หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: เกร็ดความรู้เรื่องการฉีด วัคซีน หัดเยอรมัน และวัคซีน อีสุกอีใส เพื่อป้องกันโรค  (อ่าน 18 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 8 ก.ค. 21, 18:24 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เด็กแรกเกิดทุกคนมีร่างกายอ่อนแอและมีภูมิคุ้มกันต่ำ ดังนั้นการฉีด วัคซีน เด็ก เพื่อกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคติดต่อต่าง ๆ รวมถึง วัคซีน หัดเยอรมัน และ วัคซีน อีสุกอีใส จึงต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก และยังต้องหาช่วงเวลาที่เหมาะสมกับวัคซีนแต่ละชนิดอีกด้วย
โรคหัดเยอรมันเกิดจากเชื้อไวรัสรูเบลล่า (Rubella) ป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน MMR ซึ่งเป็นวัคซีนรวม 3 โรค ป้องกันได้ทั้งโรคหัด หัดเยอรมัน และคางทูม การระบาดของโรคหัดเยอรมันเกิดขึ้นบ่อยช่วงอากาศหนาวเย็นระหว่างเดือนมกราคมถึงเมษายน มักพบการระบาดในสถานเลี้ยงเด็กและโรงเรียน ติดเชื้อทางน้ำมูก น้ำลายผ่านการไอ จามและการสัมผัสกับเชื้อโรคโดยตรง โรง พยาบาล แถว พระราม 4 จะฉีดวัคซีนรวมให้ตั้งแต่เด็กเริ่มตั้งแต่อายุยังไม่ครบปี เป็นการป้องกันไว้ดีกว่าแก้
โดยปกติหัดเยอรมันเป็นโรคติดต่อได้ง่ายจากสารคัดหลั่งทางเดินหายใจของผู้ที่มีเชื้อจามและไอออกมา เมื่อร่างกายติดเชื้อแล้วอาจไม่แสดงอาการทันที แต่ใช้เวลา 14-21 วันจึงเริ่มเป็นไข้ มีผื่น เชื้อโรคอยู่ในร่างกายนานถึง 1 ปีก่อนที่จะแสดงอาการ หากสตรีมีครรภ์ไม่เคยได้รับ วัคซีน หัดเยอรมัน มาก่อนมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอันตรายกับเด็กในครรภ์ เด็กอาจจะพิการแต่กำเนิด หูหนวก ตาเป็นต้อกระจก สมองฝ่อ โรคหัวใจ หรือเสียชีวิตได้
วัคซีนป้องกันหัด หัดเยอรมันและคางทูม (MMR)
- เข็มที่ 1 ฉีดช่วงอายุ 9-12 เดือน
- เข็มที่ 2 ฉีดช่วงอายุ 2-4 ปี
โรคหัดเยอรมันป้องกันได้ด้วยการฉีดวัคซีน งดเว้นผู้ที่เคยมีอาการแพ้รุนแรงจากการฉีดวัคซีนครั้งแรก ซึ่งพบได้น้อยมากแต่ก็อาจเกิดขึ้นได้ มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นมะเร็ง กินยาหรือใช้สเตียรอยด์ที่มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน
สำหรับโรคอีสุกสีใสคือโรคติดต่อทางผิวหนังซึ่งเกิดจากเชื้้อไวรัสวาริเซลลา (Vericella Zoster) ซึ่งเป็นเชื้อเดียวกับโรคงูสวัด พบการแพร่ระบาดมากในช่วงอากาศเย็นตั้งแต่เดือนตุลาคมไปจนถึงช่วงต้นปี โรคติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับตุ่มน้ำบนผิวหนังหรือสูดเอาน้ำมูก น้ำลายของผู้ป่วยเข้าไป สมัยก่อนเด็ก ๆ เป็นกันแทบทุกคน มีอาการเป็นไข้ เกิดตุ่มใสตามร่างกายเมื่อแห้งและหายแล้วจะกลายเป็นจุดด่างดำและรอยแผลเป็น แม้จะดูเหมือนไม่ร้ายแรงแต่ความจริงแล้วมีโอกาสเกิดอาการแทรกซ้อนรุนแรง เช่น สมองอักเสบ ปอดอักเสบ หรือร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิต เมื่อเป็นแล้วจึงต้องหยุดเรียนหรือหยุดงานเพื่อไม่ให้แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น
โดยทั่วไปหลังจากป่วยเป็นโรคอีสุกอีใสแล้วจะเกิดภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ แต่ทุกวันนี้เราหลีกเลี่ยงการเจ็บป่วยได้ โดย โรง พยาบาล แถว พระราม 4 แนะนำว่าโรคอีสุกอีใสป้องกันได้ด้วยการฉีด วัคซีนโรคอีสุกอีใส
วัคซีนอีสุกอีใส
- เข็มที่ 1 ฉีดช่วงอายุ 12-15 เดือน
- เข็มที่ 2 ฉีดช่วงอายุ 2-4 ปี
การรับวัคซีนป้องกันอีสุกอีใส เริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 1 ปีขึ้นไป โดยปกติแล้วจะแนะนำให้ฉีด ส่วนเข็มที่ 2 ฉีดช่วงอายุ 2-4 ปี หากมีการระบาดเกิดขึ้นอาจฉีดเข็มที่ 2 ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ทันทีโดยจะต้องมีระยะห่างจากเข็มแรกอย่างน้อย 3 เดือน ในโปรแกรมการ ตรวจ สุขภาพ ทางโรงพยาบาลจะเจาะเลือดตรวจหาแอนติบอดีเพื่อวินิจฉัยโรคอีสุกอีใสได้ และพิจารณาฉีดวัคซีนให้

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม