หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: ทันตแพทย์เผชิญกับผลพวงจากโควิด-19 ที่มีต่อสุขภาพช่องปากคนทั่วโลก  (อ่าน 17 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 19 มี.ค. 21, 15:22 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

หายนะทางทันตกรรม: หนึ่งปีหลังการล็อกดาวน์รอบแรก ทันตแพทย์ทั่วโลกเผชิญกับผลพวงจากโควิด-19 ที่มีต่อสุขภาพช่องปากของคนทั่วโลก โดยพบฟันผุและโรคเหงือกมากขึ้น


พฤติกรรมเปลี่ยนไป : หลายคนไม่ได้แปรงฟันวันละสองครั้งอย่างเคย กินขนมมากขึ้นตอนอยู่บ้าน และไม่ไปพบทันตแพทย์

ก่อนที่จะถึงวันทันตสาธารณสุขโลก (World Oral Health Day) ในวันเสาร์ที่ 20 มีนาคม และหนึ่งปีหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 บรรดาที่ปรึกษาและสมาชิกของสมาพันธ์ทันตแพทย์โลก (FDI World Dental Federation: FDI) ได้เห็นหายนะที่เกิดขึ้นกับสุขภาพฟันและเหงือกของคนทั่วโลก

"เราเรียกมันว่าหายนะทางทันตกรรม" Dr. Gerhard Konrad Seeberger ประธาน FDI กล่าว "มาตรการควบคุมต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดความลังเลใจในการดูแลสุขภาพช่องปาก แต่ความจริงทั้งหมดไม่ได้มีแค่นั้น"

ในช่วงที่โรคโควิด-19 ระบาดรอบแรก คลินิกทันตกรรมทั่วโลกต้องระงับการให้บริการนาน 2-3 เดือน ตลอดระยะเวลาดังกล่าว ทันตแพทย์ต้องเลื่อนหรือยกเลิกนัดคนไข้ ยกเว้นกรณีฉุกเฉิน ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า บริการทันตกรรมเป็นหนึ่งในบริการสุขภาพที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากโรคโควิด-19 โดย 77% ของประเทศทั่วโลกรายงานว่าบริการทันตกรรมหยุดชะงักบางส่วนหรือทั้งหมด

- ดูภาพประกอบได้ที่ AP Images (http://www.apimages.com) -

หลังการระบาดรอบแรกและก่อนเกิดการระบาดรอบสอง บริการทันตกรรมในหลายประเทศได้กลับมาให้บริการอีกครั้ง โดยทันตแพทย์ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและควบคุมการติดเชื้ออย่างเข้มงวดที่สุด และมีการทบทวนมาตรการด้านสุขอนามัยตามข้อกำหนดของรัฐบาล โดยผลสำรวจเมื่อไม่นานมานี้แสดงให้เห็นว่า บุคลากรด้านทันตกรรมมีอัตราการติดเชื้อ SARS-CoV-2 น้อยกว่าบุคลากรทางการแพทย์อื่น ๆ อย่างมากในเกือบทุกพื้นที่ทั่วโลก

ถึงกระนั้น คนจำนวนมากก็ยังหลีกเลี่ยงการตรวจสุขภาพฟันตามกำหนด และยอมพบทันตแพทย์ต่อเมื่อปวดฟันอย่างรุนแรงเท่านั้น หลายคนจึงเกิดฟันผุอย่างรุนแรงและอาการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การติดเชื้อ ซึ่งทำให้การรักษาซับซ้อนกว่าเดิม

หนึ่งปีหลังการดูแลรักษาสุขภาพช่องปากเผชิญอุปสรรคครั้งใหญ่ บรรดาทันตแพทย์ต้องเผชิญกับผลพวงอันเลวร้าย โดย Professor Paulo Melo ที่ปรึกษาของ FDI ผู้สอนวิชาทันตกรรมและทำการรักษาในเมืองปอร์โต ประเทศโปรตุเกส พบคนไข้หลายสิบคนที่กลัวติดโควิด-19 และเลื่อนนัดทันตแพทย์ โดยปกติแล้ว คนไข้ที่มีความเสี่ยงสูงได้รับคำแนะนำให้ตรวจสุขภาพฟันทุก 3-6 เดือน แต่คนไข้จำนวนมากรอนาน 9 เดือน ถึง 1 ปี หรือนานกว่านั้น จนหลายรายปวดฟันอย่างรุนแรงและเกิดอาการแทรกซ้อนอื่น ๆ ส่งผลให้บางรายต้องถอนฟัน และบางรายต้องรักษารากฟัน

"ในระหว่างที่เกิดโรคระบาด คนไข้ความเสี่ยงสูงมีแนวโน้มเกิดปัญหาสุขภาพฟันมากกว่าหนึ่งอย่าง โดยอาจมี 3-4 ปัญหาพร้อมกัน เนื่องจากปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานโดยไม่มาตรวจสุขภาพฟัน" Professor Melo กล่าว "ปัญหาที่พบบ่อยคือรอยโรคฟันผุและโรคเหงือก"

"โรคฟันผุที่ควรรักษาได้ไม่ยาก ลุกลามกลายเป็นโรคเนื้อเยื่อรอบปลายรากอักเสบและฝี ซึ่งต้องใช้วิธีการรักษาที่ซับซ้อนกว่าเดิม" Dr. Vanishree MK ศาสตราจารย์ด้านทันตสาธารณสุขจากเมืองบังคาลอร์ ประเทศอินเดีย กล่าว "คนไข้ควรข่มความกลัว และไม่ควรเลื่อนนัดรักษาฟันที่มีความสำคัญ"

"หนึ่งในผลพวงที่เลวร้ายที่สุดของโรคระบาดคือ ปัญหาสุขภาพช่องปากที่ไม่เร่งด่วนได้กลายเป็นปัญหาเร่งด่วนเพราะคนไข้ปล่อยเวลาให้ผ่านไปหลายเดือนจึงมารับการรักษา" Dr. Maria Fernanda Atuesta Mondragon ประธาน Colombian Dental Federation และที่ปรึกษาของ FDI กล่าว "คนไข้บางคนต้องจัดฟันใหม่เพราะสูญเสียช่องว่างที่เว้นไว้ให้ฟันเรียงตัวกัน คนไข้บางคนก็มีปัญหาโรคปริทันต์อักเสบรุนแรงมาก"

"วัยรุ่นมักมีฟันผุ และดิฉันพบฟันผุในคนไข้กลุ่มนี้มากขึ้น" Dr. Nahawand Abdulrahman Thabet ทันตแพทย์จากกรุงไคโร ประเทศอียิปต์ และที่ปรึกษาของ FDI กล่าว "คนไข้อายุ 15 ปีคนหนึ่งยอมรับว่าเขากินขนมมากขึ้นตอนอยู่บ้านเพราะโรงเรียนปิด ดิฉันคิดว่าเด็กวัยเดียวกันอีกหลายพันคนก็คงอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน"

การล็อกดาวน์ครั้งแล้วครั้งเล่า การจำกัดการเดินทาง และการทำงานจากบ้าน ล้วนทำให้พฤติกรรมและกิจวัตรประจำวันเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพช่องปากในที่สุด

การกำหนดกิจวัตรการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี อย่างการแปรงฟันวันละสองครั้งตอนเช้าและก่อนนอน ถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง จากการศึกษาวิจัยระดับโลก [1] โดย Unilever พบว่า เด็กเลียนแบบพฤติกรรมหลายอย่างของพ่อแม่ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพของตัวเอง หากพ่อแม่ไม่แปรงฟันวันละสองครั้ง เด็กก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 7 เท่าที่จะไม่แปรงฟัน ขณะที่ผลสำรวจทันตแพทย์ก็เห็นตรงกันว่า กิจวัตรการดูแลช่องปากของเด็กเปลี่ยนไปเพราะพ่อแม่เปลี่ยนก่อน ดังนั้น แม้ว่าจะยังคงมีความท้าทายมากมายอันเป็นผลมาจากโรคระบาด พ่อแม่ก็ยังต้องให้ความสำคัญกับกิจวัตรการดูแลช่องปากของตนเองและของเด็ก ๆ ด้วยเช่นกัน

Dr. Seeberger ย้ำว่า "คนเราต้องไม่กลัวการไปพบทันตแพทย์ เพราะการรักษาสุขภาพช่องปากมีความสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาสุขภาพโดยรวม สุขภาวะ และคุณภาพชีวิตที่ดี"

สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Protect your oral health during the COVID-19 pandemic (Factsheet): https://www.worldoralhealthday.org/sites/default/files/2021-01/WOHD21-factsheet-covid19-EN.pdf

noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:
Tags:  

หน้า: 1

 
ตอบ

ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:  
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม