หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: รีวิว  (อ่าน 28 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 28 ม.ค. 21, 17:28 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 
สวัสดีค่า วันนี้เราจะมาเล่าประสบการณ์ผ่าตัดโครงหน้าครั้งที่ 2 ในชีวิตให้ฟังกันค่ะ!!

เราเป็นคนที่ชอบโดนเพื่อนล้อมาตั้งแต่เด็กๆแล้วว่าแก้มอ้วน แก้มเยอะ แก้มป่อง
จนมาถึงช่วงที่โตขึ้น จนเริ่มหาข้อมูล ถึงรู้ว่าไม่ใช่แก้มเราที่ใหญ่
แต่เป็นโหนกและกรามที่เป็นเหลี่ยม
ทำให้ใบหน้าเราดูใหญ่ค่ะ จากนั้นมาเราก็ไว้ผมปิดกรอบหน้ามาโดยตลอด
เพราะไม่อยากให้คนเห็นโครงหน้าจริงๆของเรา
บางทีก็ชอบใส่แมสปิดหน้าเวลาไปไหนมาไหน ในส่วนนี้ทำให้เราเครียดและกังวลมาก ยิ่งถ้ามีคนมาทักก็จะยิ่งจิตตกไปใหญ่เลย

จนพออายุเข้ายี่สิบที่สามารถผ่าตัดกระดูกได้
เราก็ไปเข้ารับการผ่าตัดกระดูกโครงหน้าที่รพอื่นมาค่ะ
เท่าที่จำได้ ตอนหลังผ่าตัดเสร็จเป็นอะไรที่ทรมาณมากสำหรับเรา
แต่ด้วยความฝันที่อยากจะสวยขึ้นก็กัดฟันทนมาตลอด


แต่พอเวลาผ่านไป...เราก็เริ่มคิดว่าทำไมช่วงกรามมันไม่เป็นแบบที่เราอยากได้สักทีนะ...
เราอยากได้หน้าที่เรียว อยากได้วีไลน์มากๆ
แต่ผลก็ไม่ออกมาตามที่หวังค่ะ รอจนยุบบวมเต็มที่ก็ยังเหมือนเดิม
ทั้งเสียดายเงินด้วย หลังจากนั้นมาเราก็ไปฉีดโบท็อกซ์ ฉีดฟิลเลอร์เอาเรื่อยๆ

แต่การฉีดอะไรพวกนี้มันก็มีข้อจำกัด
จนเราได้มารู้จักกับบาโนบากิค่ะ หลังจากผ่าตัดครั้งล่าสุด ผ่านมา 2 ปีแล้ว
ในที่สุดเราก็ตัดสินใจจะผ่าตัดแก้ไขกระดูกโครงหน้า ศัลยกรรมตาและจมูกที่นี่ค่ะ!!

ช่วงโหนก กรามเราเป็นคลื่นๆไม่สม่ำเสมอกัน จมูกก็ทรงออกทู่ๆ
ในส่วนของตาถ้าไม่ใส่คอนแท็คตาจะดูง่วง
ครั้งนี้เราเลยจะทำปรับกล้ามเนื้อตาและเปิดหางตาไปด้วยค่ะ
รูปเสื้อฟ้าคือก่อนที่จะฉีดฟิลเลอร์คางค่ะ ... TT


ต่อไปเป็นรูปหน้าสดค่ะ ครั้งแรกในชีวิตเลย
ที่เอารูปหน้าสดมาเปิดให้ดูแบบนี้ อยากให้ทกุคนดูช่วงโหนก ถึงกรามชัดๆ
ว่าหน้าเรามันเป็นคลื่นไม่เสมอกันจริงค่ะ ความจริงตอนเห็นรูปนี้เราไม่ชินเลยค่ะ
เพราะที่ผ่านมาเราถ่ายรูปโดยใช้แอพตลอด 5555555
ความฝันอีกอย่างคืออยากถ่ายรูปกล้องสดแล้วอัพได้เลยแบบไม่ต้องแต่ง ไม่ต้องมาบีบหน้าอะไรเพิ่มอีก
หวังมากไปมั้ยไม่รู้นะคะ 5555555555


เนื่องจากเราเคยผ่าตัดโครงหน้ามาก่อนหน้านี้แล้วเลยกังวลมาก
เพราะรู้ดีว่าช่วงฟื้นจากยาสลบ ช่วงพักฟื้น และไม่สามารถกินอะไรตามใจปากได้เพราะมีแผลในปาก
มันทรมานมากจำได้เลยว่าหลังผ่าตัดตอนนั้น
ร้องให้ว่าจะไม่เอาอีกแล้วชีวิตนี้ ครั้งเดียวพอ ไม่ไหวจริงๆ
ทั้งที่รู้ดีว่าจะเจอกับความเจ็บปวดนั้นอีกแต่คราวนี้ก็ยังจะตัดสินใจทำ
คิดๆดูเราก็สุดยอดเหมือนกันนะ 55555555
ความอยากสวยเอาชนะทุกอย่าง เราต้องผ่านมันไปให้ได้ค่ะ!!


ก่อนผ่าตัดจะกินทุกอย่างที่อยากกินเลย (ก่อนจะกินไมได้ TT)
ครั้งหน้าหลังผ่าตัดแล้วเราจะมารีวิวให้อ่านกันนะคะ !!



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

add
เรทกระทู้
« ตอบ #1 เมื่อ: 5 ก.พ. 21, 17:13 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 

พอมาถึงรพ.เราก็ได้ทำการถ่าย X-ray, CT Scan ถ่ายภาพก่อนผ่าตัดและปรึกษากับคุณหมอค่ะ
คุณหมออธิบายเกี่ยวกับการปรับโครงหน้าให้อย่างละเอียดมาก เข้าใจแจ่มแจ้งเลยค่ะ!!!
ช่วงก่อนจะถึงวันผ่าตัดเราทั้งตื่นเต้นและตั้งตารอ แต่พอมาถึงวันผ่าตัดจริงๆ
กลับรู้สึกกลัวมากจะบ้าตาย TTTTTTT เหมือนคุณหมอจะดูออก
เพราะหน้าเราดูกังวลมาก ท่านก็ช่วยปลอบใจเลยรู้สึกสบายใจขึ้นค่ะ
หลังจากนั้นก็ไปฟังแพลนการผ่าตัดศัลยกรรมตาและจมูกกับคุณหมออีกท่าน
หลังจากปรึกษาเสร็จเรียบร้อยก็ได้เวลาเข้าห้องผ่าตัดค่ะ
เคสของเราเริ่มจากทำตาก่อน (ใช้ยานอนหลับ)
จากนั้นก็ผ่าตัดปรับโครงหน้า (ใช้ยาสลบ) และทำจมูกเป็นอันดับสุดท้ายค่ะ

ตอนที่ใช้ยานอนหลับ เราหลับไปแทบจะทันทีเลยค่ะ!!!
แต่รู้สึกเหมือนจำได้ว่าตัวเองเผลอละเมออะไรออกมาสักอย่าง
แต่ก็เลือนลางมาก เหมือนฝันไปเลยค่ะ 5555555555555555 อายคุณหมอแป้ป TT
พอทำตาเสร็จแล้วต้องมีการเปลี่ยนห้องผ่าตัดเพื่อปรับโครงหน้าในลำดับต่อไป ยอมรับว่าเบลอมาก
จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าดมยาสลบไปตอนไหน....ลืมตาอีกทีก็อยู่ห้องพักฟื้นแล้วค่ะ

พอเริ่มรู้สึกตัวและทรงตัวได้แล้วก็ทำการย้ายขึ้นไปห้องพักผู้ป่วยค่ะ
ด้วยความอยากจะมีรูปเก็บไว้ตอนรีวิว เลยหยิบมือถือขึ้นมาถ่าย ถ่ายไปมือสั่นไป....
จำได้ว่าคืนนั้นปวดมากจริงๆ..นอนน้ำตาไหลออกมาเอง รู้สึกเวลาผ่านไปช้ามาก
หลับได้แค่ 10 นาทีก็ตื่นเป็นคืนที่จำไม่ลืมเลยค่ะ...
ถึงจะเป็นคืนที่ลำบากสำหรับเรามากแต่ก็อยากขอบคุณคุณพยาบาลที่ดูแลเป็นอย่างดีค่ะ
(เคาท์เตอร์หน้าห้องพักผู้ป่วยมีคุณพยาบาลคอยประจำอยู่ตลอดค่ะ สามารถกดเรียกได้ค่ะ)
หลังจากรอมานานมากกกกกกกกกกก สุดท้ายก็ถึงเวลาที่สามารถดื่มน้ำได้
พอได้ดื่มน้ำก็นอนหลับไปอีกรอบ แล้วก็ตื่นมาบ้วนปาก แล้วก็หลับๆตื่นๆจนเช้าค่ะ


คุณหมอมาดูอาการตอนเช้า เอาผ้าก๊อซที่จมูกออกแล้วก็ออกจากรพ.ค่ะ
วันที่ 2 เรากินแต่น้ำเต้าหู้ทั้งวันเลยค่ะ ไม่รู้สึกหิวเลยแต่ก็ต้องกินเพราะต้องกินยา
ตัวร้อนและเวียนหัว เลยกินไทลินอลไปค่ะ คอก็บวมมากทำให้กลืนน้ำลายค่อนข้างลำบาก หูไม่ค่อยได้ยินเสียงด้วยค่ะ TTTT


วันที่ 3 หน้าเราน่ากลัวมาก TTTTTTTTTTTTTTTTTTTTT ขออัพรูปเดียวนะคะ

ที่จริงก็รู้อยู่แล้วว่าวันที่ 3 จะบวมสุดแต่ก็ไม่คิดว่าจะบวมขนาดนี้ค่ะ.....
แต่อาการปวดลดลงกว่าเมื่อวานแล้วจ้า ส่วนคอก็ยังคงบวมเหมือนเดิม
ยังมีเสมหะอยู่บ้าง ในจมูกตอนนี้ไม่มีเลือดไหลออกมาแล้วค่ะ 555555
รู้สึกหิวมากขึ้น แค่น้ำเต้าหู้เอาไม่อยู่แล้วค่ะ....
เลยกินเป็นซุปเหลวๆแทน ที่เห็นเอากระจกมาวางข้างๆเป็นเพราะช่วงปากชาไปหมด
เลยเอามาส่องจะได้ตักเข้าปากถูกค่ะไม่งั้นหกหมด 5555555555555


วันนี้เริ่มลองสระผมดูค่ะ สบายหัวขึ้นมากกกก เหมือนจะยุบบวมกว่าเมื่อวานด้วย
ตั้งแต่วันที่ 4 เป็นต้นไป ความเจ็บปวดเริ่มน้อยลงแล้วค่ะ จมูกก็ได้กลิ่นดีมากขึ้น
ได้กลิ่นอาหารทีเหมือนจะบ้าตาย ในส่วนของตาเวลาลืมตายังมีเจ็บอยู่บ้างค่ะ


ตรงตายุบบวมไปเยอะเลยค่ะ แต่เวลาตื่นนอนตอนเช้าจะชอบมีขี้ตาไปติดอยู่ตรงไหม อยากรีบตัดไหมไวๆจังค่ะ TTTTT



ในที่สุดก็ได้ออกมาสูดอากาศข้างนอกบ้างค่ะ ไม่เวียนหัวเลยเดินสบายมากค่ะ
รู้สึกคันบริเวณเหงือก อาการนี้น่าจะอยู่กับเราไปอีกนาน
ตอนนี้สิ่งที่อยากทำมากๆเลยคือการสั่งน้ำมูกแรงๆสักที
แต่สัญญากับคุณหมอไว้แล้วว่าจะไม่ทำเลยทนไปก่อน เห้อม TT


ตอนเช้าจะรู้สึกปวดที่หน้าบ้างแต่ถ้าเทียบกับที่เคยปวดก่อนหน้านี้แล้ว แค่นี้สบายมากค่ะ
พอเข้าวันที่ 7 เริ่มแสดงสีหน้าได้บ้างแล้วค่ะ (ยิ้มอ่อนๆได้แล้ว 55555)
เวลาผ่านไปไวอยู่นะ เผลอแป้ปเดียวเองวันที่ 7 แล้ว
พรุ่งนี้ต้องไปรพ.เลยว่าจะนอนไวหน่อยค่ะ
วันนี้ก็ยังกินโจ้กเหมือนเดิม ตอนนี้เริ่มเบื่อพวกอาหารเหลวแล้วค่ะ


ไปรพ.กลับมาแล้วค่าาา ได้ถอดเฝือก ทำผิว ตัดไหมพร้อมพบคุณหมอที่ทำตาจมูกให้เรียบร้อยค่ะ
พอถอดเฝือกออกรู้สึกโล่งมาก ตอนตัดไหมบริเวณอื่นพอทนได้แต่ช่วงหางตาเจ็บมากเลยค่ะ
ไหมตรงหน้าหูก็ตัดเรียบร้อย คุณพยาบาลจะแปะเทปมาให้แบบนี้ค่ะ
ไหมในปากและหลังหูยังไม่ได้ตัดออก หน้าเรายังดูบวมตุ่ยๆอยู่
ช่วงนี้เลยพยายามกินน้ำฟักทองเยอะๆบวกประคบบ่อยๆ หวังว่าจะช่วยให้ยุบบวมเร็วขึ้นนะคะ
หวังว่าตอนหน้าจะกลับมาพร้อมใบหน้าที่บวมน้อยลงกว่านี้นะคะ 5555555

รีวิวยาวมากขอบคุณที่อ่านนะคะ เจอกันตอนหน้าจ้า~



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #2 เมื่อ: 12 ก.พ. 21, 17:12 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่ะ เขียนรีวิวมาถึงตอนที่ 2แล้วค่ะ
ตอนนี้ผ่าตัดได้ 2สัปดาห์แล้ว
เวลาผ่านไปเร็วมาก
ความบวมใหญ่ๆ เหมือนจะหายไปหมดแล้วค่ะ 5555


ในที่สุดก็ได้เริ่มใช้ผ้ารัดหน้าแล้วค่ะ ตอนใช้ผ้ารัดหน้ารู้สึกอึดอัดช่วงคางมากค่าT^T
แต่ก็ต้องอดทนเพื่อความสวยของเรา 555
ในรูปอาจจะมองไม่ค่อยเห็น แต่ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า รอยช้ำอยู่แค่หน้าด้านซ้ายมือค่ะ เราเลยขยันประคบอุ่นด้านซ้ายบ่อยหน่อยค่ะ ตรงระหว่างคิ้วพอรอยช้ำสีเข้มจางลง เลยเปลี่ยนเป็นสีเหลืองค่ะ
อยากให้รอยช้ำหายไปเร็วๆ ตั้งแต่วันนี้เป็นตันไปเราจะขยันประคบอุ่นค่ะ!!!

ช่วงนี้เราสับสนวัน เลยลืมว่ากินยาไปยังอยู่บ่อยๆค่ะTT
เลยทำวิธีนี้ค่ะ ก่อนกินข้าวเราจะหยิบยาและซุปฟักทองออกมาวางไว้ข้างๆ พอกินข้าวเสร็จก็กินยาต่อเลยค่ะ
ทุกวันนี้กินแต่อาหารซ้ำกัน เลยลองทำซุปมะเขือเทศกินค่ะ
ปกติเรา enjoy eating มากๆ ... เฮ้อ แต่ยังดีที่ได้ซุปฟักทองมาช่วยค่ะ


ในรูปตอนมองหน้าตรงแล้วดูโอเค พอมองมุมข้างแล้วรู้เลยว่าหน้าบวมมากค่ะT^T
ดูรูปตัวเองตอนหันข้างทีไรก็ได้แต่ถอนหายใจ แต่จมูกดูเป็นสันแบบที่ต้องการเลย ถูกใจมากๆค่ะ

วันนี้ลองนำคาสเทลล่าเค้กใส่ในนมให้นุ่ม แล้วกินง่ายขึ้นค่ะ
พอลองกินแบบนี้แล้ว ก็ติดใจกินติดกันทุกวันเลยค่ะ 55555


ในที่สุดวันที่รอคอยก็มาถึง เราลองแต่งหน้าครั้งแรกหลังผ่าตัด
ลงแค่เบสผิวกับทาลิป แต่ยังไม่กล้าแต่งตานะ
ถึงความบวมจะยังยุบไม่หมด แต่พอเห็นหน้าเรียวขึ้นก็รู้สึกดีมากเลยค่ะ 5555

รูปนี้ถ่ายหลังตื่นนอนทันที หน้าเลยดูบวมกว่าเดิมค่ะT^T
ตั้งแต่หลังผ่าตัดมาต้องกินแต่อาหารอ่อนทุกวัน ทำให้เบื่ออาหาร วันนี้เลยซื้อโจ้กรสคาโบนาร่ามาทาน อร่อยมากค่ะ
ปกติกินแต่อาหารอ่อนๆ พอได้กินอาหารที่มีรสชาติหน่อย รู้สึกเค็มในปากอยู่เลย
วันนี้หน้าบวมน้อยลงจนมองเห็นได้ชัดเลยค่ะ แต่ยังรู้สึกตึงๆในปากอยู่ค่ะ!!


พอแต่งหน้าแล้วไม่ค่อยเห็นรอยช้ำข้างจมูก แต่บริเวณตายังเห็นอยู่นะคะ
เราประคบอุ่นเยอะอยู่นะ แต่น่าจะต้องประคบให้บ่อยกว่าเดิมแล้วล่ะ
วันนี้ตอนยิ้ม รู้สึกตึงตรงโหนกแก้มมาก เหมือนแก้มจะแตกเลยค่ะT^T
ตอนยิ้มต้องคอยเอานิ้วกดบริเวณโหนกแก้มไว้แล้วยิ้มถึงจะไม่ค่อยตึงค่ะ

รูปซูมตา จะเห็นรอยช้ำอยู่ค่ะ



เมื่อไหร่รอยช้ำตรงตาจะหายไปนะ~~~อยากแต่งตาแล้วววว
หน้าเรายังบวมอยู่เหมือนคนมีแก้ม ส่วนตรงโหนกแก้มยุบบวมเกือบจะหมดแล้ว
เวลาถ่ายรูปยิ่งเห็นชัดเลยว่าหน้าเรียวขึ้น
ตอนเช็คเครื่องสำอาง ต้องเช็ดแบบเบามือ ยังรู้สึกระบมหน้าอยู่เล็กน้อยค่ะ



คุณหมอบอกว่าความบวมบนใบหน้าจะค่อยๆ ไล่จากบนลงล่างค่ะㅇㅅㅇ
ตอนแรกหน้าเราบวมช่วงตาก่อนแล้วไล่ลงมาช่วงโหนกแก้ม ข้างจมูก วันนี้บวมช่วงแก้มล่างค่ะ
เพราะบวมช่วงแก้มล่าง ตอนออกเสียงเลยพูดไม่ค่อยชัด และยังเจ็บๆในช่องปากบริเวณที่มีไหมด้วยค่ะ
พรุ่งนี้มีนัดที่รพ.ตัดไหมในปาก หลังหู และในจมูกแล้ว
ในที่สุดก็จะได้เอาไหมในปากออกสักที ดีใจมากกก 555

วันนี้น้องซื้อปลาแซลมอนมากฝากค่ะ อิอิ
ปกติเราชอบกินแซลมอนมากกก ตอนนี้ต้องตัดปลาเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอาเข้าปาก เนื้อปลานุ่มเหมือนละลายในปากเลยกินได้ประมาณ 5คำพอ ต้องห้ามใจตัวเอง กลัวว่าเคี้ยวมากกรามจะเคลื่อนค่ะ 5555
อย่างน้อยก็ได้กินของที่ตัวเองชอบบบ

พรุ่งนี้หลังจากตัดไหมในปาก เรามีนัดนวดหน้าลดบวมต่อค่ะ
ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไปเราไม่ได้เข้ารพ.แล้ว ต้องดูแลผิวด้วยตนเองแล้วล่ะ
สัปดาห์หน้า เราจะกลับมาแบบสวยขึ้นกว่านี้ค่ะ 5555 ติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #3 เมื่อ: 23 ก.พ. 21, 14:29 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เดี๋ยวนี้รู้สึกผ่านไปไวมากเลยค่ะ เผลอแป้ปเดียว 3 อาทิตย์แล้ว...
อาทิตย์นี้คนรอบข้างชมกันใหญ่เลยว่ายุบบวมลงเยอะมาก สวยขึ้นมาก
คนที่ไม่รู้ว่าเราศัลยกรรมมา ก็จะนึกว่าแค่ไปผ่าฟันคุดมาค่ะ บวมประมาณนั้นเลย 555555



ช่วงนี้เราออกกำลังกายบ่อยมาก ตื่นเช้ามาก็ออกกำลังกายเลย
เน้นไปที่การเดินเร็ว ปั่นจักรยาน ยืดเส้น ประมาณนี้ค่ะ
แต่เพราะยังกินอาหารได้ไม่ปกติ เลยไม่ค่อยมีแรงเลยค่ะ เดินไปนิดเดียวก็เหนื่อยแล้ว.. TT
แล้วก็ไปตัดไหมที่รพ.มาด้วยค่ะ ตอนตัดไหมหลังหูกับในจมูกไม่เห็นเจ็บเลย
แต่ตอนตัดไหมในปาก เจ็บมากกกกกกกกกกกกกกกกก TTTTTTT
ตัดไหมไปน้ำตาไหลไป จนสุดท้ายร้องให้ออกมาเลยค่ะ TTTT
ต้องขอบคุณพี่พยาบาลด้วยที่ช่วยปลอบ
หลังตัดไหมออกหมด ก็ไปถ่าย CT X-ray อีกรอบ พร้อมเข้าพบคุณหมอด้วยค่ะ
คุณหมอบอกว่าการผ่าตัดเป็นไปได้ดีมาก สวยขึ้นมากเลยค่ะ แอบปลื้มมมม 5555
ท่านยังย้ำมาด้วยว่าต่อไปให้หมั่นประคบเย็น ใส่ผ้ารัดหน้า ออกกำลังกายและอย่ากินของเค็มค่ะ


ตอนแรกที่ใส่ผ้ารัดหน้า รู้สึกแน่นมาก หน้าก็ตึงมาก แต่ช่วงนี้ไม่แน่นแบบนั้นแล้วค่ะ
น่าจะเป็นเพราะยุบบวมไปเยอะรึเปล่านะคะ
ส่วนตาตอนนี้ยังดูไม่เท่ากันอยู่...คุณหมอบอกว่าต้องรอให้ยุบบวมหมดก่อนถึงจะโอเคขึ้นค่ะ
พอใส่ผ้ารัดหน้าไว้แบบนี้ เห็นได้ชัดเลยนะคะว่าหน้าเล็กลงเยอะมากจริงๆค่ะ!!!!!!!
หลังตัดไหมพี่พยาบาลย้ำมาด้วยว่าช่วงเดือนแรกเวลาใส่ผ้ารัดหน้าให้ระวังหูด้วยค่ะ
ทำยังไงก็ได้พยายามอย่าให้ผ้ารัดหน้าไปกดบริเวณหูค่ะ ตอนนอนเราก็ต้องคอยระวังอยู่ตลอด
เวลาใส่ผ้ารัดแล้วโดนหน้าหูก็เฉยๆนะคะ แต่พอรัดโดนหลังหูนี่แทบร้องเลยค่ะ TT



ตั้งแต่วันที่ 18 เป็นต้นไป ไม่มีรอยช้ำเหลือให้เห็นแล้วค่ะ ดีใจ 5555555555
ตอนนี้ยังอ้าปากกว้างไม่ได้ อาหารที่กินคือต้องบี้ บดให้แหลกก่อนกินเกือบหมดเลยค่ะ
ปกติแล้วเราไม่ค่อยชอบกินขนมปังนะคะ แต่หลังผ่าตัดรอบนี้ รู้สึกกินขนมปังไปเยอะมาก
เอาเค้กหรือขนมปังนุ่มๆ จุ่มนม ตัดชิ้นเล็กๆก่อนค่อยกิน อร่อยมากกกกค่ะ


เพราะช่วงแก้มเราบวมเลยทำให้เห็นร่องแก้มค่อนข้างชัดเลยค่ะตอนนี้
ทำอะไรไม่ได้นอกจากคอยนวด และหมั่นประคบเย็นบ่อยๆค่ะ!!


ลองถ่ายตอนกำลังแต่งหน้าดูค่ะ 555555555 ตรงคางดูสั้นไปหน่อย เพราะก่อนผ่าตัดเราฉีดฟิลเลอร์
คางเลยดูแหลมตลอดค่ะ หวังว่าหลังยุบบวมจะดูสั้นน้อยลงนะคะ
หลังผ่าตัดตาโดยรวมแล้วตาดูละมุนขึ้นมากเลยค่ะ กลมโตใสๆไปอีก
ในส่วนของจมูก บริเวณด้านในจมูกข้างซ้ายยังรู้สึกบวมอยู่ รู้สึกตึงๆแต่ไม่เจ็บค่ะ


ตอนนี้เวลายิ้มไม่รู้สึกปวดบริเวณแก้มหรือโหนกแล้วค่ะ
ประสาทสัมผัสตรงปากก็กลับมาเกือบหมดแล้ว (ยกเว้นช่วงคางนะคะ TT)
เวลาแสดงสีหน้าอาจจะยังดูไม่เป็นธรรมชาติเท่าไหร่ แต่น่าจะดีขึ้นเรื่อยๆค่ะ
อาทิตย์หน้าจะยุบอีกแค่ไหน อยากรู้เร็วๆเลยค่ะ ไว้มาติดตามกันต่อตอนหน้านะคะ
noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #4 เมื่อ: 2 มี.ค. 21, 17:18 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
เข้าสู่อาทิตย์ที่ 4 กันแล้วค่ะ เวลาผ่านไปเร็วมาก

ระหว่างนั้นใบหน้าเราก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกันค่ะ

ช่วงนี้เราได้ยินคนพูดบ่อยมากว่า หน้าดูเล็กลงบวกกับไปฉีดไขมันหน้ามาหรอ 555555555

ที่หน้าดูเต่งตึงเหมือนไปฉีดไขมันมาน่าจะเพราะว่าบวมเนี่ยแหละค่ะ

มาดูรูปตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมากันดีกว่าค่ะ ว่าใบหน้าเรามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง


ถ้าตรงแก้มยุบลงกว่านี้ เวลาถ่ายเซลฟี่ต้องออกมาดีแน่ๆเลยค่ะ

หลังทำตาไปทำให้หน้าเปลี่ยนเป็นสาวหวานไปเลยค่ะ เป็นไปตามที่เราอยากได้เลย

ปลื้มมากกกกกกพส




พอมาอัพรูปรีวิวบ่อยๆเลยทำให้รู้เลยว่า เราใส่เสื้อสีดำบ่อยมากเลย 55555555

ช่วงนี้ยังบวมอยู่ ตรงจมูกจะเห็นเป็นปูดๆอยู่เลย ไม่แน่ใจว่าเห็นกันไหมนะคะ

ได้แต่หวังว่ามันจะเข้าที่เร็วๆตามกาลเวลา




ช่วงนี้ก็ยังขยันใส่ผ้ารัดหน้าบ่อยๆอยู่เหมือนเดิมค่ะ

ปกติแล้วเราจะรัดหน้าครั้งละ 40- 50 นาที ทุกครั้งที่รัดหน้ารู้สึกเหมือนหน้าค่อยๆเล็กลงยังไงไม่รู้ค่ะ

น่าจะเพราะผ้ารัดหน้ารัดตึงมากจิง รู้สึกถึงแรงกดบนหน้าเลยค่ะ




ช็อตหันข้างแบบเผลอๆ (เผลอปลอมก็มา) 55555555555555555555555555

เมื่อก่อนเวลาถ่ายรูปมุมข้าง ตาจะดูยาวๆ แหลมๆ ต้องเพิ่งโฟโต้ชอปตลอด

ตอนนี้บอกลาได้เลยค่ะ ไม่ต้องเสียเวลามาแต่งแล้ว




อาบน้ำเสร็จก็ถ่ายทันทีเลยค่ะ หน้าสดมาก เขินเลย TT

ถ้าเป็นเมื่อก่อนให้ตายยังไงก็ไม่ถ่ายกล้องสดเด็ดขาดเลยค่ะ ตอนนี้เริ่มชินขึ้นมาบ้างแล้ว

ถ่ายรูปสนุกขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก




วันนี้ได้ไปเจอเพื่อนๆมาด้วยค่ะ เพื่อนเค้ากินเหล้ากันส่วนเรานั่งกินสไปร์ทยาวๆไปจ้า

แต่เพื่อนๆชมว่าสวยขึ้นมากเลยอารมณ์ดีทั้งวันเลยค่ะ 5555555

ตอนนี้ถึงจะแต่งหน้าบางๆแต่ตาจมูกปากก็ดูเด่น

ไม่ต้องมานั่งกรีดตา แต่งตาอะไรให้วุ่นวายแล้วค่ะ

วันนี้หัวเราะเยอะมาก แต่ตอนหัวเราะก็ไม่ปวดแก้มแล้วนะคะ

แต่มีบ้างบางทีที่ตึงๆแล้วแสดงสีหน้าได้ไม่เต็มที่

ได้ยินว่าอาการนี้จะดีขึ้นเองตามเวลาค่ะ เลยไมได้กังวลมากเท่าไหร่ค่ะง




ในเรื่องอาหารการกิน เน้นกินเป็นข้าวต้มค่ะ

อาหารอื่นก็พอเคี้ยวได้บ้างแล้ว และกำลังค่อยๆฝึกอ้าปากตามที่รพ.แนะนำค่ะ

อาจจะใช้เวลากินข้าวนานหน่อย เพราะต้องค่อยๆเคี้ยวให้ละเอียดค่ะ

อาจจะมีคนสงสัยว่าเวลาฝึกอ้าปากเจ็บไหม ไม่เจ็บเลยค่าแค่รู้สึกตึงบริเวณกรามเท่านั้นเอง

พอฝึกไปสักพักก็จะรู้สึกว่าสามารถอ้าปากได้กว้างมากขึ้นเรื่อยๆค่ะ

สิ่งที่ใม่ควรกินในช่วงนี้เลยคืออาหารอะไรก็ตามที่แข็งๆ เลี่ยงไปก่อนนะคะ

อย่างก๊วยเตี๋ยวสามารถทานได้และทานง่ายด้วยค่ะ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #5 เมื่อ: 17 มี.ค. 21, 15:15 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่า เดินทางมาถึงตอนที่ 6 กันแล้ว

หลังจากเขียนรีวิวครบ 1 เดือนไปเมื่อพาร์ทที่แล้ว
เดี๋ยวนี้เราทานอาหารได้เกือบหมดทุกอย่างแล้วค่ะ!!!

ยกเว้นอาหารที่แบบแข็งมากจริงๆ ปากก็อ้าได้กว้างขึ้นมาก งงๆเหมือนกันค่ะ แต่ความบวมของหน้าเหมือนจะเท่าเดิมเลย TT

แต่ก็ถือว่ายุบลงจากตอนแรกเยอะพอสมควร
แล้วก็มีบางครั้งรู้สึกแปล้บๆบริเวณโหนกแก้มกับปลายจมูกด้วยค่ะ แต่ไม่เจ็บนะคะ
เมื่อก่อนเวลาไปไหนมาไหนเราจะเอาผมลงมาบังแก้มไว้ตลอด

แต่หลังผ่าตัดมาถึงจะเอาผมทัดหูแบบนี้หน้าก็ยังดูเล็กอยู่ ไม่ต้องคอยมาบังแล้ว TT
บริเวณแก้มยังคงดูป่องๆอยู่ เพราะบวมมั้งคะ แต่ล่าสุดเรากินได้เยอะขึ้นเลยน้ำหนักขึ้นด้วย

เลยไม่รู้เพราะบวมหรือเพราะอ้วนแล้วตอนนี้ 555555555555
ส่วนจมูกเหมือนจะยุบบวมลงเกือบหมดแล้วค่ะ


อาทิตย์หน้าเราว่าจะเข้าไปเช็คอัพครบ 1 เดือนที่รพ.ค่ะ
อยากหายหน้าบวมไวๆจัง TT ไว้พาร์ทหน้าจะมาอัพเดทให้ดูกันใหม่อีกทีนะคะ





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #6 เมื่อ: 23 มี.ค. 21, 15:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่า มาถึงตอนที่ 7 กันแล้ว เวลาผ่านไปไวมากเลย

เผลอแป้ปเดียวผ่านไป 2 อาทิตย์แล้ว
เทียบกับตอนอาทิตย์แรกไม่ได้เลยค่ะ ที่เวลาเหมือนเดินช้าสุดๆ TT

ตอนนี้รู้สึกว่ายุบบวมลงกว่าตอนที่แล้วอีกเล็กน้อย รู้สึกตึงน้อยลง และอ้าปากได้กว้างมากขึ้นอีกด้วยค่ะ
ดูในรูปแล้วรู้สึกใบหน้าเปลี่ยนไปกว่าแต่ก่อนมากเลยค่ะ

ชอบจมูกกับตามากเลยด้วย ถึงบริเวณแก้มจะยังดูป่องๆอยู่บ้าง
หลังทำจมูกรู้สึกอิมเมจเปลี่ยนไป จากเดิมที่หน้ากลมๆตอนนี้รู้สึกใบหน้าดูมีอะไรมากขึ้นค่ะ
หลังผ่าตัด รู้สึกมีความมั่นใจมากขึ้นเลยพลอยทำให้ถ่ายรูปบ่อยขึ้นด้วยค่ะ

รูปฟีลสดใสขึ้นไม่อึมครึมแล้วค่ะ 55555555555 ถ้าลองเอามาเทียบกับรูปสมัยก่อนจะเห็นได้ชัดเลย
ทรงผมที่เมื่อก่อนไม่เคยทำมาก่อนก็กล้าที่จะลองทำ ทำทุกทรงที่เคยอยากทำเลยค่ะ
ถึงโครงหน้าจะยังดูกลมเพราะบวม แต่ก็เปลี่ยนไปกว่าแต่ก่อนเยอะเลยค่ะ
ช่วงนี้เราขยันออกกำลังกายด้วย เพราะรู้สึกตัวเองอ้วนขึ้น ยิ่งตอนเช้ารู้สึกหน้าบวมกว่าปกติเยอะเลย TT


แล้วก็อาทิตย์นี้เราไปรพ.มาด้วยค่ะ ความจริงคือต้องไปเช็คอัพตอน 1 เดือน
แต่เพราะเราติดสอบนู่นนี่ เลื่อนไปเลื่อนมา จนเวลาล่วงเลยมาเกือบจะ 2 เดือนแล้วค่ะถึงได้ไป TT
ตรงตาข้างซ้ายเรารู้สึกเคืองๆ ปรากฏว่ายังมีไหมเหลืออยู่นิดนึงค่ะ
น้องเป็นไหมละลายสามารถปล่อยไว้ได้แต่คุณหมอก็ตัดออกให้ค่ะ เวลากระพริบตารู้สึกสบายขึ้นเยอะเลยค่ะ >
คุณหมอบอกว่าผลลัพธ์การผ่าตัดของเราออกมาดีมาก ถือว่าประสบความสำเร็จเลยค่ะ
แต่เพราะยังยุบบวมไม่หมดทำให้แยกไม่ออกระหว่างแก้มคล้อยหรือไขมัน

เลยต้องรอดูหลังยุบบวมอีกทีค่ะ มาจนถึงตอนนี้เรายังไม่เจอปัญหาใดๆนะคะ
ไม่รู้สึกเจ็บปวดตรงไหนมากกว่าปกติ การพักฟื้นหลังผ่าตัดเป็นไปด้วยดีเลยค่ะ
ขอจบตอนนี้ไว้เท่านี้ พบกันใหม่ในตอนที่ 8นะคะ





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #7 เมื่อ: 31 มี.ค. 21, 13:36 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่า ได้เวลาอัพเดทตอนที่ 8 แล้ว

เราศัลยกรรมมาได้เกิน 2 เดือนแล้วค่ะ เวลาผ่านไปไวมากกกกกจริงๆค่ะ

เมื่ออาทิตย์ก่อนเราอยู่ดีๆก็ปวดตรงกระดูกหัวข้างซ้าย

เลยกะว่าถ้าวันถัดไปยังไม่หายจะโทรถามที่รพ.

แต่พอนอนหลับแล้วตื่นมาก็เป็นปกติค่ะ

น่าจะเป็นเพราะแผลยังไม่หายร้อยเปอร์เซ็นต์เลยมีอาการปวดเกิดขึ้นได้บ้างค่ะ!!


เดี๋ยวนี้เวลาถ่ายรูปกับเพื่อนๆ ทุกคนก็ชมกันไม่หยุดเลยว่าสวยขึ้น!!

เวลาเบื่อๆเราก็ชอบเปิดรูปสมัยก่อนทำศัลยกรรมมาดูค่ะ 555555555

รู้สึกว่าหน้าเปลี่ยนไปแต่ก็ยังเป็นธรรมชาติอยู่ค่ะ ไม่โป้ะขนาดนั้น


ช่วงนี้มีการบ้านให้ทำเยอะ เลยโต้รุ่งบ่อยๆ แถมกินขนมไปทำไป

เลยรู้สึกว่าแก้มเริ่มอ้วนขึ้น...ต้องลดขนมลงแล้วล่ะค่ะ TT


เดี๋ยวนี้รู้สึกถ่ายรูปได้หลายมุมมากขึ้นด้วยค่ะ ไม่ต้องมาคอยหามุมสวยเลยค่ะ

ถ่ายไปก่อนเดี๋ยวสวยเอง 555555555

ไว้ตอนหน้าจะเอารูปหลายๆมุมมาฝากอีกเหมือนเดิมนะคะ




noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #8 เมื่อ: 8 เม.ย. 21, 16:45 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่า นี่ก็ 2 สัปดาห์แล้วหลังจากอัพรีวิวตอนล่าสุดไป
ถ้าถามว่าตลอด 2 สัปดาห์มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง


ก็คงเป็นอาการปวดที่จะรู้สึกบางครั้ง ตอนนี้หายดีขึ้นเยอะเลยค่ะ!!!!!!
แถมรู้สึกด้วยว่ายุบบวมลงไปอีก ปกติหน้าด้านซ้ายจะชอบบวมกว่าตลอดเลย

แต่ช่วงนี้หน้าทั้งสองฝั่งแทบไม่แตกต่างกันแล้วค่ะ!!!
2 สัปดาห์ก่อน ยังรู้สึกว่าด้านในปากตึงๆ
แต่ตอนนี้อ้าปากได้กว้างขึ้น สบายขึ้นเยอะเลยค่ะ
ใช้ชีวิตประจำวันได้เกือบปกติแล้ว ไม่ได้รู้สึกลำบากหรือมีปัญหาตรงไหนแล้ว


รูปใช้ฟิลเตอร์นิดนึงนะคะ เป็นรูปที่ถ่ายออกมามั่วๆมาก 555555

แต่ก็ออกมาสวยกว่าหน้าเก่าน้า 55555 รู้สึกหน้าเรียวขึ้นเลยค่ะ
อย่างที่บอกว่าเมื่อก่อนเราแทบถ่ายรูปมุมเสยอะไรแบบนี้ไม่ได้เลย
แต่ตอนนี้ตาโตขึ้นด้วยและโหนกหายไปแล้ว หมดห่วงแล้วค่ะ จะถ่ายกี่มุมๆก็ไหว!!
เหมือนมีงานอดิเรกใหม่เป็นการถ่ายรูปไปแล้วค่ะ
พอมั่นใจแล้วก็รู้สึกเอ็นจอยกับการถ่ายเซลฟี่ต่างๆมากขึ้นค่ะ


ถ้าตามอ่านรีวิวเรามาแต่แรก จะเห็นว่ารูปเก่าๆเราปล่อยผมมาบังกรอบหน้าไว้ตลอด

แต่เดี๋ยวนี้รวบผมไปไหนมาไหนบ่อยมากค่ะ

เมื่อก่อนเราก็อยากรวบผมแบบนี้ออกไปข้างนอก

แต่เพราะไม่มั่นใจเลยไม่กล้าทำ ช่วงนี้ทำได้ตามใจอยากเลยค่ะ สบายใจละค่ะ


รูปทรงของตาก็ดีขึ้นเยอะมาก TTTTTTTTTT
คิดถูกมากค่ะที่ตัดสินใจเปิดหางตาไปด้วย
ช่วงนี้ได้ยินคนชมบ่อยมากว่าสวยขึ้นเยอะเลย แต่ดูไม่ออกว่าไปทำอะไรมา 555555555
จะตีเนียนว่าสวยตามธรรมชาติได้ไหมคะแบบนี้ 55555
ว่ากันตามตรงถ้าทำศัลยกรรมมา มันยากมากเลยนะคะที่คนอื่นจะดูไม่ออก TT

ยกความดีความชอบให้คุณหมอล้วนๆเลยค่ะงานนี้
โม้มายาวมาก ไว้มาอัพเดทกันต่อตอนหน้านะคะ


noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #9 เมื่อ: 26 เม.ย. 21, 15:23 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
3.5 เดือนหลังผ่าตัด

กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ หลังจากผ่านไปอีก 2 สัปดาห์

ตอนนี้รู้สึกประสาทสัมผัสกลับมาเกือบเต็มร้อยแล้วค่ะ

แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไม่รู้นึกอะไรไปกินเนื้อแดดเดียวมา

ปวดและตึงตรงกรามมาก แต่ตอนนี้กลับมาปกติแล้วค่ะ

เลยทำให้นึกขึ้นได้ว่ายังต้องลดพวกอาหารแข็งๆเหนียวๆไปก่อน

รู้สึกหน้ายุบบวมลงและเรียวขึ้นกว่าตอนที่แล้วค่ะ

ช่วงนี้เราเหมือนจะอ้วนขึ้นเพราะออกกำลังกายน้อยลงด้วย

ไม่รู้จะลดเหนียงยังไงเลยค่ะ TT

ส่วนตาถ้าลองย้อนกลับไปดูรูปก่อนทำ

จะเห็นว่าตาโตขึ้นมาก เปลือกตาเปิดได้มากขึ้น สดใสขึ้น

น่าจะเพราะผลของการปรับกล้ามเนื้อตาค่ะ



ในรูปจะเห็นว่าเราเหมือนมีแก้มด้วย แต่แยกไม่ออกเหมือนกันค่ะ

ว่าเป็นเพราะบวมหรือเนื้อแก้มเราเท่านี้จริงๆ

คนรอบข้างก็ถามเยอะมากว่าไปฉีดไขมันมาหรือเปล่า 555555555 ไม่ได้ฉีดจ้า

เท่าที่ดูตอนนี้ ตา จมูกเหมือนจะเข้าที่แล้วค่ะ

เวลาหลับตา ตาดูเป็นธรรมชาติมากไม่เหมือนทำมา

ส่วนจมูกก่อนหน้านี้คุณหมอเคยบอกเราว่า

จมูกจะยุบลงและเรียวขึ้นกว่านี้

พอผ่านไป 3เดือน คำที่คุณหมอบอกจริงทุกอย่างเลยค่ะ >.
อาทิตย์นี้เราพักผ่อนไม่ค่อยพอสิวเลยเริ่มบุกหน้า TT

อัพรอบหน้าสัญญาว่าจะกลับมาพร้อมผิวที่ดีกว่านี้นะคะ 5555555



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #10 เมื่อ: 7 พ.ค. 21, 18:06 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่า กลับมาพร้อมกับรีวิวอีกแล้วค่ะ~
มาถึงตอน 11กันแล้ว ถ้าได้ดูรีวิวตั้งแต่ตอน1~10 จะเห็นความเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจนเลยล่ะค่ะ


ตาดูเปิดกว้างขึ้นมาก เห็นเลยว่าแตกต่างกับก่อนทำมากค่ะ
จมูก มองด้านข้างชอบมากเลยค่ะ

แต่หน้าตรงแอบรู้สึกทู่ไปนิด แต่ใช้เฉดดิ้งช่วยได้ไม่มีปัญหาค่า


ช่วงนี้อ้วนขึ้น หน้าเราแอบดูบวมๆ นิดนึงใช่มั้ยคะ..?


รีวิวตอนต่อไป จะได้เขียนตอนขึ้นปีใหม่แล้ว

ขอให้ทุกคนมีความสุขกับช่วงเทศกาลวันสิ้นปีนะคะ

แล้วเจอกันตอนหน้าค่า



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #11 เมื่อ: 17 พ.ค. 21, 12:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่า กลับมาเขียนรีวิวต่อหลังจากหายไป 1 เดือน TT

1 เดือนที่ผ่านมาไม่ค่อยมีอะไรเปลี่ยนแปลงเท่าไหร่ค่ะ
แต่ที่เห็นได้ชัดเจนเลยคือตาโตกว่าแต่ก่อนเยอะเลยค่ะ
ดูเหมือนจะเข้าที่แล้วด้วยตอนนี้


รูปสุดท้ายไม่ใช่เซลฟี่แต่เป็นรูปที่คนอื่นถ่ายให้
ก่อนมาทำหน้าถ้าใครบอกจะถ่ายรูปให้ เราต้องคอยรีบเอาผมมาบังๆ ไม่ให้เห็นช่วงแก้ม ช่วงกราม ตอนเห็นรูปนี้ครั้งแรกรู้สึกตกใจมาก


เพราะเป็นครั้งแรกเลยค่ะที่รู้สึกชอบรูปที่คนอื่นถ่ายให้ ไม่ใช่เซลฟี่ TT
ตลอด 1 เดือนที่ผ่านมาไม่มีอาการผิดปกติ หรือเจ็บปวดใดๆเลยค่ะ
ไว้อีก 2 สัปดาห์จะมาอัพเดทรูปให้ชมกันอีกนะคะ





noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
add
เรทกระทู้
« ตอบ #12 เมื่อ: 27 พ.ค. 21, 17:10 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
 
สวัสดีค่า กลับมาอัพเดทตอนที่ 13 กันต่อเลย

2 สัปดาห์ที่ผ่านมาเราแทบไม่ได้ออกจากบ้านไปไหนเลยค่ะ

พอออกไปก็ดันไปลื่นล้มอีก ล้มคมำเลย จนปวดคอกับกรามไปหมดเลยค่ะ TTTT

ช่วงนี้ก็พยายามไม่อ้าปากกว้างและช่วยนวดๆมันอยู่ค่ะ แอบกังวลอยู่นะคะ กลัว







พอลองเอารูปช่วงทำแรกๆกับตอนนี้มาเทียบกัน

ตรงตาหายบวมหมดแล้ว ต่างกันแบบดูออกเลยค่ะ

เดี๋ยวนี้เวลาแต่งหน้า ชอบเผลอไปจิ้มๆแก้มตัวเองตลอดเลยค่ะ เหมือนเช็คสภาพ 5555

เมื่อก่อนตอนหน้าบวมๆถ้ามือไปโดนหน้าจะปวดนิดหน่อย แต่ตอนนี้ไม่ปวดแล้วค่ะ!!






อีกอย่างที่ปลื้มมากคือ มีแต่คนชมว่าหน้าเล็กลงมาก

เพื่อนสนิทก็บอกว่าทำมาเนียนมาก สวยขึ้นแบบเนียนๆค่ะ 5555555555

พอตาโตขึ้นกลับกลายเป็นว่าเราแต่งตาน้อยลงกว่าแต่ก่อนเฉยเลยค่ะ

น่าจะเพราะชอบตาตัวเองในตอนนี้แล้ว ไม่ต้องกรีดต้องอะไรก็โตแล้วแม่ ปลื้มมาก

อีกเหตุผลก็คือขี้เกียจแต่งแล้วค่า 555555555



ตรงที่เจ็บการล้มมาก็กำลังดีขึ้นเรื่อยอยู่ๆค่ะ

แต่ถ้ามันกินเวลานานเกินไปว่าจะแวะไปที่รพ.ให้คุณหมอเช็คดูค่ะ

รีวิวพาร์ทนี้ขอพักไว้เท่านี้ก่อนนะคะ ทุกคนก็ระมัดระวังกันด้วยนะคะ



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า
Tags:  ลดโหนก ลดกราม บาโนบากิ ปรับรูปหน้า ตาสองชั้น เสริมจมูก วีไลน์ 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม