจะให้ความเห็นต่อเพื่อนน้องกิ๊บอย่างไรดี เพราะยังรู้สึกจุกๆ อยู่บ้าง แต่ถ้าหวังดีต่อเพื่อนจริงๆ ก็ยืนยันความคิดของน้องกิ๊บ ให้เขาได้รับรู้แสงสว่างได้ในเร็ววันค่ะ

แม่ดุ้ยขอเป็นพี่ก็แล้วกันนะคะหนูยุ้ย ยินดีมากที่ให้เกียรติ
น้องน่าจะคุยกับแฟนก่อนนะ ว้าสิ้งที่ไม่สบายใจ มันเป็นอย่างที่เราคิดหรือเปล่า แม่เขาแสดงออกยังไง เราถึงรู้สึกว่าแม่ไม่พอใจ เค้าอาจไม่เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้

แต่ถ้าแม่ไม่พอใจจริงๆ เราก็ต้องพิสูจน์ตัวเองน่ะค่ะ อย่างแรกคือตั้งใจเรียนให้จบ (แม่ดุ้ยไม่รู้ว่าหนูเรียนอะไร)
มีงานทำที่มั่นคง แน่วแน่กับลูกชายเขาจริงๆ คงไม่มีอุสรรคหรอกค่ะ ยังไงให้ข้อมูลเพิ่มหน่อยก็ดีค่ะ

ตอนนี้ทำปัจจุบันให้ดีที่สุด ให้กำลังใจตัวเอง และอย่าลืมดูแลลูกค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เมียหลวง
เรทกระทู้
« ตอบ #48 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 15:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เพิ่งเปิดอ่านกระทู้นี้ค่ะ (ช้าไปไม่ว่ากันนะคะ) คือตัวเองอยากแชร์ความคิดข้อหนึ่ง เพราะเป็นคนหนึ่งที่ถูกยกให้รับตำแหน่งเมียหลวง แต่ตอนนี้กำลังจะได้ตำแหน่งแม่หม้าย กลับไปเป็น นางสาว ลูกหนึ่ง ขอบอกก่อนนิดหนึ่งนะคะว่าตอนนี้มีีีีีีีีีีีีความสุขมากและรอคอยเวลาว่าสามีจะลงชื่อในทะเบียนหย่าให้เมื่อไหร่ ( กำลังเร่งเขาอยู่ )คุยกับสามีดีมาตลอดรวมทั้งคุยกับเมียน้อยด้วย ยังพาเมียน้อยเขาไปทานข้าว เลี้ยงข้าวเขา และ บอกให้เมียน้อยที่เขาอยู่กินกันมาแล้ว 5 ปี ให้อดทน ใจเย็น และรอวันที่จะได้สามีของเราไป ที่สามารถทำใจได้ขนาดนี้ไม่ใช่ว่าเป็นคนไม่มีหัวใจนะคะ แต่ว่ามันเคยเจ็บ เจ็บมากจนชินชา จนไม่รักเขา (สามี)แล้ว แต่หันกลับมารักตัวเอง รักลูก รักพ่อแม่พี่น้องเราดีกว่า เราสามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองเรามีการศึกษา มีความรู้ ความสามารถ มีหน้าที่การงาน หาเงินเลี้ยงตัวเองและลูกได้ ไม่ต้องแบมือขอสามี และถ้าเราเป็นอิสระ เราก็จะมีชีวิตที่ดีขึ้น ไม่ต้องทำหน้าที่แม่บ้าน ( เป็นคนใช้ใคร ) ไม่ต้องคอยแคร์หรือดูแลเวลาเจ็บป่วย ใครอยากได้ไปดูแลเราก็ยินดีค่ะ แต่มีข้อแม้(ที่ได้ตกลงกันตั้งแต่ลูกเกิด) ว่า ใครที่ไม่ซื่อสัตย์ ทำผิด คนนั้นจะไม่มีสิทธิ์ในตัวลูกและทรัพย์สมบัติทั้งหมด ยกเว้นหนี้สินที่คนใดก่อคนนั้นก็รับผิดชอบเอง คือหมายความว่าคุณไปแต่ตัว+หนี้สินนะ ทรัพย์และลูกเป็นของฉัน จบกันด้วยดีค่ะ ไม่ทะเลาะ ไม่โกรธเคือง เพราะรอเวลาเป็นอิสระมานานแล้ว กว่าจะจับได้แบบที่ว่าเขาปฏิเสธไม่ได้ต้องใช้เวลาหลายปี ตอนนี้ก็ยังคอยส่งข่าวให้เมียน้อยนะว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร เขาว่างเมื่อไหร่ (เปิดโอกาสและชี้ให้เขาได้อยู่ด้วยกัน) เพราะตอนนี้เขาเริ่มจะมีคนใหม่ที่ไม่ใช่คนที่เราสนับสนุนแล้ว (แต่ทั้งหมดสามีไม่รู้ว่าเราคุยกับเมียน้อยตลอด) ที่เล่ามานี้อยากเป็นกำลังใจให้เมียหลวงทั้งหลาย ให้หันมารักตัวเอง ไม่ต้องรักคนอื่น เราต้องรู้จักรักตัวเอง พ่อแม่ เพราะสามีถ้าเลิกกันก็เป็นคนแปลกหน้า ไม่ต้องแคร์ ผู้หญิงเดี๋ยวนี้เก่ง มีความรู้ความสารถไม่ต้องแคร์ใครนะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
จริงน๊า
เรทกระทู้
« ตอบ #49 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 15:50 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
..อีสามีเพื่อนเรามันร้ายสุดๆๆ คิดเอา มันนอนกะภรรยามันใส่ถุงยาง แต่นอนข้างนอกบ้านมันไม่ใส่ มันช่างกล้าบ้านิ.. q*001
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนนอกๆ
เรทกระทู้
« ตอบ #50 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 16:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เราก็มีสามีเป็นแบบนี้เมื่อวานนี้เองจับได้เขาก็ไม่รับ แต่เราทำได้ เชื่อซิอย่าไปเอาตัวเราไปผูกติดกับเขา ตัวกูของกู เราจะไม่เป็นทุกข์ ตัวเขาไม่ใช่ตัวเรา ไม่ใช่ของๆเรา คาดหวังกะเขามากเรานะแหละจะไม่มีความสุข ฉะนั้นนิ่งเฉย หากเราอยู่แล้วไม่สบายใจ เลิกก็เท่านั้น จริงๆ ตอนนี้ก็บอกสามีว่าไม่อยากทะเลาะและด่ากันเสียหาย ถ้าทนไม่ได้จะบอกเอง ขอไปดีๆ สามีฟังแล้วเขาอึ้งนิดๆ เราทำจริงๆนะ แต่ตอนนี้ทนได้ เราก็ไปเที่ยวของเราไม่ต้องสนใจเขามาก เชื่อเถอะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
mantana
เรทกระทู้
« ตอบ #51 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 16:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากให้ไปเหมือนกัน เจ็บจนชินแล้วทุกวันนี้ลูกเป็นพลังที่ทำให้อยู่และผ่านมาได้ ลูกมองว่าพ่อดีที่สุด ห้ามแม่ว่าพ่อเด็ดขาดพ่อเป็นคนที่สำคัญมาก เราไม่เคยพูดว่าพ่อไม่มี เก็บไว้คนเดียวเคยถามลูกว่าถ้าเราอยู่กันแม่กับลูกอยู่ได้มั๊ย คำตอบจากปากลูก หนูอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีพ่อ สักวันเขาคงจะรู้ว่าแม่ต้องทนมากมายขนาดใหนเพื่อความสุขของลูก

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนเคยเจ็บ
เรทกระทู้
« ตอบ #52 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 17:44 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แม่ดุ้ย เราก็เป็นอีกคนที่สามี มีผู้ ญ อยู่ที่ทำงานเดียวกันอีกคน ต่างกันกับแม่ดุ้ยตรงที่ ผู้ ญ คนนั้นเค้าโทรมาว่าเราเลย โทรมาขอหน้าด้าน ๆ (ขอยืมสามีใช้หน่อย ได้มั้ยประมาณนี้) ตอนนั้นแบบว่าปรี๊ดมาก ๆ เศร้า สุด ๆ
และเรามีหลักฐานที่สามารถจับได้แบบว่าพูดไม่ออก คือรูปถ่ายในโทรศัพท์ของสามีเรานั่นเอง เหตุการณ์มันเลวร้ายมากจนตอนนี้ไม่รู้สึกแล้ว เค้าจะยังไงก็ปล่อยไป อยู่ไกลกันเหมือนแม่ดุ้ย ทำงานคนละที่ แต่เค้ายังส่งเงินให้ มาหา 2 ครั้ง/เดือน พยายามทำทุกอย่างจนไม่รูว่าจะทำวิธีไหนอีก เย็นก็แล้ว ร้อนก็แล้ว จนเวลาผ่านไปเป็นปี ก็เลยบอกสามีไปว่า ถ้าไม่อยากอยู่ก็ไม่เป็นไร เพราะตอนนี้เราดีขึ้นแล้ว และไม่โทรหา ไม่สนใจ ไม่ถามไถ่ มาหาก็ทำดีด้วย ปรนนิบัติเช่นเดิม (ทำดีเข้าไว้)ตอนที่จับได้แล้วเอารูปให้ดู เค้าบอกจะเลิก แต่ขอเวลาหน่อย เราก็ให้โอกาสเรื่อยมา เพราะไม่อยากเป็นครอบครัวแตกแยก อยู่ด้วยกันมา 7 ปี แต่เวลาที่มันเลวร้ายที่สุดก็แค่ปีเดียว แต่มันเป็นปีที่ทรมานมาก คิดซะว่าเป็นเวรกรรม สวดมนต์ กรวดน้ำ แผ่เมตตา ช่วยได้จริง ๆ นะคะ แผ่ให้ผู้ ญ คนนั้นด้วย แต่ตอนนี้เค้าจะย้ายจังหวัดแล้ว และเค้าก็ทำตัวดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็รอดูพฤติกรรมอยู่ค่ะ แต่ไม่ทุกข์เหมือนก่อนแล้ว คุยกับคนอื่นบ้างดีค่ะจะช่วยให้แม่ดุ้ยสบายใจ ไม่เครียด พยายามหากิจกรรมทำค่ะ จะได้ไม่ต้องคิดแต่เรื่องเดิม ๆ ขอให้ครอบครัวแม่ดุ้ยกลับมามีความสุขเช่นเดิมและอย่าได้มีคนอื่นเข้ามาแทรกระหว่างความสัมพันธ์ของครอบครัวเลย สาธุ...
และตอนนี้คิดว่าใครทำกรรมใดไว้ ย่อมได้รับสิ่งนั้นตอบแทน ค่ะ ขอให้มีจิตใจที่แข้มแข็ง นะค่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม่ดุ้ย
เรทกระทู้
« ตอบ #53 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 18:30 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

คุณเคยเจ็บคะ ชื่นชมในความเข้มแข็งของคุณมากๆ ขอบคุณและขอให้กำลังใจเช่นกันค่ะ q*063
เรื่องของคุณทำให้แม่ดุ้ยได้เห็นมุมที่มืดด้วยกิเลสตัณหาของหญิงชายพร่องศีลและปัญญาชัดขึ้นอีกนิด
เอาเถอะค่ะ เราต้องพ้นบ่วงกรรมได้เร็วกว่าพวกเขาแน่

คุณมีลูกด้วยกันมั๊ยคะ
ตัวแม่ดุ้ยเอง ถ้าไม่มีลูก การตัดสินใจบางอย่างอาจรวดเร็ว และชัดเจนกว่าที่เป็นอยู่ (เขาอาจคิดเช่นกัน)

ช่วงนี้ต่างคนต่างไม่คุยกัน(ทางโทรศัพท์)
แต่เขายังโทร.เข้าเบอร์บ้าน คุยกับลูกปกติ เห็นถามลูกทุกครั้งว่าลูกอยู่กับใคร

อยู่ระหว่างการไตร่ตรองและทบทวนความรู้สึกค่ะ ต้องจัดการกับอารมณ์ของตัวเองให้ดีก่อนที่จะเริ่มคุยใหม่
ไม่งั้นก็คงเหมือนเดิม พูดไปก็วนเวียน ไม่มีทางออกที่ดี



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #54 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 19:34 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีค่ะคุณเมียหลวง คุณคนนอกๆ และคุณmantana
พวกเราก็ถูกกระทำในลักษณะเดียวกัน จากคนที่เราคิดว่าเขารักและอยากสร้างครอบครัวกับเรา

แต่ของแม่ดุ้ยอาจต่างตรงที่ผู้หญิงเขาไม่ยอมรับว่าเขาเป็นเมียน้อย แม่ดุ้ยคุยกับสามีหลังจากพบ จม.
ว่า..ไหนบอกว่าไม่เคยนอกใจ ไม่เคยผูกพันกับใคร ที่สำคัญ ไม่เคยมีเมียน้อยไงล่ะ
เขาเถียงคอเป็นเอ็นว่า..ก็ไม่เคยนับใครเป็นเมืย เขา(ผู้หญิง)ก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นเมียน้อย
แม่ดุ้ยว่าไม่ต้องมาเล่นลิ้นหรอก แต่พฤติกรรมน่ะมันใช่..

ผู้หญิงเขาคิดว่าตัวเองเป็นอะไรกับผู้ชาย..คู่รัก ที่รัก ภรรยาอีกคน หรืออะไรๆ ที่เขาคิดว่ามันดูดี สูงส่งกว่าคำว่าเมียน้อยน่ะหรือ

แม่ดุ้ยขบคิดแล้วมันคาใจ
เมื่อสองวันที่แล้ว แม่ดุ้ยเลยโทร.ไปถามตัวเมียน้อย (หลังจากโทร.ไปครั้งหนึ่งเมื่อพบ จม. ได้ 1 วัน)

ตอนแรกก็คุยปกติ เขาทักทาย ถามไถ่ทุกข์สุขของลูก-สามีของเราปานเพื่อนที่รักใคร่กันมานมนาน
เราก็บอกสุขตามอัตภาพของครอบครัวที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันนั่นแหละ ถ้าไม่เกิดเหตุที่ว่าขึ้น
เขาบอกว่าให้สบายใจเถอะ ถือว่าเป็นอุบัติเหตุของชีวิตก็แล้วกัน..เราอึ้ง (เพราะคำว่าอุบัคิเหตุ มันเป็นเหตุที่เกิดโดยไม่ตั้งใจ เกิดครั้งเดียวแล้วจบ ไม่ต่อเนื่องนะ)

แม่ดุ้ยเลยบอกพฤติกรรมทีคุณทำไม่คิดเหรอว่าทำร้ายครอบครัวผู้อื่น เขาบอกว่าไม่ใช่ ถ้าทำร้าย เขาคงไม่ได้อยู่แบบนี้ ( เราก็คิดอีกว่า อยู่แบบภรรยาตัวจริงของสามีเราล่ะมั้ง)
แม่ดุ้ยเลยบอกว่าการที่เป็นเมียน้อยก็ถือว่าทำแล้วล่ะค่ะ
ผู้หญิงโมโหมาก พูดกระแทกเสียงดัง ประมาณว่าหลุดเลยแหละบอกว่าไร้สาระ ไม่มีเวลามาคุยเรื่องไร้สาระ รำคาญมาก แล้วก็ตัดสายไป

เราก็คิด อะไร(วะ) ถ้ายอมรับดีๆ ก็จะผ่อนผันโทษทัณฑ์ได้ กระด้างกระเดื่อง ไม่สารภาพ หยาบคายต่อเจ้าทุกข์ และไม่ขออภัย ศาลไหนก็ไม่ปรานีหรอก

รู้ไหมคะ แม่ดุ้ยเลยจัดสาระให้เขาแก้รำคาญ และยืนยันว่าไม่ใช่อุบัติเหตุ โดยการ FAX จดหมายรักที่หวานที่สุดไปลงที่สำนักงานเลยค่ะ

ได้ผลเกินคาด ผญ. โทร.ไปหา ผช.หลังจากนั้นสองชั่วโมง สามีแม่ดุ้ย โทร.กลับมาหาเรา ถามว่าแม่ Fax ไปเหรอ
..ใช่ค่ะ
..คิดดีแล้วเหรอ..อยากให้พ่อลาออกจากงานเหรอ
..ไม่ต้อง
..แล้วทำทำไม พ่อไม่คิดว่าคนใกล้ชิดพ่อจะทำแบบนี้ได้ คนมีปัญญาเขาไม่ทำกันหรอก มีวิธีอื่นที่ดีกว่านี้
...แม่ก็ไม่คิดว่าคนใกล้ชิดและมีปัญญาจะทำแบบนี้กับแม่เหมือนกัน
.เรื่องนี้ไม่ได้รู้กันแค่3 คนแล้ว ประจานเขาทำไม ในเมื่อบุคคลที่4 รู้ ก็ต้องรู้ถึงบุคคลที่ร้อย
เรื่องนี้พ่อมีส่วนทำให้เกิดด้วย อย่างนี้ก็ไม่เป็นสุภาพบุรุษ
..แม่ดุ้ย อยากจะสวนกลับคำว่าสุภาพบุรุษเหลือเกิน แต่ก็เงียบ
..เขาก็บอกแล้วว่าเรื่องมันจบไปแล้ว ไปประจานเขาทำไม มันบ่งบอกถึงตัวคนทำ( หมายถึงเราทำไม่ดี)
..ผู้หญิงคนนั้นทำอะไรร้ายแรง แล้วยังมาพูดแรงอีก
..ก็แล้วไปพูดอะไรกับเขาอีกล่ะ
..ให้ไปถามเอาเอง
ฯลฯ

หลังจากวันนั้นก็ไม่ได้คุยกันอีกเลยค่ะ รอเวลาที่เหมาะสม อย่างที่บอกค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
maya
เรทกระทู้
« ตอบ #55 เมื่อ: 28 ม.ค. 11, 20:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แม่ตุ้ยคะ อ่านเรื่องราวมาทั้งหมดเข้าใจค่ะ เพราะเคยเกิดขึ้นกับตัวเองเหมือนกัน แต่อาจจะอยู่สถาณการณ์ที่ต่างกัน ขอแชร์ความคิดเห็นในสองแง่นะคะ

อย่างแรกในฐานะของคนที่เป็นภรรยา เชื่อว่าแม่ตุ้ยได้ทำหน้าที่ของภรรยา และแม่ได้อย่างดีที่สุดแล้วค่ะ แต่ผู้ชายนอกลู่นอกทาง มันเป็นเรื่องปกติอยู่ในสายเลือก หรือสปีชี่เลยก็ว่าได้ ไม่ว่ายังไงเราก็คงเปลี่ยนไม่ได้ ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคู่ อยู่กันได้ขนาดนั้น ก็ผ่านเรื่องแบบนี้มากับเกือบทุกคู่ สุดท้ายผู้ชายก็ต้องกลับมาเพราะรู้สึกว่าเมียเราดีที่สุดแล้ว มาให้ดูแลกันยามแก่เฒ่า (ความรู้สึกนึกคิดมันช่างช้าเหลือเกิน) แต่ที่จะบอกคือ ยุคสมัย มันเปลี่ยนไปแล้ว เรามีคุณค่า และดีพอ ไม่ต้องรอให้ใครเป็นคนเลือก หรือรอให้ใครมาตัดสินใจให้ สิ่งที่คุณ(สามี)ทำลงไปไม่มีคำว่าขอโทษ หรือเป็นเพราะว่าเค้าตัดสินใจไปแล้วกันแน่ ที่ยังอยู่เป็นเพราะลูก เช่นเดียวกับที่เรายังอยู่กับเค้าเพราะลูกหรือเปล่า คำตอบทั้งหมด คิดว่าแม่ตุ้ยคงตอบได้เป็นอย่างดี

อย่างที่สองในฐานะของคนที่เป็นลูก เด็กสมัยนี้เก่ง และฉลาดนะคะ ขึ้นอยู่กับเราจะบอกสอนเค้ายังไง ครั้งหนึ่งสมัยดิฉันเองยังเด็ก แม่เคยถามว่า หากพ่อกับแม่เลิกกัน หนูจะอยู่ได้มั้ย ดิฉันตอบไปอย่างสัตย์จริงว่า หากพ่อกับแม่อยู่ด้วยกันแล้วไม่มีความสุข ก็อย่าอดทนเลย เพราะหนูอยากเห็นแม่มีความสุข หรือแม้แต่พ่อกับแม่เลิกกัน แต่ดิฉันก็ยังคงมีแม่คนนี้คนเดิม และมีพ่อคนนี้คนเดิยวเช่นกัน

ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้แม่ตุ้ยผ่านพ้นทุกอย่างไปได้ด้วยดีนะคะ ไม่ว่าสุดท้ายแม่ตุ้ยจะจัดการยังไงกับชีวิตของตัวเอง ก็ยังเป็นกำลังใจให้สู้ต่อไปค่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
woman
เรทกระทู้
« ตอบ #56 เมื่อ: 29 ม.ค. 11, 08:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผู้ชายในโลกนี้มีคนเดียวรึไง ทำไมต้องอาลัยอาวรณ์มันถึงขนาดนั้นนะ มีลูกแล้วจะไปแคร์มันทำไม มีลูกเป็นเพื่อน สอนลูกไว้เสมอว่าพ่อชั่ว ๆ ไปสนใจทำไม คนที่ลำบากกว่าคุณเขายังทนเลี้ยงลูกได้ ในเมื่อเขารักคนอื่นจะไปห้ามเขาทำไม มันห้ามกันไม่ได้ ปล่อยให้กรรมตามสนองมันไป มันไม่นานหรอกชาตินี้แหละเจอแน่ ๆ เพียงแต่คุณต้องทำใจ ปล่อยให้เวลาช่วยเยียวยา และคุณก็ต้องเข้มแข็ง ไม่มีเขาเราก็อยู่ได้ ยังหายใจอยู่ สักวันคุณจะเป็นคนชนะเอง ( ชนะใจตัวเองไงล่ะ )

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
nanang
เรทกระทู้
« ตอบ #57 เมื่อ: 29 ม.ค. 11, 10:56 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากบอกว่าก็เจอมาเหมือนกัน เหมือนกับคุณละครเศร้า เพราะว่าทำงานที่เดียวกัน แต่ตำแหน่งของแฟนเราสูงกว่า ส่วนผู้หญิงเด็กในไลน์การผลิต เรียกป๋าทุกคำ รู้สึกเจ็บลึกๆ เลยล่ะ เป็นระยะเวลาหนึ่งปีกว่าปัญหาเรื่องนี้จะจบ โดนราวีทุกครัง ยิ่งกว่าละครเมียหลวงอีก พูดสาระพัดจะทำให้เราเครียด เครียดจนแท้งลูกซึ่งเป็นคนแรกของเราเลยน่ะ แต่งงานมาเกือบสิบปี จนสุดท้ายเราก็ใจเย็นมากๆๆ ไม่เคยโทรไปต่อว่า สุดท้ายผู้หญิงก็แพ้ภัยตัวเอง กรรมได้ตามสนองเขาแล้ว อยากบอกทุกคนที่อยู่ในกระทู้นี้ว่า สู้ๆๆ ค่ะ แล้วทุกอย่างก็จะดีเอง ตอนนี้ก็ได้กลับมาอยู่กับแฟนเป็นแบบครอบครัวเหมือนเดิมค่ะ ให้อภัยเขาจนเขาแพ้ภัยตัวเอง ผู้ชายถ้าหมดตัวเมื่อไหร่ก็จะคิดถึงคนที่บ้านเสมอ อย่าท้อน่ะค่ะคนที่เจอปัญหาอยู่สู้กับมัน ถ้าไม่ไหวก็ไปเที่ยว ดูหนัง ให้ลืมได้ชั่วคราวก็ยังดี ดูแลตัวเองให้ดูดีอยุ๋เสมอ ให้เขากลับมามองคนที่บ้านว่าเราก็มีดีอยู่ในตัวเรา

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เมียน้อยไม่ได้ตั้งใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #58 เมื่อ: 29 ม.ค. 11, 15:17 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
อ้างถึง
อ้างถึง
ดิฉันยอมรับค่ะว่าทุกวันนี้เป็นเมียน้อยไม่ได้ตั้งใจ เพราะถูกผู้ชายเขาหลอกมาเป็นปีว่าไม่มีแฟน แต่มารู้ความจริงก็เป็นของเขาไปแล้ว ไม่รู้จะทำยังไงเคยคิดจะเลิกกับเขาหลายครั้ง แต่ก็พ่ายแพ้ต่อใจที่ไม่รักดีเหมือนเดิม ภรรยาเขาโทร.มาหาดิฉัน เพราะสงสัยเห็นเบอร์โทร.ของดิฉันบ่อย ฉันต้องรีบโกหกฉันทราบว่าเป็นภรรยาของแฟนฉัน ยอมรับว่าเสียใจมาก 2 วัน เหมือนคนไร้ชีวิตจิตใจ ตลอดเวลาคบกันเขาดีกับฉันมาก เขาสารภาพว่าแต่งงานจะ 10 ปีแล้ว แ่ต่ยังไม่มีลูกด้วยกัน ถ้ามีลูกฉันคงจะตัดสินใจได้เด็ดขาดกว่านี้ ในสายตาของดิฉันเขาเป็นคนดีมาก เหล้าไม่ดื่ม บุหรี่ไม่สูบ ชอบเรื่องธรรมะ คิดว่าตัวเองโชคดีมากที่มาเจอผู้ชายแบบนี้ แต่ความสุขที่มีก็มีได้แค่ปีเดียว ทุกวันนี้ยอมรับค่ะว่าไม่ได้มีความสุขแต่ก็ยังตัดใจจากเขาไม่ได้
และพากันประพฤติผิดศีล ข้อ 3 ศีลที่ร้ายแรงที่สุด ฉันไม่เคยคิดที่จะไปทำร้ายจิตใจผู้หญิงด้วยกัน ไม่เคยที่จะคิดว่าตัวเองต้องมาตกในสถานะแบบนี้
ตอนนี้ภรรยาเขายังจับไม่ได้ว่าสามีเขามีฉันอยู่อีกคน ทุกวันนี้เหมือนนรกในใจ จะเลิกกันฉันก็สงสารเขา เพราะมีธุรกิจที่ทำร่วมกัน เขาลงทุนลงแรงไปกับฉันด้วย ธุรกิจก็ไปด้วยดี ไม่ทราบจะทำอย่างไรกับชีวิตเหมือนกันค่ะ จิตใจไม่เข้มแข็งพอ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม่ดุ้ย
เรทกระทู้
« ตอบ #59 เมื่อ: 29 ม.ค. 11, 16:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น่าเห็นใจไม่น้อยนะคะคุณเมียน้อยไม่ตั้งใจ ที่ถูกผู้ชายเห็นแก่ตัวกระทำโดยตั้งใจ คุณยังคงอยากอยู่กับคนที่เขาหลอกคุณมาตลอดโดยสนิทใจหรือ

แต่สักวันหนึ่งมันก็ต้องมีจุดจบ ไม่ว่าช้าหรือเร็ว
เราต้องมีทางเลือกสิคะ ถึงแม้ไม่ตั้งใจ แต่เมื่อใจรู้แล้ว ก็ต้องออกจากที่ตั้งที่ไม่เหมาะไม่ควรค่ะ

ขอบคุณค่ะ คุณmaya คุณwoman และคุณnanang
แม่ดุ้ยรู้สึกอบอุ่นใจที่วันนี้ แม้หาคนคุยเรื่องนี้ด้วยอย่างเปิดเผยยาก แต่เพื่อนในบอร์ดก็มาทักทายเรื่อยๆ ทำให้ชีวิตไม่โดดเดี่ยวดีค่ะ

จะหาทางดำรงครอบครัวต่ออย่างเหมาะสมกับทุกฝ่ายค่ะ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
เมียน้อยไม่ได้ตั้งใจ
เรทกระทู้
« ตอบ #60 เมื่อ: 29 ม.ค. 11, 19:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณค่ะ แม่ตุ้ย ก็ยอมรับน่ะค่ะ ด้วยเงื่อนไขทางสังคม หลายๆๆ อย่างที่ดิฉันไม่สามารถหลีกเลี่ยงที่จะออกไปจากเขาได้ ถ้าหากในการทำงาน ไม่ต้องพึ่งพาอาศัยกัน ก็คงจะดีกว่านี้ เพราะจริงแล้วตัวของดิฉันเองก็เคยมีแฟนมาก่อน แต่ว่าแฟนของดิฉันนิสัยเลวทรามมาก ดิฉันเลิกได้เพราะงานตอนนั้นไม่ไ้ด้ต้องมาืเชื่อมโยงกันเหมือนตอนอยู่กับผู้ชายคนนี้ ถ้าจะไปได้ก็ต้องทิ้งทุกอย่าง มันมีอะไรเยอะแยะค่ะ ที่ไม่สามารถทำให้ตัดเขาไปจากชีวิตได้ง่ายดาย ทั้งความสงสารเขา เขาเป็นคนดีค่ะ แต่ว่าไม่แน่ใจว่าเขามีปัญหากับภรรยาเขามากมายแค่ไหน ดิฉันเป็นคนสมถะ ไม่ค่อยชอบแต่งตัว ชอบอยู่คนเดียว ไม่เที่ยวไม่เข้าสังคม เขาเคยบอกว่า เขาโชคดีมากที่มาเจอผู้หญิงแบบดิฉัน และไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงแบบนี้ ไม่ใช้เงินเก่ง ใช้ชีวิตในเมืองกรุงแบบคนชนบทตอนที่คบกันใหม่ๆ คุยกัน ดิฉันก็จะคุยเรื่องงาน และเรื่องไปทำบุญ มี 2 อย่างแค่นี้ ว่างก็ชวนเขาไปเข้าชมรมพากันไปทำบุญ ไปตามสถานที่ต่างๆ เพราะตัวดิฉันศรัทธาเรื่อง บุญ บาป เหมือนบททดสอบที่เขามาทดสอบใจดิฉัน แต่ดิฉันสอบตกค่ะ

ตอนนี้บอกตรงๆ ว่าสับสน ยังหาทางออกไม่ได้ สิ่งแวดล้อมต่างๆ ในชีวิตเราด้วยค่ะ ไม่เอื้อพอที่จะให้เราหนีไปอยู่ที่ไหนสักที่ โดยไม่ต้องไปสงสารเห็นใจเขา เพราะเขาเคยทิ้งธุรกิจที่กำลังวุ่นวายตามหาดิฉันเป็นอาทิตย์ตอนที่ดิฉันทราบว่าเขามีภรรยา
และงานในหน้าที่ของดิฉันไม่สามารถที่จะทิ้งไปโดยเร็วได้ ต้องกลับมาสะสางงานอีก และก็ต้องมาฟังเขาพูดและใจอ่อนไปกับเขาอีก ไม่ได้หวังให้เขาเลิกกันและมาอยู่กับดิฉันหรอกค่ะ สงสารภรรยาเขามากค่ะ บางครั้งดิฉันพูดตรงๆ ว่าให้เขากลับไปเยี่ยมภรรยาเขาบ้าง แต่ก็อืม แฟนของเขาสังคมมากเกินไป เขาเคยพูดให้ฟังเหมือนกันค่ะว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมาดิฉันอาจจะเป็นต้นเหตุให้เขาเอาดิฉันไปเปรียบกับแฟนเขา แฟนเขามีเพื่อนเยอะ ชอบสังสรรค์เอาเพื่อนมาสังสรรค์ที่บ้านตลอด ซื้อของฟุ่มเฟือย เพราะแฟนเขาชอบแต่งตัว ดิฉันก็คุยค่ะคุณไม่ศึกษากันก่อนหรือว่าเขาเป็นแบบไหน ในเมื่อคุณยอมรับเขาตั้งแต่ครั้งแรกได้ทำไมต้องเอามาเอ่ยทีหลัง เขาอ้างว่า ภรรยาเขาตั้งแต่มีบ้านใหม่ มีรถขับ คบเพื่อนที่ทำงานก็พากันไปเฮฮาสังสรรค์ ตั้งแต่เขาซื้อรถยนต์ให้ ตอนแต่งงานกันก็ธรรมดา คิดว่าภรรยาเขาคงชะล่าใจหลายอย่าง เพราะผู้ชายเป็นคนดีมาก ทำแต่งาน เพราะดิฉันเจอกับเขาก็เพราะติดต่องานกันค่ะ เขาก็ไม่ว่าอะไร จนมาเจอกับดิฉันเลยเกิดปัญหากับใจเขาบ้าง เพราะเขาไม่ได้คิดอยากจะทำแบบนี้ ไม่เคยอยากจะโกหกใคร แต่ถ้าไม่โกหกก็กลัวเสียดิฉันไป เพราะตอนนั้นมีคนที่เขารู้จักก็เข้ามาจีบดิฉันเหมือนกัน แต่ว่าดิฉันไม่ชอบคนนั้นเพราะชอบทำตัวอวดรวยมาก ไลฟ์สไตล์ก็ต่างกัน ส่วนใหญ่ก็เลยจะชอบคุยงานกับเขามากกว่า เพราะเขาดูเรียบๆ ธรรมดา ก็เลยมีความรู้สึกที่ดีกับเขาตั้งแต่นั้นมาก็ติดต่อกันเรื่อยมาจนกระทั่งทราบความจริง
ดิฉันเคยพูดกับเขาค่ะว่า อยากตบหน้าเขาแรงงๆๆ อยากฆ่าเขาให้ตาย ให้สมกับความหลอกลวง ใจถ้าได้รักใครแล้ว มันยากมากที่จะดึงออกมา เสียแรงที่ตระเวนทำบุญไปทั่ว แต่ตัวเองกลับมาทำบาปกรรมเสียเอง

หวังสักวันว่าตัวดิฉันเอง จะรอดจากใจที่ไม่รักดีตรงจุดนี้ไป หาทางแก้ไขทีละจุดค่ะว่าจะจบลงอย่างไรดี เพราะทุกวันนี้ก็พยายามอยู่ค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ดอทอรี
เรทกระทู้
« ตอบ #61 เมื่อ: 29 ม.ค. 11, 20:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

แหม! นะ อ่านแล้วถึงเข้าใจนะคะ ว่าการศึกษาบ้างครั้งก็ใช้ไม่ได้กับความ มันส์ และอารมณ์ใคร่ ทางเพศ ยิ่งหน้าที่การงานดี รับราชการไต่เต้า ได้สูง ก็ยิ่งอวดเต้า(นม)ให้ไต่ได้ไม่อั้น ไม่ับันยะบันยัง แม้กระทั่งผัวคนอื่น (อิจฉานะคะที่กล้าแย่งผัวชาวบ้าน)

เก่งนะคะคุณแม่ตุ๊ย ที่อดทนได้ขนาดนี้ เป็นอะฮั้นละก็ ฟ้องเจ๊เบียบไปแล้วคะ แต่ก็คงออกความเห็นอะไรได้ไม่เยอะ เพราะยังไม่มีผัวคะ แต่เห็นใจจริงๆ ที่สามีแม่ตุ๊ยเกิดต่อมความชั่วมั่วโลกีย์ทำงานกระทันหัน นังนั่นคงเป็นแม่มดแหงๆ ถึงเสกคาถาหาผัว (เอ๊ย! คาถา มหาผัว) ได้หวานจับจิตจับใจขนาดนั้น ถ้าแม่ตุ๊ยทนไม่ไหว ก็เลิกแล้วมาอยู่ ชมรมอยู่คนเดียวกับพี่เบิร์ทก็ได้นะคะ

บางทีถ้าทั้งสองถอดคราบข้าราชการชั้นสูงออก ก็อาจจะเป็นแค่ผีเน่ากะโลงผุก็ได้คะ สาธุ

ดอทอรี คะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
Anatta
เรทกระทู้
« ตอบ #62 เมื่อ: 29 ม.ค. 11, 20:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แม่ดุ้ยคะ ลองถามใจตนเองดูนะ ว่าเรื่องผ่านไปเป็นสิบปีแล้ว เพิ่งเห็นหลักฐานแล้วไปทำทุกอย่างให้คุขึ้นมีทำไม
ถ้าคิดว่าทุกอย่างเป็นแค่อุบัติเหตุที่ผ่านมาแล้วปล่อยให้ผ่านไปดีกว่าจุดเป็นไฟเผาใจตนเอง

ผู้หญิงคนนั้นสูงด้วยวัยวุฒิ คุณวุฒิ เหมาะที่อยู่ฐานะคนพิเศษที่รู้ใจ แต่ไม่ใช่เมียน้อย
และแม่ดุ้ยพลาดไปที่กระจายเรื่องทาง Fax

ต่างคนต่างอายุมากขึ้นแล้ว ผู้สูงวัยต้องการคนที่เข้าใจ คนที่คุยกันได้ทุกเรื่อง ไม่เกี่ยวกับ sex แต่เกี่ยวกับจิตใจ
แม่ดุ้ยอายุคงน้อยกว่ามากๆ อย่าวู่วามนะคะ เขาเลือกคุณเป็นภรรยา เป็นเมียเพียงคนเดียวเท่านั้น
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #63 เมื่อ: 29 ม.ค. 11, 20:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หนูเองก็เพิ่งจะจับได้ว่าแฟนแอบมีผู้หญิงอื่น เมื่อสองวันก่อนนี้เอง เริ่มสงสัยมาสัก2-3 เดือนรู้สึกว่าเขาเปลี่ยนไปมาก ๆ ๆ เริ่มทำตัวหงุดหงิดใส่เรา ห้ามเราโทรหาด้วยนะ เวลาโทรไปก็สายเรียกซ้อนตลอด พอเราถามก็บอกว่าเพื่อยืมโทรสับใช้ แล้วก็ด่าเราอีกนะว่าที่โทรมาเนี้ย โทรมาเช็คใช่ไหม ไม่มีเวลาให้เราด้วยนะ วันหยุดหรือเวลาว่างมักจะอ้างว่ากลับบ้าน ไม่หาแม่ ไปหาเพื่อน หรือไปทำงานบ้างละ ตอนนั้นสงสัยมากเลยว่าเขาไปไหนไปทำมัยเพราะปกติเขาไม่ค่อยกลับไปบ้านเขาเท่าไหร่ แล้วแม่เขาก็ไม่ค่อยจะอยู่บ้านด้วย เราของไปด้วยก็ไม่ให้ไปนะ ทำตัวน่าสงสัยสุด ๆ เราก็มีแอบพูดประมาณว่ารู้แล้วนะ ว่ามีคนอื่นแต่เขาก็ปฏิเสท แถมพูดทีเล่นทีจริงว่ามีสิ มีกิ๊ก ไปหากิ๊กทุกวันพูดแบบยิ้ม ๆด้วยนะ 2-3 เดือนที่ผ่านมาเราสงสัยมาตลอดปรึกษาเพื่อนบ้างว่าจะทำงัยดี จนเมื่อสองวันก่อนเขาบอกเราว่าจะไปหาเพื่อนที่บ้าน แต่เราไม่ให้ไป เขาก็ยังจะไปให้ได้ จนเราให้เลือกว่าถ้าไปหาเพื่อนครั้งนี้ไม่ต้องกลับมาอีกเราจะเลิกแล้วเราทนไม่ไหว เขาไม่สนใจนะยืนยันจะไปท่าเดียวแต่บอกว่าจะกลับมาก่อนเที่ยง เราก็รอจนเที่ยงไม่กลับมาเราเลยไปตามที่บ้านเพื่อน ไม่มีอีกไม่ได้มาตามที่บ้านแม่ก็ไม่มี ที่ทำงานก็ไม่มา อ้าว...แล้วไปไหนละโกหกเราทุกวัน เลิกงานกลับมาช้า ไปทำงานเร็ว จนพี่ของเขาโทรมาบอกว่าเขามาแวะที่นี้ เพื่อจะไปหาแฟนใหม่ เขาก้อมาถามเราว่ามีปัญหาอะไรกันหรอ เราก็เล่าให้ฟังนะ พอเรากับมาที่ห้องก้อเจอเขาเราก็ถามตรงว่าไปหาผู้หญิงคนนี้มาหรอ เขาก็ไม่ยอมรับนะ แค่บอกว่าขอโทษ ตอนนั้นนะความรู้สึกมันสุด ๆเลยงะ แต่เขาก้อยังโกหเรานะว่าไม่มีอะไร แค่เพื่อน ที่ไปหาก็เพราะเขาอยากไปเคลีย อยากจะบอกเลิก เราคิดว่าผู้หญิงเค้าไม่เอามันมากกว่านะ หากว่าแฟนคุณเปลี่ยนไปให้แน่ใจเลยว่าเขามีคนอื่น มันเป็นเพียงเหตุผลเดียวเท่านั้นที่ทำให้เขาเปลี่ยน หากคุณทำอะไรผิดไปหมด แสดงว่าเขาไม่รักคุณแล้ว อย่าได้รักคนเลว ๆ ๆแบบนั้นเลย
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นู๋เอ
เรทกระทู้
« ตอบ #64 เมื่อ: 29 ม.ค. 11, 20:54 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณค่ะ ที่เขียนมาให้ได้อ่านนะคะ
นู๋เอ เองก็เคยเจอมากับตัวค่ะ แค้นมาก ทุกวันนี้ก็ยังไม่ลืม
ขอให้แม่ดุ้ย สุขภาพแข็งแรงนะคะ q*014

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ชื่ออะไรดี
เรทกระทู้
« ตอบ #65 เมื่อ: 29 ม.ค. 11, 20:59 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปัญญาอ่อน

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คนที่เคยพลาด
เรทกระทู้
« ตอบ #66 เมื่อ: 29 ม.ค. 11, 21:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
แม่ดุ้ยค่ะ หนูเคยอ่านเรื่องของแม่ดุ้ยนานมาแล้ว หนูเข้าใจความรู้สึกของแม่ดุ้ยเลยค่ะ หนูเห็นด้วยกับการทำบุญอุทิศให้เค้าทั้งสองคน หนูเคยทำมาแล้วมันทำให้จิตใจของเราสงบมากขึ้น หนูชื่นชมแม่ดุ้ยมากเลยค่ะที่สามารถสงบได้ถึงขนาดนี้
หนูขออนุญาตออกความเห็นค่ะ ความสงสัยที่แม่ดุ้ยตั้งข้อสังเกตุหนูเห็นด้วยทุกอย่าง คนที่ทำความผิดจะขอโทษสักคำหนึ่งไม่ได้เลยเหรอ แสดงว่าสิ่งที่ทำอยู่มันถูกต้องแล้วเหรอค่ะ แล้วผู้หญิงคนนั้นบอกว่ามันจบแล้วเป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกันแล้วทำไมเวลาแม่ดุ้ยถามเค้าถึงต้องมีอารมย์โกรธ คำขอโทษสักคำก็ไม่มี เป็นเพราะเค้าคิดว่าแม่ดุ่ยไม่มีหลักฐานหรือเปล่าค่ะ พอจำนนด้วยหลักฐานก็โทรไปฟ้องสามีแม่ดุ่ยเพราะคนที่ทำงานได้เห็นหลักฐานนั้นด้วย คำพูดที่สามีแม่ดุ้ยถามแม่ดุ้ยนั้นหนูมองว่าเค้ายังคงมีเยื่อใยต่อกันแบบไม่ต้องสงสัย หนูอยากให้แม่ดุ้ยทำใจ หนูรู้ว่าแม่ดุ้ยรู้ว่าจะต้องตัดสินใจยังไง หนูขอเป็นกำลังใจให้แม่ดุ้ย สมัยนี้คนอาจจะมองว่าผู้หญิงเราเอะอะอะไรก็ไม่อดทน ทำไมไม่ดูผู้หลักผู้ใหญ่สมัยก่อนที่เค้าอดทนจนอยู่ด้วยกันได้ตลอดชีวิต แต่ในความเห็นของหนูชีวิตเราแสนสั้นค่ะ ถ้าการที่ต้องอยู่กับลูกสองคนโดยไม่มีพ่อของเค้าอยู่ด้วยแล้วเรามีความสุข กว่าการที่จะต้องมานั่งกังวล เสียความเชื่อใจ เสียความเชื่อมั่นในตัวเค้าไปแล้ว มันไม่มีประโยชน์ค่ะ เด็กๆสมัยนี้ฉลาดค่ะ เรื่องทะเลาะกันของพ่อแม่ที่ปิดๆกัน ไม่ใช่ว่าเค้าจะไม่รู้ สุดท้ายขอให้แม่ดุ้ยมีกำลังใจในการที่จะผ่านพ้นทุกสิ่งทุกอย่างไปได้ด้วยดีค่ะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
น้องน้ำเย็น
เรทกระทู้
« ตอบ #67 เมื่อ: 30 ม.ค. 11, 01:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ต้องใช้ความสงบค่ะเรื่องแบบนี้ เรื่องของหนูเองก็กินไม่ได้คลายไม่ออกเหมือนกัน มันเหมือนละครน้ำเน่าเรื่องหนึ่ง เป็นละครที่ตอนนี้ยังไม่จบเพราะผู้ญ อีกคนเค้าไม่ยอมออกไปจากชีวิตของเรา และเมื่อเขามีโอกาศจะยุแยง เสียบแทงหนูเขาก็จะทำค่ะ เหนื่อยเพราะไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ ด้วยปัจจัยหลายๆอย่าง ทำได้อย่างเดียวคือ ทำใจและเข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นกำลังใจให้ทุกท่านให้ผ่านเรื่องร้ายไปได้นะค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #68 เมื่อ: 30 ม.ค. 11, 01:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หนูยังทำใจไม่ใจเลยกับเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้น เลยกลับมาอ่านกระทู้นี้อีกครั้ง หนูเองก็อยากจะปรึกษาว่าหนูควรจะทำอย่างไงดี จะเลิกก็สงสารเขามาก จะอยู่ก็สงสารตัวเอง ตอนนี้หนูก็ข้อตกลงกับเขาว่าหากเขาใช้นิสัยเดม ๆอีกจะต้องเลิกกันจริง ๆ แต่ในใจลึก ๆแล้วนั้นทั้งนะแวง ทั้งเกียด ขะยักขแหยงมาก เค้าบอกว่าไม่มีอะไรกับผู้หญิงคนนั้น แต่หนูก็ไม่อยากเชื่อเท่าไหร่นักจนทุกวันนี้หนูไม่อยากแม้แต่เข้าใกล้เขา หนูควรทำอย่างไรกับจิตใจของหนูดี ที่แน่ ๆหนูต้องการเวลาทำใจและลืมเรื่องร้าย ๆ เราควรแยกกันอยู่ชักพักไหม แล้วถ้าแยกเราจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาจะไม่กลับไปทำแบบนั้นอีก หนูไม่ห่วงนะว่าเขาจะกลับไปหาคนอื่น แต่หนูไม่อยากให้เขาหลอกหนู หนูเคยบอกเขามาตลอดว่าหากเจอคนที่ใช่มากกว่าให้บอกเลิกกับหนูตรง ๆหนูรับได้มากกว่าที่จะมารู้เอง ว่าเขาหลอกเรา ตอนนี้เองหนูก็ไม่รู้ว่าหนูรักเขา หรือว่าแค่โกรธ หรือว่า...หมดใจไปแล้ว
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม่คนหนึ่ง
เรทกระทู้
« ตอบ #69 เมื่อ: 30 ม.ค. 11, 05:33 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ถึงแม่ดุ้ย
ได้อ่านเรื่องราวและติดตามมา2วันแล้ว รู้สึกเข้าใจและเห็นใจคุณเป็นอย่างมาก คิดว่าคุณน่าจะอายุน้อยกว่าพี่นะ ขอเป็นพี่แล้วกัน อย่าถือว่าสอนแต่ขอแชร์ประสบการณ์ร่วมนะคะ เหตุการณ์ทำนองนี้ก็เคยเกิดขึ้นกับชีวิตพี่มาแล้วค่ะ พี่เองแต่งงานมา19ปีแล้วค่ะ รู้สึกว่ามันเป็นช่วงเวลาที่เร็วมาก เผลอไปแปบๆเจ้าคนโต อายุ18แล้ว เมื่อเกือบ10ปีที่แล้ว สามีของพี่ก็เคยหลงทางไปสักระยะค่ะ ดีที่ยังกลับตัวกลับใจได้ คนที่เคยทำผิดพลาดพี่ว่าเมื่อเค้ารู้สึกตัวและตั้งใจที่จะไม่ทำผิดอีก เราควรจะให้อภัยและโอกาสเค้านะคะ จริงอยู่ในเวลานี้ถึงแม้ว่าเค้าจะบอกว่ามันจบไปแล้ว แต่แม่ดุ้ยเองเพิ่งจะรู้เรื่องมันก็เจ็บปวดและยากที่จะทำใจทั้งนั้นแหละค่ะ เข้าใจนะ คนเรายิ่งเป็นมนุษย์ผู้ชายการควบคุมอารมณ์ใคร่นี่พี่ว่าคงจะทำได้ยากอยู่ ใครที่ทำได้ก็นับถือค่ะ คงต้องมองว่าคนเรามีทั้งส่วนที่ดีและบกพร่องนะคะแม่ดุ้ย สามีพี่เองเท่าที่รู้จักกันมาพี่ก็ค่อนข้างมั่นใจว่าเค้าจะไม่มีวันทำผิด แม้แต่ตัวเค้าเองก็เถอะยังสัญญาเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่น้องคะเรื่องบางเรื่องทั้งๆที่เจ้าตัวเค้าเองยังไม่อยากให้เกิด แต่ด้วยสถานการณ์ สิ่งแวดล้อมหรืออะไรก้แล้วแต่ เราก็อาจจะพลาดได้ค่ะ เรื่องที่มันผ่านมาแล้ว ยิ่งเรายิ่งค้นว่าทำไม หรือเปรียบเทียบว่าต้องอย่างนั้นอย่างนี้ทำกะเราทำกะอีกคน มันยิ่งเจ็บปวดนะคะ ตัวพี่เองไม่รู้เหมือนกันว่าผ่านมาได้ด้วยอะไร ช่วงแรกๆเหมือนฟ้าถล่มโลกจะทลายค่ะน้องดุ้ย แต่สิ่งหนึ่งที่คิดถึงตลอดคือเราจะอยู่เพื่อลูก..ลูกคำนี้คำเดียวเท่านั้น ที่ทำให้เราผ่านอะไรร้ายๆมาได้ พี่อาจจะคิดไม่เหมือนคนอื่น ที่บอกได้เพราะพี่ผ่านมันมาแล้วด้วยความอดทนและเข้มแข็งนะคะ เวลาค่ะน้องดุ้ยที่จะทำให้เราดีขึ้น และดูคนของเราด้วยว่าเค้าพยายามทำในสิ่งที่เค้าตั้งใจไหม สิ่งที่เราจะอยู่คือปัจจุบันค่ะน้อง อนาคตบอกไม่ได้เลย ขอให้มีสตินะคะ เท่าที่อ่านมาคิดว่าน้องมีวุฒิภาวะที่ใช้ได้ค่ะ อย่าไปค้นอีกเลยว่าในความรู้สึกของเค้าจะมีเพียงเราเท่านั้น เอาเท่าที่เค้ารู้ชอบชั่วดี ว่ามีครอบครัวที่ต้องรับผิดชอบ พี่เองแรกๆก็ทำใจยากค่ะแต่เมื่อเวลาผ่านไปแล้วเราจะรู้ได้เลยว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรที่จีรัง ไม่มีอะไรที่เป็นของเรา มองเค้าอย่างที่เค้าเป็น เป็นแค่คนๆนึงที่ทำดีได้และทำชั่วได้เพราะนี่คือคนค่ะ ไม่เว้นแม้แต่ตัวเราเอง การรักษาสถาบันครอบครัวไว้เป็นสิ่งที่ดีนะคะ อย่างน้อยก็ความรู้สึกของลูก จริงอยู่เราอาจจะคิดว่าเด็กๆเค้าฉลาด เรียนรู้ และเข้าใจ แต่พี่ว่าไม่ทุกคนค่ะ พี่เองทำงานที่เกี่ยวข้องกับคน รู้ได้เลยว่าปัญหาต่างๆเริ่มต้นมาจากครอบครัวไม่แข็งแรงค่ะ ติดยา ท้องในวัยเรียน ถูกทำร้าย กระทำรุนแรง ล้วนเป็นสิ่งใกล้ๆตัวเราทั้งนั้น ที่เข้ามาร่วมแจมเพราะอยากให้น้องผ่านพ้นเรื่องร้ายๆนี้ไปได้ด้วยความมีสติและเข้มแข็งค่ะ อยากให้ครอบครัวคงอยู่ มาถึงเวลานี้พี่เคยคิดว่าถ้าเราตัดสินใจเลิกกะเค้าไปตั้งแต่วันนั้น เราจะมีโอกาสได้เห็นความดีในตัวเค้าอย่างที่เค้าตั้งใจไหม ได้รับรู้ว่าเค้าพยายามทำการชดเชยในสิ่งผิดพลาดนั้นอย่างดีมากๆ ชีวิตก็เหมือนบททดสอบค่ะน้อง อย่างน้อยการให้โอกาสเค้าคือการเพิ่มคุณค่าในตัวเราเอง (ในความคิดพี่เองนะคะ) และพี่คิดว่าคนของน้องก็คงรู้สึกตัว ไม่อย่างนั้นเค้าคงจะเอาอีกคนออกหน้าออกตาด้วยแล้วค่ะ อีกฝ่ายคงไม่ได้สุขนักหรอก ถ้าต้องหลบๆซ่อนๆ ช่างมันนะน้อง พี่ว่าคนของน้องเค้าคงมีมโนธรรมค่ะ แต่อาจจะผิดพลาด อย่ารื้อฟื้น อย่าผลักไส เอาความดีชนะค่ะ แล้วเราจะได้ทั้งตัวและทั้งใจเค้ากลับคืนมานะคะ อนาคตยังอีกยาวไกล อย่ากังวลในสิ่งที่ยังมาไม่ถึงค่ะ เอาปัจจุบันก็พอ และถ้าเราคิดว่าเราทำมันดีที่สุดแล้วผลจะออกมาอย่างไรก็ช่างมันเถอะ อย่างน้อยเราก็ได้ทำแล้ว ขอเป็นกำลังใจให้นน้องผ่านพ้นเรื่องต่างๆไปได้ด้วยดีและจบแบบ แฮ้บปี้ เอนดิ้ง ค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
บัวสี่เหล่า
เรทกระทู้
« ตอบ #70 เมื่อ: 30 ม.ค. 11, 10:20 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เป็นกำลังใจให้แม่ดุ้ยค่ะ การให้อภัยจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้นค่ะ อ่านเรื่องแล้วรู้สึกว่าแม่ดุ้ยแข้มแข็งดีค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
love cat
เรทกระทู้
« ตอบ #71 เมื่อ: 30 ม.ค. 11, 10:55 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

q*069q*069q*094 ได้อ่านเรื่องราวของ แม่ตุ้ย แล้วรู้สึกทึ่งมาก กับวิธีการคิดที่จะทำให้ครอบครัวดำเนินต่อไป อยากจะบอกทุกๆคน ว่าภาระหน้าที่ของคนเป็น หลวง มันมากมาย เหนื่อยยาก ทั้งทำงาน ดูแลลูก ดูแลบ้าน ดูแล พ่อเจ้าประคุณ แล้วมันจะไปมีอารมณ์อย่างว่าได้งัย เรา เป็นคนหนึ่งที่เป็นหลวง และเกือบจะได้เป็น น้อยในเวลาเดียวกัน (เจ๋งป่ะ q*003 หรือว่างง) จึงได้เข้าใจถึงอารมณ์ของเบอร์ 1 คือว่าเราแต่งงานแล้ว แต่ก็ยังทำงานประจำอยู่ ตอนเย็นกลับบ้านมาก็ทำงานบ้าน มากมาย เฮ้อ เหนื่อย อยู่มาวันหนึ่งก็มีหนุ่มใหญ่ท่ทางใจดี เข้ามาทำความรู้จักทั้งที่รู้ว่าเราไมโสด และมันก็ไม่สดเหมือนกันเข้ามาพูดคุยเรื่อง งาน นู้น นี้ นั้น ตามประสา เราก็เฉยๆ เพราะไก่ตัวนี้ได้เห็นตีนงูแล้ว แตคนมันก็พยายามอ่ะนะ
ปากบอกไม่ได้จีบ แต่จะชวนไปอยู่ด้วยซะงั้น เราเองก็มีเคลิ้มๆ ไปบ้างเพราะคนมันทุมเทสารพัด เอาแต่สิ่งดีๆมาให้กัน..นึกในใจ ทำไมมันไม่ทำแบบนี่กับเมียมันว่ะ มาทำกับกรูทำไม เอ๊ะ !!รึว่าสามีเราก็อาจจะเป็นอย่างนี้ก็ได้นะ นึกไปนึกมา มันคงเป็นสัน...ของผู้ชายที่ไม่ว่าภรรยาจะสวยและดีแค่ไหน(ดูดาราทั้งหลายดิ) แต่มันเห็นกันทุกวัน ก็เกิดความเคยชิน เบื่อ และหมดอารมณ์ ลองให้อยู่กับเมียน้อยทุกวันสิ มันก็เป็นเหมือนกันแหละ......ก็เลยอยากจะบอกในมุมของตัวเองนะ ว่าจงทำทุกอย่างให้ดีที่สุด และให้เป็นทางสายกลาง ไม่มากไป และไม่น้อยไป (หัดปล่อยวางบ้าง)อย่ารักคนอื่นจนลืมรักตัวเอง ทำตัวเองให้มีค่า แล้วจะมีความสุขค่ะ.....

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม่กั้ง
เรทกระทู้
« ตอบ #72 เมื่อ: 30 ม.ค. 11, 11:07 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เห็นกระทู้นี้แล้วรู้สึกเห็นใจค่ะ เพราะหนูก็เจอมากับตัว สุดท้ายต้องเลิกกับสามีเพราะมีผู้หญิงที่เรียกตัวเองว่ากัลลยาณมิตรที่ดีนี่แหละค่ะ มาทำให้ครอบครัวเราพัง และที่เจ็บใจที่สุดแม่ของผู้หญิงคนนั้นยังมีหน้ามาตอกยำเราอีกว่าเห็นมั๊ย คนตั้ง65ล้านคนทำไมเขาไม่เลือกเธอ สุดท้ายแล้วเลือลูกสาวเขาเพราะในอดีตชาติเขาสองคนทำบุญร่วมกันมา อดีตสามีชอบทำบุญค่ะเข้าวัดฟังธรรม กลับจากการฟังธรรมก็แวะเข้าโรงแรมกับกัลลยาณมิตรคนนั้นแหละค่ะ เจริญๆค่ะ ตอนนั้นหนูเพิ่งคลอดลูกคนที่สองได้ไม่ถึงเดือนหนูก็รุ้เรื่องจากปากของคนที่เป็นแม่ของผู้หญิงคนนั้น คุณผู้อ่านคะตอนนั้นทำอะไรไม่ถูก สิ่งที่เราสงสัยมานานเป็นแรมเดือนถูกเปิดออกมา มันทำให้ตอนนั้นฉันอยากจะหยุดหายใจ ไม่อยากทำอะไร น้ำตามันมาจากไหนไม่รู้ ไม่อยากกินไม่อยากนอน เจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจ ฉันไว้ใจเขาทั้งสองคน แต่ผลตอบแทนที่เขาตอบแทนคือการสวมเขา สุดท้ายคือการแย่งชิงและการทอดทิ้ง ทิ้งภาระให้ฉันต้องเลี้ยงดูลุกน้อยสองคนเพียงลำลัง แล้วเธอสองคนก็ไปก่อร่างสร้างตัวใหม่กับครอบครัวใหม่ สังคมใหม่ที่ไม่มีใครรู้เลยว่าเธอสองคนมีเบื้องหลังเป็นยังไง ลูกเก่ามีความเป็นอยู่อย่างไร พวกเธอไม่เคยสนใจใยดี คุณผู้อ่านคะ ในสภาวะเศรษฐกิจที่ปากกัดตีนถีบ เลี้ยงลูกสองคนตามลำพังคุณคิดว่ามันยากแค่ไหน ฉันเป็นเพียงลูกจ้างในหน่วยงานของรัฐที่เงินเดือนน้อยนิดต้องทำงานล่วงเวลาแทบจะไม่มีเวลาให้ลูกเลย ฉันก็ได้แต่ภาวนาให้เขาเห็นใจฉันกับลูกบ้างส่งเสียลูกบ้างอย่างน้อยฉันจะได้ไม่ต้องทำOTมากจนไม่มีเวลาสั่งสอนลูกเลย พูดไปก็เท่านี้นถ้าเขาคิดเขาคงคิดไปนานแล้วแหละไม่ปล่อยให้เวลาล่วงเลยจนห้าหกปีหรอก จริงมั๊ยโบ้ กับ แอน [/[/color]size]
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
สามง่าม
เรทกระทู้
« ตอบ #73 เมื่อ: 30 ม.ค. 11, 12:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
นานๆเข้มาอ่านสักที ด้วยชอบที่จะอ่านเรื่องราว ของเด็กรุ่นใหม่ๆ
กระทู้นี้ ขอบอกตามตรงว่า พวกคุณกำลังแก้ปัญหา กับด้วยวิธีแบบเก่าๆ ซึ่งมันล้าสมัยไปนะ
จริงอยู่ สังคม วัฒนธรรม ที่เราถูกอบรมมาแต่เยาว์วัย มันฝังในตัว
ลองคิดซิ เหมือนระบบราชการ ที่ต้องผ่านทีละโต๊ะ ตามลำดับขั้น แต่ปัจจุบัน มันไม่ใช่
ชีวิตคน ก้อเปลี่ยนไป การแก้ปัญหา พยายาม ดูเด็กรุ่นใหม่ๆ ที่มาแทนที่พวกเรากันบ้าง

ถามว่าเด็กรุ่นใหม่ ปัจจุบัน คบใครคนเดียวมั้ย ร้อยละ70 ไม่ใช่ ถามว่าดีมั้ย หากเป็นสังคมที่คนอายุ40 ขึ้นมา คงตอบเหมือนหรือคล้ายกันว่า ไม่ดี แต่ไปฟังเหตุผลพวกเค้าซิ เค้าจะตอบกันว่า เผื่อผิดหวัง ไม่ต้องเจ็บมากไง ...เหตุผลเค้าพอมั้ย บอกได้เลยว่า ไม่พอ แต่ในใจอีกใจนึง เราก้อไม่ได้แย้งมาก เพราะรู้ว่า อนาคต ไม่แน่นอน

กลับมาประเด็นของพวกคุณ คุณมองปัญหา เพียงเพื่อต้องการเอาชนะ แต่หากคุณเอาการรักษาสถาบันครอบครัว ให้คงอยู่ แล้วคุณหาวิธีซิ ว่าทำไงให้สถาบันครอบครัวคงอยู่ โดยให้เหตุผลว่า โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว การเลิก การแยกทาง นั้นง่ายมาก คนที่แก้ปัญหา แล้วสามารถรักษาสถาบันครอบครัวไว้ได้ซิ อันนั้นละสุดยอด ชีวิตคนมี 2 ด้านเสมอ ไม่ใช่ทุกคนไมมี..

เรื่องsex เป็นเรื่องธรรมชาติ และส่วนตัว เหมือนเป้นโลกมืดของผู้ชาย เปิดใจเราให้กว้างซิ ในเมื่อร่างกายเราเปลี่ยนไป เป็นธรรมดาที่ผู้ชายจะเบื่อ การอยู่ด้วยกัน 24 ชม. ก้อเป็นอีกเหตุใหญ่ ที่ทำให้เกิดการทะเลาะ และทำให้เบื่อหน่ายเรื่องsex หากตัวเราเข้าใจ และแก้ โดยเปิดโลกให้กว้าง คุณจะค้นพบเอง อย่าลืมซิ ปัจจุบันสิทธิเราเท่าเทียมกัน แต่เรื่องบางเรื่อง เป็นเรื่องส่วนตัว คุณก้อสามารถทำได้นี่
ไม่เถียงถ้าจะบอกว่าเซ็กส์เป็นเรื่องส่วนตัว แต่ถ้าคุณมีครอบครัวความเป็นส่วนตัวตรงนั้นก็ต้องรู้จักยับยั้งและชั่งใจ ดูท่าเจ้าของกระทู้นี่จะใจกว้างงงงงงงงงงงงงงงงงงง และรู...กว้างงงงงงงงงงงงงง ด้วยนะเนี่ย เพราะคง"ส่วนตัว"ไม่เลือกสิท่า ถึงได้กล้าพูดแบบนี้....ฮึ?????
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
zzzzzzzzzzzz
เรทกระทู้
« ตอบ #74 เมื่อ: 30 ม.ค. 11, 12:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอแชร์บ้างนะคะ สามีของดิฉันก็นอกใจไปกับครูดอย ย้ำนะคะ !!!!! เรื่องเกิดจะครบปีแล้วค่ะ ตอนแรกที่สามีเริ่มติดต่อกับผู้หญิงคนนั้น (ไม่อยากเรียกครูเลย ไม่อยากให้คำว่าครูต้องมัวหมองเลย ) สังเกตุพฤติกรรมแปลกๆๆปกติเค้าเป็นคนโมโหร้ายอยู่แล้ว แต่นี่หนักสุด กลับมาบ้านหาเรื่องนู่นนี่ตลอด ไม่เก็บกวาดบ้าง ลูกเล่นด้วยก็ไม่เล่น โมโหลูก โมโหดิฉันแบบไม่มีเหตุผล หาเรื่องออกบ้าน หาเรื่องไปซื้อของต่างจังหวัด แล้วหายเงียบไป ปิดเครื่องติดต่อไม่ได้บ้าง บ้านไม่เรียบร้อยโมโหขว้างปาสิ่งของ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าดิฉันบกพร่องเรื่องนี้ เพราะดิฉันเป็นพยาบาลทำงานไม่เป็นเวลา ใน 1 เดือนดิฉันต้องทำงาน 30-34 เวร เวรละ 8 ชั่วโมงซึ่งก็เท่ากับดิฉันทำงานเกือบทั้งเดือน เกิน 1 เดือนด้วยซ้ำ แล้ววันหนึ่งก็มีโทรศัพท์มาที่บ้านขณะทานข้าวเย็นอยู่ สามีก็ลุกไปรับดูเขาดีใจ ตื่นเต้นมาก เลยถามว่า ใครเหรอ เค้าก็บอกว่าลูกค้า ติดต่อมาตอนสองทุ่ม ? เลยรู้สึกแปลกๆๆจากนี้นก็ แอบไปเล่นเอม ดิฉันเลยลงมาดูเขา พอเขาเห็นดิฉันก็รีบปิดหน้าต่าง ฉันก็เลยนั่งเฝ้า จนฝ่ายผู้หญิงทักแล้วทักอีก ดิฉันก็เลยบอกว่าทำไมไม่ทักกลับล่ะ เค้าทักมาตั้งนานแล้ว เค้าก็บอกว่าให้ไปดูลูกสิ ลูกร้อง แต่ลูกสาวหลับไปแล้ว ก็เลยบอกทำไมดูไม่ได้ เค้าก็บอกไม่มีอะไร ก็เลยถามว่าถ้าไม่มีอะไรทำไมจะดูไม่ได้ เค้าก็ไม่ให้ดูและก็เก็บโน๊ตบุคออกบ้านไป ฉันก็เลยรู้แน่ว่าเขานอกใจแน่นอน ตอนนั้นเลือดขึ้นหน้า คิดว่าเลิกแน่นอน เพราะดิฉันยอมรับเรื่องแบบนี้ไม่ได้ สักครู่เขาก็โทรมาบอกว่า เขาแค่คิดเล่นๆ ติดต่อเพื่อผลประโยชน์เฉยๆ ไม่มีอะไร ดิฉันก็เลยคาดคั้นว่าเป็นใคร เค้าก็ไม่บอก จนสุดท้ายก็หลุดออกมาว่าเป็นครู อึ้ง ค่ะ นึกว่าโสเภณีที่ไหนซะอีก

ดิฉันก็เลยสืบจากหมายเลขโทรศัพท์เรื่องยาวมาก สืบมันทั้งคืนไม่นอน โทรเข้าโรงเรียน โทรเข้าหา ผอ. โรงเรียน ขอสายครูคนนี้ แล้วแจ้งว่าเรื่องธุระส่วนตัว ทำทุกอย่างเพื่อที่จะรู้ให้ได้ แค้นค่ะ แค้นมาก สุดท้ายก็ได้คุยกัน เค้าก็บอกไม่มีอะไรกัน หนูมีแฟนอยู่แล้ว
เค้าก็แสดงแบบว่าความบริสุทธฺ์ใจ ให้เบอร์ตัวเองมาให้ ตอนนั้นดิฉันเชื่ออย่างสนิทใจว่าผู้หญิงไม่เล่นด้วยแน่นอน แต่ก็ไม่ค่อยแน่ใจ ดิฉันก็เลยเช๊คทางโทรศัพท์สามีเบอร์นี้ ติดต่อกันนานหรือยัง ปรากฎว่า รายละเอียดการโทรศัพท์ที่คุยกันนั้น เป็น ชั่วโมงๆๆๆๆๆๆๆ วันละหลายๆครั้ง และก็ SMS ที่หวานหยดย้อยแทงใจอย่างมากมาย และได้รู้อีกว่าเพื่อนร่วมงานเค้าก็เป็นเพื่อนกับเจ้าของร้านข้างๆร้านสามี และจากการสอบถามคนไข้ซึ่งเป็นคนในพื้นที่ ที่ครูคนนั้นสอนอยู่ เค้าก็บอกว่า เขาไปหากันบ่อยๆ กินข้าวด้วยกัน เห็นกุ๊ก กิ๊ก กัน ............ปี๊ดดด ขึ้น กะฟ้องเลย เก็บหลักฐานทุกอย่างปรึกษาทนาย เค้าบอกฟ้องได้ เพราะถ้าตัวผู้หญิงอ้างว่าไม่รู้มันเป็นไปไม่ได้ แล้วตัวผู้หญิที่มีวุฒิภาวะ รับราชการแล้ว จะอ้างอย่างนี้ไม่ได้แน่ แล้วรายละเอียดโทรศัพท์ก็ติดต่อกันดึกๆๆ คงไม่ใช่เรื่องงานแน่ๆ แล้วก็ SMS อีก แต่ค้างพยานเรื่องที่เค้าสมสู่กันนั้นคงไม่ได้ เพราะคนสติดีที่ไหน คงไม่มาร่วมประเวณีให้ชาวบ้านชาวช่องเค้าเห็น และเท่านี้ก็ฟ้องได้เพราะผิดระเบียบข้าราชการอยู่ ประพฤติตัวไม่เหมาะสมกับความเป็นแม่พิมพ์ของชาติ ก็เลยบอกกะสามีว่าชั้นจะฟ้องนะ และก็จะหย่า เค้าโอเคเรื่องหย่า แต่สุดท้ายเค้าก็ไม่หย่าแล้วก็สารภาพว่าผู้หญิงเล่นด้วย ก็บอกว่าทั้งเบอร์มือถือ ทั้งเมลล์ เค้าคงไม่ไปบังคับเอามาได้หรอก บอกแค่นี้คงรู้นะ ตบมือข้างเดียวไม่ดังหรอก สุดท้ายเราก็เห็นแก่ลูก เลยไม่หย่าและเลิกเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนี้ แต่ก็มาวนเวียน คอยเป็นหนองกัดกินใจดิฉันเรื่อย ล่าสุด ฝากเพื่อนครูที่ทำงานเดียวกัน มาบอกร้านข้างๆร้านสามี มาฝากบอกดิฉันว่าอย่าเอาเรื่องเค้าไปพุดเสียหาย เค้ากลัว ผอ. รู้ กลัวแฟนตัวจริงรู้
เชื่อเค้าเลย

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
4425
เรทกระทู้
« ตอบ #75 เมื่อ: 30 ม.ค. 11, 13:38 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อยากอ่านเรื่องของทุกคนให้จบ แต่ปวดใจอ่านไม่รู้เรื่องเพราะก็โดนเรื่องแบบนี้มาเหมือนกันแต่ตอนนี้สามีก็เหมือนกลับตัวกลับใจ รักเรามากมาย แต่คนมันระแวงแล้วในใจมันเหนื่อยตลอดเวลา ก็ดีนะที่ได้รู้ว่าทุกคนก็มีปัญหาเหมือนกัน คงต้องสู้ต่อ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นะนะ
เรทกระทู้
« ตอบ #76 เมื่อ: 30 ม.ค. 11, 15:01 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

น่าเห็นใจครับ จะไปทนทุกข์ใจทำไมกับผู้ชายที่ไม่รู้จักพอ สงสารคนโพสมากกว่าตรงที่ไม่รู้จักตัดใจหรือเข้มแข็งพอที่จะพาตัวเองให้พ้นจากสภาพที่คลุมเครือ คอยพร่ำเพ้อรำพันกับเหตุการณ์ที่บั่นทอนความเป็นผู้เป็นคน ความรู้สึกมันคงต่างกัน ผมเป็นผู้ชายที่คบเป็นแฟนกับผู้ชายด้วยกัน ไม่ได้แสวงหาแต่เขาเข้ามาหาเอง แรกรักก็หวานชื่น แต่ด้วยความที่ไม่เคยไว้ใจกับความรักแบบนี้ ก็ระวังตัวมาตลอด จนมาพบกับตัวเอง บอกตรง ๆ รับไม่ได้ เขาแอบคบทีเดียวพร้อมกันทั้งผู้ชายและผู้หญิง ผมเป็นควายอยู่เป็นปี ว่าจะไม่ใส่ใจเพราะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ก็ทนไม่ได้ที่มาหลอกกัน โกหกกันสารพัด ทั้ง ๆ ถามก่อนที่จะตัดสินใจอยู่กินด้วยกันว่าถ้าไม่คิดจริงจังก็ถอนตัวได้ เลยขอแยกทาง แต่เขาไม่ยอม พอให้เลือกเขาขอเลือกเป็นแบบเดิม ผมทนอยู่ได้อยู่แค่สองเดือนหลังจากที่เคลียร์เรื่องการย้ายที่ทำงานเพื่อจะหนีไปให้พ้นโดยไม่ให้เขารู้ว่าผมกำลังจะหนีเขาไป ทุกวันนี้เขาไม่รู้ว่าผมอยู่ที่ไหน เขาไปถามที่อยู่พบจากครอบครัวของผม แต่ผมเตรียมพร้อมบอกทางพ่อแม่และญาติ ๆ ไว้ก่อนแล้ว ทุกวันนี้สุขภาพจิตดีขึ้นมากมาย อยู่คนเดียวสบายอกสบายใจ อยากไปเที่ยวต่างประเทศก็ไป ถึงไม่ไม่หายเจ็บเลยทีเดียวแต่ก็ดีขึ้นเยอะ ผู้ชายส่วนใหญ่จะเป็นเหมือนกันไว้ใจไม่ได้ พูดไม่ตรงกับใจ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ปลง
เรทกระทู้
« ตอบ #77 เมื่อ: 30 ม.ค. 11, 16:27 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทำไมไม่ปลง......ละโลภ โกรธ หลง กิเลส ตัณหา ทั้งหลายซะ...พูดให้มันเกิดการอาฆาต คิดร้ายต่อกันทำไม
เวรกรรมไม่มีที่สิ้นสุดสักที ชีวิตจะได้พบทางสงบสุข การอยู่คนเดียว อยู่กับความดีของตนเองนั้นก้อพอแล้ว

ชอบแฉ ชอบกระทู้ เพื่ออะไรค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #78 เมื่อ: 30 ม.ค. 11, 17:41 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

สวัสดีค่ะ
ทุกความเห็นมีค่าต่อแม่ดุ้ยมากค่ะ จะขอจำไว้ว่าช่วงหนึ่งของชีวิต ในยามที่มีเรื่องลำบากใจ
ยังมีมิตรภาพที่ดีมากๆในบอร์ดนี้

ปกติไม่ชอบระบายหรือคร่ำครวญหรอกค่ะ ส่วนใหญ่จะเป็นที่ปรึกษาของคนอื่นซะมากกว่า
แต่เวลาผงเข้าตาตัวเอง ถึงแม้จะปฐมพยาบาลแล้ว มันก็ยังระคายเคือง ต้องให้ผู้อื่นช่วยดูให้ต่ออยู่ดี

ก่อนที่แม่ดุ้ยจะมาเล่าเรื่อง ก็ได้ผ่านการคลายปมมาเปลาะหนึ่งแล้วล่ะค่ะ
แล้วที่เขียนมาก็เพราะอยากแชร์ประสบการณ์ด้วย เพราะรู้แน่ๆอยู่แล้วว่า มีผู้หญิง(หรือชาย)อีกมากมายเหลือเกินที่ถูกกระทำเช่นนี้

แต่ละคนก็จะมีหลักคิดของตนเอง คงไม่มีใครผิด หรือ ถูกในสถานการณ์เดียวกัน ขึ้นอยู่กับว่าจะปรับใช้ได้แค่ไหน แม่ดุ้ยเองยังขาดประสบการณ์ตรงในเรื่องนี้ ดังนั้นถ้าพบเจอปัญหาอีก หรือเรียนรู้จากปัญหาของคนอื่นก็คงจะสามารถปรับใช้ หรือช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาทำนองเดียวกันได้อย่างเหมาะสม

คิดว่าเป็นการเรียนรู้นอกตำราก็แล้วกันนะคะ เห็นเพื่อนๆบางท่านระบายออกมา อย่างน้อยก็ได้มีเวทีที่เราได้แชร์ทุกข์สุขกัน คงไม่ใช่การพร่ำรำพันไร้สาระหรอกค่ะ

เรื่องของแม่ดุ้ยก็ยังไม่ได้สรุปค่ะ ไม่ได้เจอกันเลยยังไม่ได้คุย


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
นู๋น้อยหมวกแดง
เรทกระทู้
« ตอบ #79 เมื่อ: 30 ม.ค. 11, 19:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ่านแล้วขอแชร์ประสบการณ์ที่คล้ายๆกันนิดนึงนะคะ แตกต่างกันที่อายุและยังไม่ได้แต่งงานคะ
หนูกับอดีตแฟนเก่า คบกันมาสามปีเข้าสู่ปีที่สี่ กำลังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยอยู่ด้วยกันทั้งคู่ ที่บ้านต่างฝ่ายต่างรับรู้
และตั้งใจว่า เรียนจบจะแต่งงานกัน

เมื่อเข้าสู่ปีที่สี่ อาการหลายๆอย่างของแฟน ก็เริ่มเปลี่ยนไป ..
ตัวหนูเองโดน แฟนขอยืมเงิน อยู่ตลอดเวลา อ้างว่า จะไปดูหนังกับเพืื่่อนบ้างเงินไม่พอ
และที่โดนหนักสุด คือ เค้าโทรมาต่อว่าหนู ว่าจะโอนหรือไม่โอน จะได้จัดการชีวิตตัวเขาเองถูก
ครั้งนั้นทำช็อคไปเหมือนกัน เพื่อนๆก็คอยถามว่า ไม่คิดว่าเขาจะมีคนอื่นหร๋อ หนูก็ยืนยันว่าไม่มีทาง
ตอนนั้นเค้าทำเหมือนตัวหนู มีค่าแค่ เรื่องบนเตียงและเรื่องเงินเท่านั้น
แล้วพูดถึงชื่อผู้หญิง คนนึง ที่เป็นแฟนเพื่อนเค้าอยู่ตลอดเวลา ซึ่งทางแฟนเล่าว่า แฟนเพื่อนคนนี้เป็นกิ๊กกับเพื่อนอีกคนนึงอยู่ ตัวหนูเองก็เริ่มเอะใจ

วันนึง ได้เข้าไปเล่นMSN ทางผู้หญิงคนนี้ก็ทักมาว่า วันนี้โทรมามีอะไรหรือเปล่า
เราก็ตกใจ แล้วโทรไปถามทางแฟน แฟนก็ยืนยันว่ากดผิด แต่ก็รู้สึกแปลกใจมาตลอด
ว่าจะกดโทรผิดไปโดนชื่อได้ไง แต่ก็หยุดถามมาตลอด เพราะเชื่อใจแฟน
หลังจากนั้นก็ทะเลาะกันแรงขึ้นทุกวันๆ และก็พูดชื่อผู้หญิงคนนี้ออกมา ก็เลยตัดสินใจหาเบอร์ของผู้หญิงคนนี้
พอโทรไป ทางผู้หญิงก็ยืนยันว่า ไม่มีอะไรกัน ไม่ได้เป็นอะไรกัน เป็นแค่เพื่อนกันเฉยๆ

หลังจากนั้น แฟนเราก็กลับเข้าสู่ปกติทุกอย่าง กลับมาดีทุกอย่างปัญหาเรื่องเงินก็ไม่มีเข้ามา

พอผ่านไปปีนึง ... เราไปเปิดคอมแฟนเล่นโดยปกติ ก็ไม่ได้คิดอะไร
แต่สิ่งที่เราเห็น ทำเราอึ้งไปเหมือนกัน แฟนเราเพิ่งเริ่มซื้อคอมเครื่องได้ประมาณ สามเดือน
ซึ่งมีแต่รูปผู้หญิงคนนั้นเต็มไปหมด พอเราถาม ก็บอกว่ามันนานแล้ว มันจะนานได้ยังไงละคะ สามเดือนที่เพิ่งจะซื้อมา
แล้วรูปมาได้ยังไง

คำถามคาใจเรามาตลอด และำคำตอบเดียวเลยก็คือ เราจะเลิก เพราะมันเหมือนเราโดนสวมเขามาตลอดเวลา

เมื่อเราถามแฟนเรา ก็ได้คำตอบเดียวกันคะ ว่ามันผ่านมาแล้ว จบไปแล้ว .. จบเหรอ???
โทรไปถามทางแฟนเืพื่อนเค้า ก็คำตอบเดียวกันคะ

แต่บังเอิญว่าเราไม่ใช่คนใจเย็น ทางผู้หญิงก็ยอมรับว่าชอบแฟนเราอยู่เหมือนกัน แต่แฟนเรามีแฟนอยู่แล้ว
แฟนเรา เคยชอบผู้หญิงคนนี้มาก่อนเรา แต่ดันไปคบกับเพื่อนซะก่อน

เราตกอยู่กับคำตอบที่พวกเขาบอกว่า จบไปแล้ว เราจะรื้อฟื้นอีกทำไม
แต่สำหรับ สิ่งที่พวกเค้าทำอยู่ คือการทำลับหลัง สวมเขาให้เรา หลอกแล้วหลอกอีก หลอกทั้งเงิน ทั้งความรู้สึก
และเราไม่มีโอกาสที่จะได้รู้ความจริงเลย ว่าจริงๆแล้ว เวลาปีกว่าๆที่พวกเขาสวมเขาให้เรา พวกเค้าไปทำอะไรมาบ้าง
คำถามวนเวียนในใจเราตลอดเวลาว่า ห้าปีที่ผ่านมา เราไม่มีอะไรดีเลยหรือ เราสู้อะไรกับคนคนนั้นไม่ได้เลยเหรอ
แล้วคุณไม่รู้สึกผิดต่อคนที่พวกคุณช่วยกันสวมเขาเลยเหรอ สุดท้ายเราทนกับคำถามที่คอยถามตัวเองไม่ไหว

เราตัดสินใจเลิกคะ เพราะเราคงไม่ได้ความจริงจากปากของเค้าอีกแล้ว ความเชื่อใจมันหมดไปแล้ว

ยังไงเรื่องนี้ทางแม่ดุ้ย ก็มีลูกด้วยกันแล้ว ในความคิดของหนู ยอมเพื่อลูกดีกว่าคะ อะไรที่พยายามลืมได้ก็ลืมนะคะ
สิ่งที่เค้าทำจะย้อนกลับมาโดนที่ตัวเค้าเองแหละคะ
ผู้หญิงพอแก่ตัวไปแล้ว จะยิ่งลำำบากนะคะ แล้วยิ่งทำแบบนี้ด้วยแล้ว
เราเห็นผู้ชายที่สูงอายุเริ่มไปหาเด็กๆมาเลี้ยงเยอะขึ้น
เดี๋ยวตัวเขาก็ได้รับกรรม ในสิ่งที่เค้าเคยทำกับแม่ดุ้ยไว้เองคะ
ส่วนแม่ดุ้ย ก็อยู่เพื่อลูกเถอะคะ หนูเชื่อว่าความดีจะทำให้คนเราเห็นใจกันมากขึ้นคะไม่ตอนนี้ก็ต้องมีซักวัน ที่เค้าจะเห็นว่ายังมีคนอยู่ข้างๆเขาเสมอไม่ว่าเขาถูกหรือผิด อย่างน้อยก็ทำเพื่อลูกนะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
คิดถึงคนที่อยู่บนฟ้า
เรทกระทู้
« ตอบ #80 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 01:03 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

หากยังรักกัน ผิดบ้างพลาดบ้าง อาจมีบางวันที่พลั้งเผลอ เผลอตัวเผลอใจ
แต่คิดจะกลับตัวก็ควรอภัยกันนะคะ ไม่รู้วันไหนจะตายจากกัน รักกันไว้นะคะ
ดีกว่าพรุ่งนี้เขาไม่อยู่ให้เรารักนะคะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม่ดุ้ย
เรทกระทู้
« ตอบ #81 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 02:05 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ขอบคุณนู๋น้อยหมวกแดงมากค่ะ หนูน่ารักมากเลย ขอให้พบเจอคนที่จริงใจต่อกันอย่างแท้จริงนะคะ
ถ้าจะบอกว่า ยินดีต้อนรับเข้าสู่สภาพเดียวกันมันก็คงแปลกๆ เพราะมันไม่น่ายินดีเลยจริงๆ
แม่ดุ้ยก็จะนำคำแนะนำของหนูไปใช้ค่ะ

คุณแม่คนหนึ่งช่างมีวิธีการจัดการที่ดีมากเลยค่ะ น้องจะขอน้อมรับและจะพยายามทำให้เหมาะสมที่สุดค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ

ที่จริงแล้วที่รอเวลาที่จะคุยกันอีกครั้ง ก็เพราะคุยทางโทรศัพท์ไม่รู้เรื่องกันแน่ค่ะ พออีกฝ่ายใช้อารมณ์ หรือรับไม่ได้
ก็จะตัดสายกัน เคยมีหลายครั้งที่คุยไม่จบ (ไม่ใช่เฉพาะเหตุการณ์นี้นะคะ)
ตลอดสิบปีที่ผ่านมา ครอบครัวเราโทร.คุยกันแทบทุกวันค่ะ จะยกเว้นก็เฉพาะเวลาโกรธ หรืองอนกัน ซึ่งก็ไม่บ่อยเลย
คุยกันเช้า เย็น ก่อนนอน เรียกว่าเลี้ยงลูกเมียทางโทรศัพท์ คุยกันจนนึกภาพออกว่า ตอนนี้ทำอะไร อยู่ที่ไหน วันนี้ไปไหนมาบ้าง จะออกไปกินเลี้ยงหน่อยนะ กลับดึกหน่อย ฯลฯ สัพเพเหระ เหมือนคนอยู่ด้วยกัน แต่ไม่เห็นหน้า

ดังนั้นช่วงที่เขามีเรื่องผู้หญิงเข้ามา แม่ดุ้ยถึงบอกว่าสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลง แต่เขาก็ยังรักษาระดับถ้อยคำที่พูดก็เหมือนเดิม แสดงออกถึงความรักใคร่ลูกเมียปกติ เราก็ยิ่งรักและสงสารว่าต้องทำงานไกล ได้แต่ให้กำลังใจ
ที่ไหนได้..วันเกิดไปดื่มด่ำริมโขง ขณะเดียวกันก็พร่ำพูดรักคิดถึงครอบครัวไปด้วย ตรงนี้เป็นเรื่องที่แม่ดุ้ยคาดไม่ถึงเป็นที่สุด
และยากที่จะลืมเลือนไปได้ แม้จะข่มใจมากเพียงใด

แม้หลังเกิดเหตุพบ จม. ได้คุยกันไปหลายครั้งในประเด็นที่แม่ดุ้ยคาใจ เขาก็ยังยืนยันเสมอว่าเขายังรักเราเสมอ ยังเหมือนเดิมตลอดเวลา เรายังบอกเขาว่าถ้าผูหญิงเป็นโสเภณียังจะไม่ทำใจลำบากขนาดนี้ นี่มันเป็นความรัก ความผูกพัน ซึ่งพูดคุยกันมาตลอดว่ามีให้กับภรรยาเท่านั้น แล้วจะไม่ให้แม่ดุ้ยเรียกว่าเมียน้อยได้อย่างไร

ที่จริงก่อนหน้านี้เมื่อปลายปี 52 แม่ดุ้ยเริ่มเจอเหตุการณ์ที่ว่าสามีไปมีเพศสัมพันธ์กับหญิงอื่น แล้วรับไม่ได้ เพราะคาดไม่ถึงว่าจะเป็นไปได้ ก็ในเมื่อไว้วางใจเขาซะขนาดนั้น
และได้เคยมาแชร์ มาขอความเห็นจากเพื่อนในบอร์ด กับบางท่านเลยรู้จักคุ้นเคยกันทางตัวอักษรมาตั้งแต่นั้นมา ตอนหลังกว่าจะทำใจได้ว่ามันเกิดขึ้นได้ แทบจะเป็นเรื่องปกติของชายไทยเมื่อห่างครอบครัว ค่านิยมทางสังคม เป็นแค่เรื่องสนุกซุกซนของผู้ชาย ฯลฯ ก็แทบแย่เหมือนกัน
ส่วนหนึ่งที่อยู่ต่อกับเขามาได้ ก็เพราะเขาบอกว่าเป็นหญิงที่ให้บริการประมาณว่า side line ไม่ได้มีอาราณ์รักหรือผูกพันใดๆทั้งสิ้น และมีคำขอโทษ จะไม่ทำอีก และยืนยันว่าไม่ใช่การนอกใจเลย รักแม่คนเดียวเท่านั้น..เชื่อเขาเลย

....แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ แม่ดุ้ยถึงบอกว่าเสียหมาเลยทีเดียว
ทำให้ฉุกคิดได้เหมือนกันว่า หลังจากกรณีแม่ม่ายแล้ว เขามีอีกกี่คนที่เราไม่รู้ มัวแต่ไประแวงรายเดิมอยู่หรือเปล่า
เขาย้ายไปทุกภาคมาแล้ว ยังสงสัยอยู่ว่าได้ไปถึงมาทุกจังหวัดที่อยู่แล้วแน่ๆ เพียงแต่เขามีวิธีการการจัดการ เขาเคยพูดหลายครั้ง การันตีตัวเองว่า ถ้าเขาไม่มีหลัก ไม่มั่นคงกับครอบครัว คงมีเมียน้อยไปสองสามคนแล้ว ผู้หญิงที่มาใกล้ชิดก็มีไม่น้อย เราเลยเชื่อซะหัวปักหัวปำ..โธ่เอ๋ย
..แต่ที่มีความรักและผูกพันต่อเนื่องก็คงเป็นผู้หญิงที่แม่ดุ้ยพูดว่าเป็นเมียน้อยคนนี้เอง

เอาเถอะค่ะ ประเดี๋ยวจะกลายเป็นคร่ำครวญ จริงๆเพียงอยากจะบอกที่มาที่ไปว่าทำไมถึงเสียความรู้สึกขนาดนี้ รู้สึกงงๆ ว่าเรารู้จักผู้ชายคนนี้ด้วยหรือ ไม่ใช่คนที่เราคุ้นเคยมาก่อน คงต้องทำความรู้จักกันใหม่ ปรับตัวใหม่ก็ยังหว้งอยู่ว่าจะสามารถคุยกันรู้เรื่องในประเด็นที่เราต้องการความกระจ่าง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม่ดุ้ย
เรทกระทู้
« ตอบ #82 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 09:14 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
หากยังรักกัน ผิดบ้างพลาดบ้าง อาจมีบางวันที่พลั้งเผลอ เผลอตัวเผลอใจ
แต่คิดจะกลับตัวก็ควรอภัยกันนะคะ ไม่รู้วันไหนจะตายจากกัน รักกันไว้นะคะ
ดีกว่าพรุ่งนี้เขาไม่อยู่ให้เรารักนะคะ



เศร้าจังค่ะ..ตอนนี้คงจะเข้มแข็งมากแล้วนะคะ

มีคำกล่าวที่ว่าเรามีชีวิตวันนี้ เพื่อจะรอวันพรุ่งนี้
เห็นด้วยค่ะ ขอเพียงเราผ่านวันนี้ไปให้ได้ด้วยดี q*054
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
แม่ลูกสอง
เรทกระทู้
« ตอบ #83 เมื่อ: 31 ม.ค. 11, 13:11 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

อ่านเรื่องของหลายๆคนแล้ว บวกกับเรื่องของตัวเอง สรุปได้คำเดียวว่าผู้ชายเห็นแก่ตัว แม่ลูกสองก็โดนสามีนอกใจเหมือนกันค่ะ ผู้หญิงเป็นน้องที่ทำงานของสามี แต่แม่ลูกสองจับอาการสามีได้หลังจากเค้านอกใจแล้วประมาณ 6-7 เดือนค่ะ พอคุยกันสามีบอกว่าหมดรักแล้วให้อยู่แบบเพื่อน (พูดมาได้เนอะ) ตอนนี้ผ่านมาเกือบปี ยังทำใจได้บ้างไม่ได้บ้าง สวดมนต์ แผ่เมตตา ให้ทุกวัน ก็ยังมีต้องเคลียร์กับสามีอยู่ทุกเดือน ตอนนี้สามีบอกว่าเลิกกันแล้ว แต่ในใจไม่เชื่อแล้วค่ะ เพราะที่ผ่านมาไว้ใจ ไม่เคยระแวง ยังโกหกเราได้ ตอนนี้รู้แล้วใครจะไว้ใจเพียงแต่ไม่พูดเท่านั้น
และจากที่คุยกันมาเค้าก็ไม่ยอมรับผิด โทษว่าเป็นความผิดของภรรยาทำให้เค้าไปมีคนอื่น เฮ้อ ตอนนี้ยังรักคุณสามีอยู่แต่เมื่อเค้าไม่รักเรา ก็ไม่อยากอยู่แต่ก็จะทนอยู่เพื่อลูก ทั้งที่ในใจทรมานมากๆๆๆค่ะ
อยากบอกคุณแม่ตุ้ยว่า ไม่ต้องคุยหรอกค่ะ ไม่มีทางจบ ผู้ชายไม่มีทางยอมรับหรอกค่ะ

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Guest
ตุ๋ย
เรทกระทู้
« ตอบ #84 เมื่อ: 2 ก.พ. 11, 20:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีพยาบาลส่งเมลถืงสามีเรา คิดถึงใจจะขาดแล้ว อย่าปล่อยให้แอ้งฟุ้งซ่านไปกว่านี้เลยนะ จะไปปฏิบัติธรรม ( กาม ) แถวอีสานด้วยกันไหม ไม่ไปก็ตามใจ คนนี้มีลูกสองคนแล้ว สามียังมีอยู่ น่าอายจริง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2  ทั้งหมด

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม