หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ทำอย่างไร ให้ราคาไข่ไก่ เหลือฟองละ 1 บาทณ.ปี2506 ไข่ไก่ฟองละ 20 สต.?  (อ่าน 371 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 29 ก.ย. 10, 14:37 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

พูดถึงเรื่องการลดราคาไข่ไก่ จาก ใบละ 4-5 บาท ให้เหลือ ฟองละ 1 บาท มึนขะหมองตึ๊บ... นอนคิด นั่งคิด ยืนคิด หกกะเมนตีลังกาคิด มันก็เป็นเรื่องสุดวิสัยครับพี่น้อง เพราะ เจ้าของฟาร์มบอกว่า ต้นทุนไข่ เบอร์0-4 ราคาเฉลี่ย ฟองละ 2.70 บาท ในท้องตลาดขาย เบอร์ 1-4 เฉลี่ย ใบละ 3.30-5.00 บาท ข้างที่ทำงานของผมประมาณเบอร์ 2 ใบละ 5 บาท ที่สำคัญ ราคาไข่ในประเทศไทยแพงกว่าราคาไข่ไก่ที่ สหรัฐอเมริกา ซึ่งในอเมริกาวันนี้ ไข่ไก่ราคาเฉลี่ยใบละ 3 บาทไทย มันเป็นไปได้อย่างไร อัตตราแลกเปลี่ยนเงินไทย 33 บาทแลกเงิน อเมริกาได้ 1 บาท หรือ 1 ดอลล่าร์ยูเอส ค่าเงิน 3 บาท สำหรับพวกเขา มันกะจี๊ด กะจิ๊บๆๆๆ แต่ค่าเงินเงิน 3 บาท มันมาก มะหงั้ม....

ทีนี้เพื่อความยุติธรรมต่อ ผู้ซื้อ และ ผู้ขาย โดยเฉพาะ นายทุนฟาร์มไก่ยักษ์ใหญ่ 9 แห่ง ก็ต้องหาข้อมูลว่า ราคาไข่ไก่ในประเทศไทย เกินจริง ไปหรือเปล่า พ่อค้าฮั้วกันหรือเปล่า แจ้งยอดต้นทุนหลอกชาวบ้านหลอกรัฐบาลหรือเปล่า ก็มีวิธีหรือหลักคิดคร่าวๆคือ ไปดูราคาไข่ไก่ที่ประเทศไกล้เคียงซิ ประเทศมาเลเซีย เขมร เวียตนามหลำเดื๊อก สาธารณะประซาซนลาว (ปะซาซนหลาว) สิงคโปร์ พม่า ประเทศจีน...ถ้าราคาไกล้เคียงกัน เอาละผมยอมแพ้ ไม่ต้องมาเขียนมาแก้มาคิดให้เมื่อยข้อเมี่อยมือ เมื่อยตุ้ม(ตุ้มหน้าตาเป็นไงหว่านึกไม่ออก)..เพราะนั้นมันคือราคา มาตรฐาน.....

ผมเชื่อว่า ราคาไข่ไก่ ในประเทศไทย ราคา มันขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้าชั้นดาวดึงส์ เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศที่กล่าวมาแล้ว ( แหมเสียดายปีใหม่ที่ผ่านมาไปมา 3ประเทศลืมสนิทไม่ได้ถามเรื่อง ราคาไข่ไก่)ผมเดาเองนะ ในประเทศปะซาซนหลาว น่าจะสัก 2 บาท เขมรขะหมัยตรึย น่าจะ 2 บาท มาเลเซีย 1.50 บาทสิงคโปร์สิงกะโป ก นั่นน่าจะ 2 บาท พม่า 1.50 บาท ประเทศจีน น่าจะ 1. บาท ผมว่า ประเทศไทยไทยน่าจะลดลงมาได้ไข่ไก่ฟองละ 1 บาท ขาดตัว ใช้คำว่าน่าจะนะครับ....

ผมไม่ใช่นักวิชาการ ไม่ใช่นักวิชาเกิน ไม่ใช่นักวิชาขาด ไม่ใช่นักวิชากวน แต่ผมเป็น"นักวิชาคิด"ใช้สมองคิด ไม่ใช้หัวแม่เท้าคิดเหมือนบางคน..แรงไปไหมนี่..แหมขอโทษ...คุยเล่นบ้างเป็นไรไป อย่าถือสาหาความกันลย...พวกที่ชอบด่าไร้เหตุผล ก็ไม่ควรเข้ามายุ่มย่ามนะจ๊ะ พวกเราคุยการบ้านการเมืองกัน เผื่อเห้นทางขึ้นสวรรค์กันบ้าง อยู่ในนรกไม่ไหว..มันร้อนรุ่ม

เดี๋ยวไปกินข้าวเช้าให้สบายพุงสบายสะดือก่อน เดี๋ยวเรามาช่วยกัน วิเคราะห์เจาะใช ให้ถึงรูกึ๋น ว่ามันคืออะไร ใครหลอกใคร ใครหลอกประชาชน ใครฮั้วไม่ฮั้ว ใครค้ากำไรเกินควร รวยจนพุงปลิ้น ประชาชนทั่วประเทศไทยเดือดร้อน รวมทั้งผมด้วย เดือดร้อน.....แป๊บมา

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)// q*013q*013q*013q*013q*013q*020q*020q*020q*020

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 29 ก.ย. 10, 14:39 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ก่อนอื่น..ขอขอบคุณ..คุณ Lumtakong อย่างมากมาย ที่ให้ข้อมูล ในอดีต รายละเอียดของ ราคาไข่ของ ทุกนายกที่ผ่านมา...ผมไม่ต้องตีลังกาคิด ไม่งั้นกว่าจะนั่งนึกว่า สมัยนั้นรัฐบาลนั้นราคาไข่เท่าไหร่ ก็ต้องปวดเศียรเวียนเกล้าแน่ๆ แหมโชคดีจริงๆครับ... ผมขอดึงเอาข้อมูลของคุณ ลำตะคอง และข้อมูลของผมเล็กน้อย..มารวมสรุปรวมกองไว้ตรงนี้สักกองหนึ่งก่อนครับ คือ

ณ.ปี 2506 ไข่สฤษดิ์ ฟองละ 20 สต.(5ฟอง 1 บาท) / ไข่ถนอม 30-50 สตางค์ /ไข่คึกฤทธิ์ ฟองละ 1.50 บาท /ไข่เกรียงศักดิ์ 1.60 บาท /ไข่เปรม(1) 1.26 บาท /ไข่เปรม(5) 1.80 บาท / ไข่อานันท์ 1.00 บาท (ไข่ธงฟ้ายุคอานันท์ 90 สต. 10 ฟอง 9 บาท) / ไข่ชวน 1.65-2.70 บาท /ไข่แม้ว 3.20 (วิกฤตหวัดนก) ยุคแพงสุด 3.50-4.00 บาท / ไข่สุรยุทธ์ 2.60 บาท /ไข่สมัคร 2.50-3.00 บาท /ณ.ปี 2553 ปีนี้ ไข่อภิสิทธิ์ 3.30-5.00 บาท

ประเทศไทย ไข่ไก่ เป็นสินค้าเศรษฐกิจ ใช้ราคาไข่ไก่ ในประเทศไทย เป็นดัชนีชี้ "ค่าครองชีพพื้นฐาน" ของประชาชน ทั่วประเทศ ถ้าไข่ไก่ราคาถูก สินค้าตัวอื่นก็จะถูกตาม ถ้าราคาไข่ไก่ ราคาแพง สินค้าตัวอื่นส่วนมากจะแพงตาม ..อัตราค่าครองชีพของคนไทย... หลักคำนวนค่าครองชีพ ของคนไทย ต่อคนต่อวัน โดยใช้ข้อมูล จากก้อนสมองน้อยๆของผมเอง ประมวลประมาณการ อนุมานว่า คนไทย หนึ่งคน ใช้จ่ายเป็นค่าครองชีพของแต่ละคน จำนวนเงินเท่าไร เน้นต่อวันต่อคน... (หนึ่ง) คนยากจน วันละ 50 บาท (สอง)คนระดับชาวบ้านทั่วไป 100 บาท (ถ้าลูก 3 คน พ่อแม่ลูกรวมวันละ 500 บาท) (สาม) คนชั้นกลาง วันละ 400 บาท (บ้านติดแอร์) (สี่) คนชั้นสูง วันละ 2000 บาท รวม สี่ข้อมูล 2550 หาร 4 เป็น 514 ชี้ให้เห็นว่า อัตราเฉลี่ยค่าใช้จ่ายของประชาชนทั่วประเทศ คนละ/วันละ 514 บาท เดือนละ 15,620 บาท คูณด้วย 63 ล้านคน เป็นยอดรายเดือน คูณด้วย 12 เป็นยอดรายปี คูณเอาเองก็ละกัน เป็นข้อมูลที่ผมประมวลเอาเองตามอำภอใจ ไม่อิงสำนักใดๆ

ที่นี้ ราคาไข่ไก่ ในปัจจุบัน ฟองละ 3.30-5.00 บาทเป็นรคาที่ผิดเพี้ยน..เหมือนราคาทองคำ ที่แพงเกินเหตุ เป็นราคาที่ผิดเพี้ยน ราคาไม่ได้ขึ้นลงจากความเป็นจริง แต่เป็นราคาที่ พ่อค้าช่วยกันดัน หวังผลกำไรเกินควร เรียกว่าการค้า กำไรเกินควร หรือได้กำไรปกติแต่ ขบวนการผลิตกระบวนการจัดการ มันผิดทั้งระบบ ในการบริหารการเลี้ยงไก่ ซึ่งเป็นไก่เพื่อไข่.......และเราก็ลองเข้าไปดูเส้นสายปลายเหตุมันว่ามันมีเงื่อนงำตรงใหนอย่างไร จะแก้ไข อย่างไร....

ดังนั้นการ จะนำราคาไข่ไก่ มาหา ดัชนี ในทางเศรษฐกิจ ช่วงนี้ทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่า พอแก้ปัญหาไข่ไก่ราคา ฟองละ 1 บาท สินค้าอื่นลงตามด้วยมิใช่ครับ

ขอพักจิบน้ำขิงสักแก้วก่อนเดี๋ยวว่าต่อครับ

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)คนชอบกินไข่//

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 29 ก.ย. 10, 14:43 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ข้อคิดเห็นของคุณ Angle ครับ

เนื่องจากกระทู้ไข่ไก่ของคุณลุงแมน (ขออนุญาติเรียกตามท่านอื่น)
ขอ เรียนถาม คุณลุง หรือผู้รู้ท่านอื่นๆ เกี่ยวกับการจ้างเลี้ยงไก่ไข่ (มีอยู่ 4-5 บริษัทใหญ่ในขณะนี้) ว่ามันต่างจากการจ้างชาวนาทำนาอย่างไร(ไม่ได้บอกว่าการจ้างทำนาดีหรือไม่ดี) และอนาคตเกษตรไทย คนไทย จะเป็นอย่างไร จะเป็นทุนนิยมแบบผูกขาด (หรือเปล่าไม่รู้)รายละเอียดคร่าวๆที่พอจะทราบ
ผู้เลี้ยง
1. ค่าโรงเรือนและอุปกรณ์ คนเลี้ยงออกเอง
2.. ค่าแรง คนเลี้ยงออกเอง
3.. ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน ค่ายามเฝ้า คนเลี้ยงออกเอง
4.. ความเสี่ยงจากไก่ตาย คนเลี้ยงรับไปเอง
5. ราคาแล้วแต่เขาจะให้
สิ่งบริษัทฯ ดำเนินการให้ (หักค่าใช้จ่ายภายหลัง)
1. จัดหาพันธุ์ไก่ให้ …….ได้ขายและได้กำไร
2. จัดหาอาหารให้……..ได้ขายและได้กำไร
3. ยาหรือวัคซีน จัดหาให้……..ได้ขายและได้กำไร
4. ถึงเวลา บริษัทมารับไข่ไป แพคเอง........ได้ผูกขาดตลาด
5. ราคา แล้วแต่ตลาด …………..ราคาหน้าฟาร์มต่างกับราคาตลาด 80 สตางค์

นอกจากไก่ไข่ก็มีอื่นๆอีกมากมาย รวมทั้งพืชผักด้วย.........มีคนบอกมา..แต่ไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่า ว่าสิ่งที่ส่งมาให้เป็น GMO เกษตรกรไม่สามารถ เพาะพันธ์ ขยายพันธ์ได้ ต้องซื้อจากเขาตลอด
จริงๆ แล้วไม่ได้มีอคติอะไรกับบริษัทเหล่านี้ เพียงแต่ไม่อยากเห็นคนไทยเป็นเหมือนกบ (ถ้าเทน้ำาร้อนใส่อ่างก็กระโดดหนีทันทีเพราะรู้ว่ามันร้อน แต่ถ้าค่อยๆเทน้ำอุ่นและเพิ่มความร้อนทีละน้อยมันก็จะนอนอย่างสบายกว่าจะรู้ว่าน้ำมันร้อนก็สายไปเสียแล้ว)
ภาพของเป็ดไล่ทุ่งที่คุณปากเสียพูดถึง นับวันก็จะหาดูได้ยาก ภาพของเกษตรทันสมัยมีฟาร์มของตนเองก็จะเข้ามาแทนที่ อันเนื่องมาจากโครงการเพื่อสังคม กระจายงานกระจายรายได้สู่ชนบท





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 29 ก.ย. 10, 14:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ผมคิดตามประสา ชอชอ ของผมว่า ราคาไข่ไก่ เดี๋ยวนี้ ฟองละ 3.30-5 บาท ลดลงเหลือ ฟองละ 1 บาท (ต้องเวลา 3 เดือนรอไก่ใหม่โต) ก็ว่าเป็นไปได้ โดยใช้ 2 ทฤษฎีหลักๆ มาสนับสนุน คือ วิชาว่าด้วย ตรรกะวิทยา คือวิชาที่ว่าด้วย"หลักความเป็นจริง" และหลักวิชา ว่าด้วย "ปศุสัตว์ศาสตร์สมัยใหม่" เน้นว่าสมัยใหม่นะ คือวิชาการเลี้ยงสัตว์ นักเรียน ต้องเรียนรู้ ต้องสอนแต่ชั้นประถม มัธยม มหาลัย โดย คณะสัตวศาสตร์ และการทำธุรกิจเกี่ยวกับสัตว์ (คณะใหม่ในจินตนาการของผม) ผู้คนที่จะทำธุริจด้านนี้ต้องเรียนต้องศึกษา รัฐบาลต้องสนับสนุน ในการฝึกสอน..หรือมีครูอาสา มากชายช่วยเหลือถ้ารัฐบาลไม่มีงบ

อุปสรรคที่ไม่สามารถทำได้มีอยู่อย่างเดียว คือ บริษัทเจ้าของเล้าไก่ มีอิทธิพล เหนือนักการเมือง เหนือ ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ผลประโยชน์ร่วมกัน หรือพ่อค้าคนกลาง ห้างร้าน รวมหัวกันไม่รับสินค้า ไข่รายอื่นนอกจาก ไข่ไก่ของเข้าพ่อ.. ก็เป็นการยากแก่การแก้ไข อย่างไรก็ตามผมก็ยังไม่ท้อ ยังคิดว่า เป็นไปได้ ทำได้ ให้ไข่ไก่ลดลงเหลือ ฟองละบาท ภายใน 3 เดือน

ผมใช้ ทฤษฎี หรือคำสอนพระพุทธเจ้า(แก้ได้ทุกเรื่อง)คือ ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค หมายึงให้สำรวจที่ตัวปัญหา นั้นๆ หาแหล่งที่เกิดปัญหา หาวิธีการแก้ปัญหา และการดับปัญหา หรือดับทุกข์ ทุกอย่างในโลกนี้ ต้องใช้ทฤษฎี นี้ทั้งสิ้น ถ้าเป็นบุคคลก็พูดถึงทุกข์ สิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์ การแก้ทุกข์ การดับทุกข์ เรื่องอื่นก็เป้นไปตามขั้นตอนนี้ทุกประการ...ข้อสำคัญคือต้องมี "ปัญญา"ในการแก้ปัญหา ลองนำปัญญาน้อยๆของผมมาแก้ปัญหา ไข่แพง ให้ท่านได้ฟังกันเล่นบ้างจริงบ้าง..อ้าว

ตอนนี้ไข่แพง..ก็ตัวปัญหา ก็ดูว่าสาเหตุที่แพงเพราะอะไร นายกรัฐมนตรีก็พูดเมื่อเช้าว่า (1) ซื้อแม่พันธุ์ไก่แพง (2) อากาศร้อนแม่ไก่ไม่ออกไข่ (3)บริหารจัดการผิดพลาด (4)ต้นทุนสูง ราคาหน้าฟาร์ม ราคาไข่ฟองละ 2.65 -2.90 บาท และทราบข่าวจากนักข่าวสัมภาษณ์เจ้าของฟาร์ม เมื่อเช้านี้ บอกว่า ค่าอาหรไก่ กิโลละ 15 บาท(แต่ตัวยาฉีดให้ไก่เร่งไข่คงไม่กล้าบอก)

ในความคิดของผมบอกตั้งแต่ต้นแล้วว่า ไปดูประเทศไกล้เคียงซิ ราคาแตกต่างกันมากมายมากน้อยแค่ใหน ถ้าราคาของประเทศเราสูงถึงสวรรค์ชั้นฟ้าอาวดึงส์ ก็ต้องแก้ไขได้ การเลี้ยงไก่มีปัจจัยในการเลี้ยงที่เหมือนกันทั่วโลก ไม่ใช่ว่าไก่ของประเทศไทยต้องเลี้ยงด้วยทองคำ ....ให้มันกินทองคำราคาจึงแพง...ไม่ใช่ การแก้ปัญหาในแนวทางของผม ต้องพุดว่า...ถ้าเป็นนายกรัฐมนตรี...ผมจะแก้ดังนี้

ดูที่ต้นทุนจริงของผู้เลี้ยงไก่ไข่....มีอะไรบ้าง

1. เจ้าของฟาร์ม มี 2 กลุ่ม คือกลุ่มคน ที่มีที่ดินเป็นของตัวเอง มีคอกเอง เลี้ยงเอง อีก กลุ่มคือ กลุ่มคนเช่าคอกไก่ แต่เท่าที่ผมศึกษามา กลุ่มหลังนั้นเลี้ยงไก่เนื้อ ไม่ใช่ ไก่ไข่ ในกรณีที่เป็นเจ้าของคอกไก่ ใช้เงินสร้างคอกไก่เท่าไร เอา 3650 หารค่าคอกทั้งหมด บวกดอกเบี้ย กรณีกู้เงินธนาครกำหนด 10 ปี ออกมาเป็นค่าใช้จ่าย ไก่ต่อวัน เอา จำนวนไก่ที่เลี้ยงทั้งปีโดยประมาณ ไปหาร ก็ออกมาว่า ต้นทุน จุดนี้ราคาเท่าไรต่องวดต่อตัว เอาจำนวนไก่ไข่ต่อตัว ไข่วันแรกถึงวันจับแม่ไก่แก่ไปขาย รวมไก่ทั้งหมดต่อตัว 300-500 ฟองต่อตัว....เอายอดในทางคณิตศาสตร์ไปหาร ก็ได้ยอดรายจ่ายว่าไข่ 1 ฟองราคาเท่าไร ที่เป้นยอดเงินรายจ่ายยอดที่ 1 เท่ากับ รายการ

2.เพาะไก่เอง หรือซื้อลูกไก่มา..ก็เป็นต้นทุนรายจ่าย
3 อาหารไก่ กิโลกรัมละ 15 บาท
4 ยารักษา ราคาเท่าไร
5 ไก่ตาย ก็ต้นทุน
6 คนงานเจ้าหน้าที่ประจำฟาร์ม ใช้น้อยมาก
7 ค่านำค่าไฟฟ้า
8 ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงยานยนต์
9 ส่วนแม่ไก่ที่ขายออกไปหลังหมดอาการออกไข่ ก็มีคนซื้อได้ราคาสูง พ่อค้านำไปทำข้าวมันไก่ แบบไหหลำอร่อยนัก กินหนังกรุ๊บๆ อันนั้นไปอยู่ในรายรับ
9 ขี้ไก่ มีคนซื้อไปเลี้ยงปลาดุก ราคาดี

นี่แค่เห็นรางๆ ว่า เจ้าของฟาร์มส่งไข่ฟองละ 3.20 บาทกำไรพุงปลิ้น.......พักยกทานน้ำส้มสักแก้ว..

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 29 ก.ย. 10, 14:46 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ทีนี้ก็ลองมาดูการลดต้นทุน ว่ามีอะไรบ้าง

1. เรื่องการซื้อพันธ์ไก่แพง....อันนี้ไม่น่าเชื่อเพราะ เด็กๆ กำลังเรียน ป.4 ก็ฟักไก่เป็น ฟักง่ายมาก คนข้างที่ทำงานเขาบอกว่าตอนเด็กๆ เขาใช้ความร้อนจากแสงไฟถ่านไฟฉาย ก็ฟักไก่ได้..อันนี้นายทุนโกหกอย่างสิ้นเชิง เพราะทำลังฟักไก่เองก็ได้ ไม่ว่าจะเลี้ยงไก่ แบบเปิด แบบปิดอะไรก็แล้วแต่ ตีซะว่าไข่แม่พันธุ์ฟองละ 5 บาท ตีราคาทะลุฟ้าไปเลย ซื้อมา 500 ฟอง ฟักได้ประมาณ 95% ตีเสียไป สัก 5 % ก็ตีซะว่า ไก่ตัวละ 6 บาท เลี้ยงรวมกันก่อน มันยากอะไรนักหนา

2. ยาและ วัคซีน ก็ไม่กี่กะตังค์
3. อาหาร อันนี้แหละสำคัญที่สุด ถ้าคนเลี้ยงคิดแต่จะซื้ออาหารถุงสำเร็จรูป เห็นว่ามันแพงเกินเหตุก็อย่าไปซื้อของมัน ผลิตอาหารขึ้นมาเอง การผลิตอาหารไก่ ง่ายมากๆ ไก่กินทุกอย่างที่ขวางหน้า ข้าวเปลือก ข้าวสาร ข้าโพด มันสัมปะหลัง มะพร้าว เผือกมัน ใส้เดือน มด ใบไม้ เม็ดใบกฐิน กินแม้กระทั้งขี้คน ขี้คนไก่ชอบกินนัก... .เผือกมัน มีที่ดิน ทิ่มตรงใหนมันก็ขึ้น เม็ดกฐิน ข้าวโพด กฐิณ โยนบนพื้น ใช้ส้นเท้ากระทืบทีเดียวมันก็ขึ้นงอกงาม รับผลเร็ว ถ้าไม่อยากทำเองก็บอกชาวบ้าน ว่า..ต่อไปนี้ เราจะซื้อ..ข้าวโพด กฐิน เผือกมัน รำข้าว และอื่นๆ ตัดความยุ่งยาก

เครื่องบดอาหาร..ง่ายมากๆให้ช่างไทยนี่แหละ ช่างเหล็กที่ใหนๆก็ทำได้เอาแบบให้เขาดู ...ช่างไม่ต้องทำด้วยมือหรอก เอาตีนออ๊กยังทำได้..(ขออภัยพูดภาษาชาวไร่ชาวนา)ปั่นออกมา ถ้า กิโลละเกิน 5 บาท ผมนอนให้เหยียบพุงกะทิ 3 รอบ.....ลดต้นทุนมากมาย....แต่ถ้ากะแดะงอมืองอเท้าวรออาหารถุง ของเจ้าสัว ชาติหน้าตอนบ่ายๆจึงจะรวย ต้นทุนมันก็สูง

4. นักวิชาการนักวิชาเกิน นักวิชาขาด นักวิชากวน ที่แสร้งไปตรวจ จับผิดโน่นนี่เพื่อรับเงินใต้โต๊ะ ไล่กลับกรมกองให้หมด ไม่ต้องให้มัน โน่น ปิดฟาร์มหรือ...ไปศาลโน่น ซัดจะให้ขี้แตกขี้แตน ตอนผมทำธุรกิจ เจอพวกนี้เยอะมาก หงายท้องไปทุกราย เราทำให้ถูกกฎหมาย เจ้าหน้าที่ทำอะไรไม่ได้ ไม่ได้ผลิตลูกไฮโล ที่จะต้องไปกลัว จนขี้ขึ้นสมอง

5. ไก่ตาย ธรรมชาติของไก่ ตายยากมาก ขนาดใช้ไม่เขวี้ยงตายไปแล้ว ทิ้งไว้สักพัก หรือข้ามคืน มันลุกวิ่งเฉย ..หรือเอากะด้งครอบเคาะตีให้เสียงดังปุงๆๆๆ ลุกวิ่งเฉย คุณที่มันตาย ก็ปล่อยให้มันตาย นอกจาก โรคระบาด..โรคระบาดในสัตว์ มีเหมือนกันทั่วโลก 4-5 ปีมีครั้งเป็นอย่างนี้มาเป็นหมื่นปีแสนปีแล้ว เช่นหลังโรคระบาด ทีนี้มันจะปลอดโรคนานราว4-5 ปี ก็ต้องฟังข่าวโลกบ้างที่ใหน ประเทศใหนมีโรคระบาดบ้าง..ไม่ใช่ว่ามันจะโผล่พรวดมาที่ประเทศไทยเจาะจง ประเทศเเรกซะเมื่อไหร่ ..

อีกอย่างให้คนไทย หมอไทย เข้าใจเสียใหม่ ความหมายของคนไทยที่ว่า หวัดนก หรือ Bird Flu ไม่ใช่หวัดที่เกิดมาจากนก..ตามที่คนไทยทั่วไปเข้าใจผิดๆมานานนักหนาแล้ว...ความหมายของฝรั่ง คือหวัดใหญ่สัตว์ปีก หรือหวัดนก ไม่ได้เกิดจากนก เกิดจากอากาศพัดพาเชื้อโรคชนิดหนึ่ง ไม่รู้จะชื่อว่าอะไร เลยให้เชื่อว่า หวัดนก.....คิดแล้วกลุ้มกับหมอไทย....จริงๆพับผ่าซี อย่าง Double Standard ที่พระองค์ตรัสมานานแล้ว ไม่ได้แปรว่า 2 มาตรฐาน แท้จริงแปลว่า "ไม่มีมาตรฐาน"" เช่น Double sail แปลว่า ขับเรื่อไร้ทิศทางแบบไม่มีหางเสือ ไม่มีจุดหมายปลายทาง...ในประเทศไทยนัยว่านักภาษาอังกฤษเก่งกันนักไม่ใช่หรือ ไม่น่าปล่อยไก่ปล่อยเป็ดกันทั้งประเทศ เยวยวนี้ ในดิคชันนารี่ ยังดันบัญญัติ ว่า 2 มาตราฐาน..ทีนี้ปล่อยห่านเลย....อายเขาทั้งโลกา อีกทั้งสอบเข้ามหาลัย เมื่อก่อนใช้ Entance สมัยทักษิณฯ เปลี่ยนมาเป็น Admission นี่ก็เข้ารกเข้าป่าปีนภูเขาลงทะเลไปเลย....อะไรของพวกเขาไม่เข้าใจ..เลรยนิ...555+++++++lol

ถึงผมบอกเสมอว่า ถ้าผมเป็นรัฐมนตรี กระทรวงศึกษา เด็กจบป.4 พูดภาษอังกฤษคล่องแคล่ว อย่างน้อยๆ 300 ประโยค สำเนียงเน้นว่าต้องไกล้เคียง ไม่ใช่พูดสำเนียงไทย ฝรั่งฟังไม่เข้าใจหรอก หรือเข้าใจสับสน เพราะฉะนั้นคนเลี้ยงไก่ก็ฟังข่าวภาษาอังกฤษรู้เรื่องไม่ใช่เรียนภาษาอังกฤษ 20 ปีจบปริญญาโท เจอฝรั่งวิ่งหนี..แหมอดที่จะพูดเรื่องนี้ไม่ได้สักที ประเทศไทยบื้ออย่างนี้แหละครับ จะทันโลกทันสมัย เมื่อไรไม่รู้

ก็มีประเด็นหลักๆแค่นี้แหละเรื่องต้นทุน...ผมพูดแบบคนปักษ์ใต้ขวานผ่าซากว่า นายทันหลอกรัฐบาล รัฐบาลทุกรัฐบาลที่ผ่านมา ทุกยุคทุกสมัย ซื่อบื้อ ไม่ทันเกมส์ ของพวกพ่อค้า นายทุน...คุณรู้ไหมว่า เขาหลบเลี่ยงภาษีปีละเท่าไร มหาศาล...คือโง่แล้วอวดฉลาด คุยฉิบหายวายป่วง จะแก้อย่างนั้นอย่างนี้ ผ่านมาไม่รู้กี่สมัย..โหล่ยโท่ยทั้งเพ

ประการสุดท้าย...ถ้ารัฐบาลกล้าหาญ ทำการแซงชั่น พวกพ่อค้าหน้าเลือด..รัฐบาลจัดทำ"โครงการฝากไก่ "ให้ชาวบ้านเลี้ยง แล้วแบ่งกำไรกัน ให้ชาวบ้านประชาชนทั่วประเทศสร้างคอกเอง รัฐให้พันธ์ไก่ อาหารไก่ ผลผลิตแบ่งกัน ไข่ไก่ไม่มีเสีย เกินปริมาณ แปรสภาพอาหารสำเร็จรูป มากมายก่ายกอง แล้วในที่สุด ไข่จะลดลง ฟองละ 1 บาท ได้

คงจะมีคนสงสัยถามว่า พ่อค้าเจ๊ง..ฟังก่อนหนูละอ่อน ราคา ต้นทุนไข่ ฟองละ 50 สตางค์ ส่ง 70 สตางค์ ค่าตลาด 30 สตางค์ พ่อค้าได้กำไร ฟองละ 20 สตังต์ ปัจจุบัน ราคาต้นทุนไข่ฟองละ 2.90 บาท ส่ง 3.20 พ่อค้าได้กำไร ฟองละ 20 สตังค์ แม่ค้านในตลาด ก้กำไรเท่าเดิม ขาดทุนไหม? ที่ประชาชนซื้อสินค้าถูก อาหารแปรรูปทุกชนิดที่มีไข่ไก่ เป็นส่วนประกอบ ลดราคาทุกชนิด ประชาชนซื้อในราคาถูก....

ที่ผมอรรถาธิบายย่อๆ ทั้งหมดนี้ คุณคิดว่าเป็นไปได้ไหม?....ถึงผมบอกว่า ราคาไข่ไก่ในปัจจุบัน ฟองละ 3.30-5 บาท สามารถทำให้ราคาลดลง เหลือ ฟองละ 1 บาท นั้นเป็นไปได้

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)//

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 29 ก.ย. 10, 14:48 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีข้อความ และตัวเลขผิดพลาดตกหล่นบ้าง ขออภัยนะครับ อย่างคห.11ตอนท้ายๆ ราคาไข่ต้นทุน 2.90 ขายส่ง 3.20 บาท กำไร 20 สต. ขอแก้เป็น ขายส่ง 3.10 บาท กำไร 20 สต. ครับ //ช.ผาสุข(คนไทยแท้)//

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 29 ก.ย. 10, 14:49 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

ปัญหาทุกปัญหา ในประเทศนี้ แก้ได้หมดทุกเรื่อง ก็ต้องยอมรับว่าแก้ยาก ...ผู้นำทุกระดับ จะต้องมีลักษณะผู้นำ ต้องใช้สมองที่ชาญฉลาด ถึงจะแก้ได้..บางเรื่องสลับซับซ้อนหลายเชิงชั้น ดังนั้นต้องถอด ดึงออกมาทีละชั้น แก้ทีละจุด เหมื่อนช่างซ่อมทีวี บางจุดเพียงแค่ ฟิวส์ขาด ก็ลงทุน 25 สตังค์ต่อติดปกติ บางจุดเอาของเก่านั่นแหละมาขูดๆถูๆ ก็ใช้ได้ บางจุดต้องเปลี่ยนแค่ คอนเดนเซอร์ ตัวละ 2 บาท บางจุดต้องรื้อทั้งแผง เปลี่ยนทั้งแผง ในระบบขับเคลื่อนการบริหารประเทศก็ไกล้เคียงกัน

ไม่ว่าเรื่อง ประเทศไทยขาดดุลการค้าต่างชาติ ค่าเงินบาทลด สินค้าอุปโภค บริโภคในครัวเรือนแพง เศรษฐกิจตกต่ำ เงินสำรองคงคลังน้อย เงินสำรองเงินตราต่างประเทศน้อย ผลการเกษตรไม่คุ้มทุน ความมั่นคงของชาติสั่นคลอน(อย่างปัจจุบันนี้) มีโจร จี้ ปล้น ฉกชิงวิ่งราว ข่มขืน ฆ่า ไม่เว้นแต่ละวัน บ้านเมืองเต็มไปด้วย คนขี้โกง ผู้มีอิธิพล เจ้าพ่อ เจ้าแม่ ประชาธิปไตยที่สับสน คนจนไร้ที่พึ่ง ไม่ได้รับความยุติธรรม คนมีเงินเศรษฐีนายทุนสามาลย์ ครองอำนาจรัฐทางอ้อม คนไทยถูกดูหมิ่นจากคนต่างชาติ ดูถูกเหยียดหยามคนไทยชาติไทย มานานนับเนื่องตั้งแต่ปี 2475 ถึงวันนี้ 2553 นับได้ 78 ปี เกือบศตวรรษ

ไม่มีใคร คณะใด หรือรัฐบาลใด..แก้ปัญหาสำคัญชอง ชาติ ของบ้านเมือง ของประชาชน ได้สำเร็จถาวรมั่นคง มีแต่จะตกต่ำลงทุกวันๆ เปลี่ยนระบอบการปกครองก็แล้ว เปลี่ยนรัฐบาลก้แล้ว เปลี่ยนนายกก็แล้ว เปลี่ยนรัฐมนตรี ก็แล้ว ยุบสภาฯก็แล้ว เปลี่ยนตำแหน่งสำคัญๆ ทั้งเล็กใหญ่ในหน่วยงานราชการ องค์กร ก็แล้ว เลือกตั้ง สส.ก็แล้ว เลือกแล้วเลือกอีก ประชาชนบ่นเบื่อระอา น่ารำคาญ....ก็แก้ปัญหาสำคัญของประเทศของประชาชน ไม่สำเร็จ

นัยว่าประเทศไทยมีคนเก่งเฉียบแหลม ชั้นเทพ มีผู้รู้จบ ปริญตรี โทร เอก ดอกเตอร์เต็มบ้านเต็มือง โอ่โอ้อวด บางคนจบปริญญาหลายสถาบันยาวเป็นศอก มีมากขนาดเดินหัวชนกันหัวโน มีนักวิชาการ นักวิชาเกิน นักวิชาขาด นักวิชากวน ออกรายการวิทยุ ทีวี 400 กว่าสถานีรับคลื่นได้ทุกซอกทุกมุม มีหนังสือพิมพ์เต็มแผงมากมาย ต่างก็ให้สัมภาษณ์ ชี้แนะชี้นำ มากมาย ผมเคยบอกว่า ถ้าเอาน้ำลายที่กระเซ็นออกจากปากของพวกเขาทั้งหมดมารวมกันหลายปิ๊บ แต่ก็ประเทศไทยยังด้อยพัฒนาล้าหลัง กว่านานอารยะประเทศ ทิ้งห่างเหมือนฟ้ากับนรก

ทั้งๆที่ประเทศไทยอุดมสมบูรณ์ทุกด้าน ไม่ว่า สถานที่ตั้งภูมิศสาตร์ ในน้ำมาปลา ในนามีข้าว ในป่ามีต้นไม้ ใต้ดินมีแร่ธาตุ ใต้ทะเลมีก๊าซมีน้ำมัน ในอากามีคลื่นความถี่วิทยุทีวี คลื่นโทรศัพท์มือถือมากมาย พื้นดินส่วนหนึ่งติดแผ่นดินใหญ่ไม่ว้าเหว่ มีเพื่อนประเทศ ผืนดินส่วนหนึ่งยื่นลงไปในทะเล อุดมสมบูรณ์ มีสถานที่ท่องเที่ยวสวยงามมากมายหลายแห่ง ทั่วประเทศ ที่สำคัญ คนไทยมากมายที่ฉลาดหลักแหลม แต่น่าเสียดาย ประเทศไทยด้อยพัฒนามาเป็นระยะอันยาวนาน ไม่มีทีว่า ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าสมัยได้อย่างไร ผู้คนรบราฆ่าฟันกันเอง เหมือนคนป่าเมืองเถื่อน ทุบรถยนต์นายก ฆ่าฟัน เผาบ้านเผาเมือง

ทั้งหลายทั้งปวงสามารถแก้ปัญหาได้ทุกปัญหา ผมจึง นำเสนอเขียนใน หนังสือ "ปฎิวัติครั้งใหญ่ ประเทศไทยใหม่ในความคิดของผม" คาดว่าอีก 3 เดือนวางตลาดครับ ไม่ใช่เพียงแต่...ตำหนิรัฐบาลอย่างเดียว...แต่ บอกวีธีแก้ปัญหาไว้ด้วย คล้ายๆ แก้ปัญหาไข่ไก่แพง แบบนี้แหละครับ รัฐบาลใดนำไปปฏิบัติ เชื่อว่า ประเทศไทยจะเจริญก้าวหน้าทันสมัย ทันโลก ทันเหตการณ์อย่างถาวร อย่างแน่นอน

//ช.ผาสุข(คนไทยแท้)//

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Guest
อำนาจ
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 29 ก.ย. 10, 18:52 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

มีการฮั้วราคาแม่พันธ์ไก่ไข่ และอาหารไก่ ทำให้เกษตรกรต้องซื้อไก่ และอาหารไก่ในราคาแพง จึงจำเป็นต้องขายไข่แพงไปด้วย(ปัจจัยในประเทศก็เป็นส่วนหนึ่ง) รัฐมนตรีเกษตรรู้ดีแต่ทำไมไม่แก้ไข
ถ้าเปิดเสรีในการนำเข้าแม่พันธ์ไก่ จะทำให้ราคาไข่ไก่ถูกลงอย่างมาก ราคาน้ำตาลทรายก็เหมือนกันกักตุนรอจนตลาดโลกราคาสูงขึ้นก็ส่งออกอย่างเดียวในประเทศไม่พอบริโภค ทำให้ห้างร้านต้องกักตุนสินค้ามาจำหน่ายในราคาแพงอีก
ในประเทศไทยยังมีเรื่องแสบๆอีกเยอะ คนไทยเอาเปรียบคนไทยด้วยกันเอง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 7 ต.ค. 10, 19:47 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

เพราะยักษ์ใหญ่ไม่กีี่เจ้า ควบคุมตลาดไว้หมด ทั้งขายแม่พันธุ์ พ่อพันธุ์ ขายอาหารไก่ แถมผลิตไข่จำนวนมาก จึงสามารถควบคุมตลาดได้

ที่สำคัญผมว่ายักษ์ใหญ่ฮั้วกันแน่นอน จึงไม่เกิดการแข่งขันในตลาดที่เป็นจริง

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม